ข่าว

คุยกับ “พรีม รณิดา” นางเอกสาว สุดแอคทีฟ ที่โลกนี้ไม่ได้มีแค่ เรียน และทำงาน

เป็นอีกหนึ่งนางเอกที่อายุ ไม่สามารถวัดความเก่งของเธอได้จริงๆ สำหรับนางเอกสาว พรีม รณิดา เตชสิทธิ์ ที่ทั้งแบ่งเวลา ทำงาน เรียน และทำกิจกรรมที่ชอบ เรียกว่าเธอเป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปแบบไร้ประโยชน์เลยแม้แต่วินาทีเดียว วันนี้สปริงนิวส์ออนไลน์ได้มีโอกาสนั่งคุยกับสาวพรีมแบบเปิดใจ พร้อมอัพเดทชีวิตช่วงนี้ของเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
“ก็ค่อนข้างยุ่งเลยค่ะ เป็นปีที่พรีมถ่ายละคร 2 เรื่อง บวกกับเรื่องเรียนก็พึ่งขึ้น ปี 4 เป็นอะไรที่หลายๆอย่างในชีวิตก็เปลี่ยนไป ยุ่งดีค่ะ ถามว่าเหนื่อยไหมก็ต้องบอกว่าชินแล้วค่ะเพราะทำงานมาตั่งแต่ 14-15 ก็ช่วงต้นปีถึงปลายปีพรีมก็ถ่ายละคร พอช่วงเปิดเทอม พรีมก็หันมาโฟกัสกับเรื่องเรียน”

ยากไหมกับการแบ่งเวลา
“มันยากค่ะจริงๆ เรื่องแบ่งเวลาพรีมทำจนชินอะค่ะ เพราะพรีมทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยมาตลอดเวลาไงค่ะ แต่ตอนนี้ก็เริ่มเชี่ยวชาญแล้ว เริ่มเป็นละ เรียนมา 3 ปี ปีนี้ปีที่ 4 นี่คือต้องเก่งมากละ แต่ว่าที่มันยากมันอยู่ที่การที่ว่าเราโตขึ้น และเราก็มีคววามต้องการที่มากไปกว่าแค่การเรียนมากไปกว่าการทำงาน เหมือนพรีมเองเป็นคนที่ชอบสรรหาอะไรใหม่ๆมาทำ มีอยู่ช่วงนึงพรีมอยู่ระหว่างช่วงที่ละครเรื่องนึงปิดกับละครเรื่องนึงเริ่ม มันเป็นช่วงว่างพอดีแล้วพรีมก็เลยไปเรียนกีต้าร์เพิ่มเติม ไปทำโน่นทำนี่ พรีมชอบหากิจกรรมทำ มีไปลงเรียนปั่นจักรยาน แบบอยากเอาเวลาตรงนี้ไปพัฒนาตัวเองต่อ สรรหากิจกรรมให้ตัวเองทำอยู่เรื่อยแล้วสิ่งที่จะทำให้เราแบ่งเวลาไม่ได้เนียก็คือกิจกรรมพวกนี้และค่ะ”

กิจกรรมที่ทำแล้วชอบที่สุด
“พรีมยังหาอยู่เลยค่ะ แต่ถ้าตอนนี้พรีมชอบ “longboard” หมวดหมู่เดียวกันกับพวก “Skateboard” พรีมว่ามันน่าสนุกดีค่ะน่าลองน่าเล่นไปเรื่อยๆ”

พรีมดูเป็นคน แอคทีฟ
“ใช่ค่ะ พรีมว่าถ้าไม่แอคทีฟเราก็จะอยู่แต่กับ 2 โลก แบบโลกของการทำงานกับโลกของการเรียน แต่เราไม่ได้เติมเต็มอะไรที่เราชอบเลย แบบมันอาจจะไม่ได้มีประโยชน์กับชีวิตก็ได้ แต่ว่ามันเติมเต็มใจเรา บางทีแม่พรีมก็ชอบว่าค่ะเล่นอะไรก็เล่นได้แป๊ปเดียว แล้วก็เลิก ก็แบบว่าพรีมก็กำลังหาอยู่ด้วยค่ะ แม่พรีมก็เป็นห่วง ชอบบอกพรีมว่านอนอยู่บ้านไหม พักผ่อนบ้างไหม อะไรทำนองนี้”

 

ปีที่ผ่านมาเห็นว่ามีงานภาพยนต์ด้วยชอบไหม
“ใช่ค่ะ มีภาพยนตร์เรื่องนึง พรีมว่าสำหรับยพรีมตอนนี้พรีมก็ยังคงถนัดกับละครมากกว่ามันเหมือนว่าเราอยู่กับมันมานานกว่า แต่ถ้าถามว่าชอบไหม ความชอบของพรีมมันไม่ได้ไปอยู่ที่วิธีการถ่าย แต่ว่ามันไปอยู่ที่บท ว่าเราชอบบทนี้เราชอบเรื่องราวนี้อะไรอย่างนี้ค่ะ หนังมันสั้นกว่า มันใช้กล้องตัวเดียวคือเราต้องเล่นหลายเทคหน่อยแล้วมันเล่นได้ละเอียดกว่าเหมือนจอหนังมันใหญ่กว่า มันต้องเล่นอารมณ์น้อยๆ แต่ว่าในขณะที่ละครเนียต้องมีการใส่อารมณ์เยอะนิดนึง การแสดงมันใช้เทคนิคที่แตกต่างกัน มันก็เป็นมิติใหม่ที่เรามีโอกาสได้ลองทำไปเรื่อยๆค่ะ”

บทที่อยากเล่น
“คือพรีมยังไม่เคยเล่นบทบู๊เลยค่ะ แต่ว่าเคยเล่นแค่นิดเดียวในละครเรื่องนึงยังรู้สึกว่าเหนื่อยเลย แต่ก็อยากจะลองดูค่ะแบบที่บู๊เต็มเรื่องอย่างนี้ แต่ตอนนี้มันมีบทแปลกๆใหม่ๆเข้ามาเยอะเหมือนเรื่องราวมันมีการเปลี่ยนออกไปเรื่อยๆ มันเริ่มพัฒนาตามยุคตามสมัย ในยุคนี้เป็นยุคที่ค่อนข้างแหวกและฉีกแนวออกไปเรื่อยๆบทแปลกๆใหม่ๆเลยเยอะมาก เลยรู้สึกว่าในอนาคตมันจะต้องมีบทอะไรที่เราไม่เคยเห็นไม่เคยรู้มาก่อนแน่ๆ”

แพลนปีหน้า
“ช่วงต้นปีพรีมก็อาจจะยุ่งๆกับเรื่องเรียนเหมือนเดิมค่ะ เพราะว่าใกล้จบแล้วก็จะมีเรื่องโปรเจกใหญ่ๆรออยู่ และก็หวังว่าจะเรียนจบใน 4 ปี พร้อมเพื่อนๆ จะได้สะบาย พอเรียนจบแล้วพรีมจะได้โฟกัสกับการทำงานค่ะ มีละครกำลังจะเปิดเรื่องใหม่อยู่ด้วยค่ะ ปีหน้าน่าจะยุ่งกับการทำงาน แล้วก่อนหน้านี้พรีมเหมือนจะเว้นระยะห่างจากจอมาประมารปีนึง เลยเป็นเหมือนช่วงเวลาที่เราจะได้กลับมาทำงานอย่างเต็มที่”

 

พรีมทำหลายอย่างมาก แล้วเรื่องความรักหละ โฟกัสไหม
“คำว่าโฟกัสมันคืออะไรดีกว่า มันไม่ใช่สิ่งแรกที่เรานึกถึงแน่นอน ไม่ใช่ว่าเรามองว่าความรักไม่สำคัญนะค่ะ แต่แค่มองว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว แล้วทุกวันนี้เราก็ได้รับความรักจากครอบครัวจากเพื่อนๆ พี่น้อง อยู่แล้ว มันไม่ได้เป็นอะไรที่เราขาดหายไปแน่นอนแต่ว่าการจะมีแฟนพรีมว่ามันก็เป็นอย่างนึงที่ถ้าเราคิดจะมี เราก็ควรต้องทุ่มเทให้กับมันแล้วถ้าเกิดว่าเราไปยากจะมีอยากจะสแวงหาในช่วงเวลาที่เราไม่พร้อม ที่จะทุ่มเทกับมัน มัน ก็มีแต่จะสร้างความ ไม่พร้อมให้กับตัวเอง สร้างความลำบากใจให้กับตัวเองละคนรอบข้างเราก็ไม่ได้ดูแลเทคแคร์คนที่เรารักได้อย่างเต็มที่ พรีมก็เลยรู้สึกว่าถ้าเกิดว่าเรายังไม่พร้อม เราก็ไม่ควรจะต้องโฟกัสเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าพรีมปิดใจนะค่ะ แต่ก็แค่ปล่อยให้ ความรักเดินเคียงคู่เราไปเรื่อยๆ ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ

 

มีใครเข้ามาคุยบ้างรึป่าว
ก็มีบ้างนะค่ะ ก็อย่างที่บอกแหละค่ะมันเหมือนเป็นจังหวะและเวลาที่ เหมือนอยู่ด้วยกันบ่อยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ต้องทำงานด้วยกันแบบเป็นรุ่นพี่ที่มหาลัยหรืออะไรอย่างนี้ค่ะ แบบเจอกันบ่อยๆ แต่พอสุดท้ายเหมือนแบบพอชีวิตแยกทางกันไปก็ ต่างคนต่างก็ไปใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนเดิมไม่ได้มีอะไรที่แบบผูกพันธ์มาก
จริงๆแล้วพรีมเป็นคนชอบทำกิจกรรมคนเดียวชอบมีเวลาให้ตัวเอง เป็นช่วงเวลาที่เรานั่งอ่านหนังสือพักผ่อน ดูหนังคนเดียวก็ดูได้ ถ้าพรีมอยากทำอะไรคือเพื่อนแบบเยอะมากค่ะ ถ้าพรีมอยากทำอะไรเพื่อนจะสแตนบายอยู่ตลอดเวลาพรีมก็ไม่เหลือเวลาให้เหงาอยู่แล้วค่ะ