Breaking ข่าว

ปปง.ถก36แบงก์คุมเข้มเปิดบัญชีงัด 7 มาตรการแสดงตัวตน

ป.ป.ง. ประชุมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย กรมการปกครอง และ ตัวแทนจากธนาคาร 36 แห่ง เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันการใช้วิธีขโมยบัตรประชาชนผู้อื่นมาทำการเปิดบัญชีธนาคาร และ ใช้รับโอนเงินจากการกระทำผิด ทำให้เกิดความเสียหายแก่ตัวเจ้าของบัตร เพิ่มความเข้มงวดเกี่ยวกับการแสดงตัวตน และ ตรวจสอบจนทราบข้อเท็จจริงในการเปิดบัญชีธนาคาร

 

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทน เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง. เป็นประธานการประชุมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย กรมการปกครอง และ ตัวแทนจากธนาคาร 36 แห่ง เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันการใช้วิธีขโมยบัตรประชาชนผู้อื่นมาทำการเปิดบัญชีธนาคาร และ ใช้รับโอนเงินจากการกระทำผิด ทำให้เกิดความเสียหายแก่ตัวเจ้าของบัตร

โดยการกำหนดมาตรการมีดังนี้ คือ ให้เพิ่มความเข้มงวดเกี่ยวกับการแสดงตัวตน และ ตรวจสอบจนทราบข้อเท็จจริงในการเปิดบัญชีธนาคาร ให้เป็นไปตามกฎหมาย และ ระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ซึ่งผู้เปิดบัญชียต้องแสดงหลักฐานอย่างน้อย 7 อย่าง ประกอบด้วย 1. ชื่อ – นามสกุล 2. วัน เดือน ปีเกิด 3. เลขบัตรประจำตัวประชาชน 4. ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และ ปัจจุบัน 5. อาชีพ สถานที่ทำงาน 6. ข้อมูลการติดต่อ อาทิ หมายเลขโทรศัพท์ 7. ลายมือชื่อผู้ทำธุรกรรม

อีกทั้งให้สถาบันการเงินกำหนดมาตรการในการตรวจสอบ เพื่อทราบข้อเท็จจริงของลูกค้าในความรับผิดชอบ โดยให้สถาบันการเงินทำการติดต่อไปยังเจ้าของบัญชีตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อทำการยืนยันและรับรองสถานะบัญชีดังกล่าว หากเจ้าของบัญชีไม่ยืนยัน หรือ รับรองสถานะทางบัญชี ทางสถาบันการเงินจะเฝ้าระวังบัญชีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และ ประสานข้อมูลกับ ป.ป.ง. หน่วยงานที่กี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะเพิ่มมาตรการป้องกัน และ ปราบปราม การรับจ้างเปิดบัญชี โดยทาง ป.ป.ง. ร่วมกับสถาบันการเงิน จะทำการตรวจสอบธุรกรรมการเงิน และ บัญชีต้องสงสัย ว่า เข้าข่ายเป็นการรับจ้างเปิดบัญชีเพื่อใช้ในการกระทำ ความผิดหรือไม่ เช่น แก๊งคอลเซ็ลเตอร์ ยาเสพติด การพนันออนไลน์ และ การกระทำผิดอื่น ๆ ซึ่งจากการตรวยสอบเบื้องต้นพบว่า มีบัญชีต้องสงสัยเข้าข่ายการกระทำผิด จำนวนกว่า 4,000 บัญชี ซึ่งทาง ป.ป.ง. กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะทำการขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป