Breaking ข่าว ข่าวภาคใต้

เงินกู้ดอกโหด! ตายาย ร้อง! ต้น 3 หมื่นกลับกลายเป็น 3 แสน

คุณยายพันเข้าขอคำปรึกษากับสภาทนายความจังหวัดพัทลุง เพื่อหาแนวทางในการยุติการฟ้องร้องยึดทรัพย์ กรณีคุณยายลงชื่อค้ำประกันเงินกู้ให้กับหลานชายในจำนวนเงิน 30,000 บาท แต่ในสัญญากลับกลายเป็นยืมเงินไป 300,000 บาท

วันนี้( 7 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่คุณยายพัน เสรีกัลยารักษ์ อายุ 88 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.12 ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง ได้ลงลายมือชื่อค้ำประกันเงินกู้ให้กับนายวีรยุทธ บุญยะวันตัง หลานชาย วัย 50 ปี โดยทำสัญญาเงินกู้กับนายทุนเงินกู้ในหมู่บ้านจำนวนเงิน 30,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 บาทต่อเดือน จนกระทั่งนายวีรยุทธ ขาดการชำระดอกเบี้ยไประยะหนึ่ง ทำให้เจ้าหนี้ส่งฟ้องต่อศาล เพื่อบังคับให้นายวีรยุทธ ชำระหนี้จำนวน 300,000 บาท ตามสัญญา สร้างความประหลาดใจให้กับยายหลานเป็นอย่างมาก เพราะมีทนายความฝ่ายเจ้าหนี้ชี้แจงว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้อง

จากนั้นมีการประนอมหนี้ โดยเจ้าหนี้ลดหนี้จาก 300,000 บาท เหลือ 250,000 บาท พร้อมกับให้นายวีรยุทธ ชำระหนี้เป็นรายเดือนๆ ละ 3,000 บาท สิ้นสุดในปี 2566 จนกระทั่งนายวีรยุทธ ขาดการชำระอีกครั้ง ทางเจ้าหนี้มอบหมายให้ทนายติดตามการชำระหนี้ดังกล่าวจากคุณยายพัน ซึ่งทางทนายของเจ้าหนี้ได้แจ้งให้กับยายพันว่าจะต้องยึดบ้านพร้อมกับถ่ายภาพบ้านและที่ดินเนื้อที่ 1 งานเศษ ไปประกอบเอกสารการชำระหนี้ สร้างความกดดันให้กับคุณยายพันและคุณตาประเสริฐ สามีวัย 90 ปี เป็นอย่างมาก เกรงว่าหากมีการยึดบ้านจริงๆ 2 ตายายไม่มีที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคุณตา เครียดหนักญาติต้องนำส่งโรงพยาบาลพัทลุงเป็นการด่วน ยายพันจึงตัดสินใจเข้าร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพัทลุง เพื่อขอความเป็นธรรมดังกล่าว

ล่าสุดคุณยายพันพร้อมหลานชาย เข้าพบสภาทนายความจังหวัดพัทลุง เพื่อขอคำปรึกษา โดยมีนายสุธรรม สุดใหม่ ที่ปรึกษาฝ่ายช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมายของสภาทนายความ พร้อมด้วยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกสภาทนายความ คอยให้คำปรึกษาพร้อมช่วยเหลือคุณยาย

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกสภาทนายความ กล่าวว่า คดีของคุณยายพันผ่านการพิพากษายอมความรับชำระหนี้แล้ว แต่จากการบอกเล่าของคุณยายตนเชื่อว่ามีการกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด การที่คุณยายเข้าร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมนั้นคุณยายเดินถูกกทางแล้ว เพราะหลังจากนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงจะเรียกเจ้าหนี้คู่กรณีเข้าพบ พร้อมตกลงกัน ถ้าตกลงกันได้ให้ชำระเงินตามความเป็นจริงเรื่องก็จบ แต่ถ้าฝ่ายเจ้าหนี้ไม่ยอมรับ ยังยืนยันตามคำพิพากษา ในวงเงินที่กู้ไม่จริง ทางสภาทนายความแนะนำให้ ภรรยาผู้กู้ไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กรณีสามีกู้เงินโดยเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด จากนั้นพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีต่อเจ้าหนี้ตาม พรบ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินกำหนด 2560 ต่อไป

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน