
SHORT CUT
'เอกนิติ' นำผู้ค้ายันไทยมีสต๊อกน้ำมันพอ 96 วัน รับมือวิกฤตฮอร์มุซ ชี้ปัญหาปั๊มขาดเกิดจากแห่ตุน สั่งพลังงานเร่งแก้ขนส่งด่วน วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก
‘เอกนิติ’ นำทีม ศบก. แถลงร่วมผู้ค้าน้ำมัน ยันปริมาณในประเทศเพียงพอ สั่งเร่งแก้ปัญหาขนส่งหลังประชาชนตื่นตระหนกแห่กักตุน
ท่ามกลางความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและพลังงาน ล่าสุด รัฐบาลพร้อมด้วยกลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของประเทศได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน
ที่อาคารรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้นำทีมแถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยระบุว่า ที่ประชุมได้รับรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่ช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้ยืนยันชัดเจนว่า ประเทศไทยสามารถบริหารจัดการน้ำมันดิบได้ และมีสต๊อกเพียงพอไม่น้อยกว่า 96 วัน
นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังมีผู้บริหารระดับสูงจากผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประเมินสถานการณ์ ซึ่งทุกฝ่ายยืนยันตรงกันว่าน้ำมันหน้าสถานีบริการมีเพียงพอ ไม่มีความจำเป็นต้องกังวล
นายเอกนิติ กล่าวว่า “อยากให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า น้ำมันมีเพียงพอแน่นอน สิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นวันนี้ได้มาแลกเปลี่ยนเรื่องปัญหาว่า ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่า ราคาและน้ำมันถึงมีไม่เพียงพอ โดยได้ให้ไปชี้แจงในเรื่องการสื่อสารและให้ไปดูแลในเรื่องของการขนส่ง เพราะสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลางอาจจะทำให้ประชาชนเกิดการตื่นตระหนกเลยไปเกิดการเร่งซื้อกักตุนไว้ล่วงหน้า อาจจะทำให้มีบางปั๊มไม่ได้สำรองน้ำมันไว้ในสถานการณ์ปกติ ซึ่งกระทรวงพลังงานจะรับไปบริหารจัดการให้เพียงพอ ให้ประชาชนได้มีความมั่นใจว่ามันไม่ได้ขาด”
พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงกระบวนการจัดหาว่า “เราได้เตรียมน้ำมันดิบเพียงพอที่จะเอามากลั่นที่ประเทศไทยเพื่อจะกระจายไปให้กับผู้ค้าน้ำมัน ที่จะออกมาเป็นเบนซินหรือดีเซลตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ให้เพียงพอ ซึ่งวันนี้ได้มีการหารือถึงวิธีการบริหารจัดการ เนื่องจากในช่วงนี้อาจจะมีความกังวลว่า มันอาจจะขาดแคลนทุกคนเลยไปกักตุนน้ำมันไว้ก่อนทำให้การบริหารจัดการน้ำมันไปสู่ผู้ค้าน้ำมันต่างๆ ตามปั๊มต่างๆ น้อยกว่าปกติ วันนี้เรามีข้อสรุปให้กระทรวงพลังงานอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานไปคุยกับผู้ค้าเพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันตามปั๊มต่างๆมีเพียงพอจะได้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการของประชาชนที่ขณะนี้อาจจะมีความกังวล อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าเรื่องของมันมีเพียงพอให้กับประชาชนแน่นอน”
ด้าน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้กางตัวเลขยืนยันความมั่นคงทางพลังงาน โดยระบุว่า ข้อมูลล่าสุด (13 มี.ค.) จากการตรวจสต๊อกทั่วประเทศ 53 ครั้ง 589 ถัง พบว่ามีน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,400 ล้านลิตร และสำรองตามกฎหมายอีก 3,400 ล้านลิตร คิดเป็นปริมาณการใช้ 39 วัน รวมกับน้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่งเข้าประเทศอีก 27 วัน และที่จัดหาเรียบร้อยแล้วอีก 30 วัน ทำให้ไทยมีน้ำมันสำรองขั้นต่ำถึง 96 วัน
ปัญหาการขาดแคลนในบางสถานีบริการเกิดจากการเติบโตของการเติมน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ นำไปสู่ปัญหาด้านการขนส่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหารือเพื่อจัดส่งน้ำมันให้รวดเร็วและเป็นธรรม ทั้งภาคประชาชนและภาคอุตสาหกรรม
ขณะที่ นายคงกระพัน อินทร์แจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. ยืนยันถึงศักยภาพการจัดหาว่า “การจัดหาน้ำมันดิบของปตท. มีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งมีการเตรียมพร้อมในภาวะวิกฤต สามารถโหลดน้ำมันจากท่าเรืออื่นๆ ที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือการหาแหล่งน้ำมันอื่นๆจากอเมริกา แอฟริกาตะวันตก รวมถึงลาตินอเมริกา จึงยืนยันได้ว่าเราหาได้พอเพียง และให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าโครงการของปตท. มีกำลังการผลิตทั้งหมด 60% ของประเทศยังทำงานได้อย่างเต็มที่มีน้ำมันพอเพียง และมีน้ำมันสำเร็จรูปเป็นสต๊อกให้ภายในประเทศให้ได้ใช้ต่อไป”
ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันทุกรายในประเทศไทย ทั้ง ปตท., บางจาก, พีที, เชลล์, คาลเทกซ์ และ ซัสโก้ ต่างร่วมประสานเสียงยืนยันว่า มีปริมาณน้ำมันเพียงพอให้บริการ และพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อกระจายน้ำมันสู่ประชาชนอย่างเต็มที่
ที่มา : bangkokbiznews