ข่าว อาชญากรรม

รวบสาวแสบฉกเพชรหนี สอบประวัติก่อคดีนับ 10

วันนี้ (8 ก.พ.) เมื่อเวลา 15.00 น. ตำรวจนครบาล 8 สนธิกำลังร่วมตำรวจกองปราบปรามเข้าควบคุม ตัว น.ส.ญุชนาถ พุ่มหิรัญ หรือ “อุ๋ม” อายุ 32 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลแขวงธนบุรีเลขที่ 64/61 ฐานลักทรัพย์ พร้อมของกลางสร้อยข้อมือเพชร จำนวน 2 เส้น รวมมูลค่า 500,000 บาท ได้ที่ตลาดนัดนิคมลาดกระบัง แขวงลำประทิว เขตลาดกระบัง กทม.

พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 ระบุ การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา น.ส.ญุชนาถ ได้แปลงโฉม ด้วยการสวมใส่วิกผม และแว่นตา เข้าไปในพื้นที่ศูนย์การค้า ริเวอร์ไซด์พลาซ่า ถนนเจริญนคร ฝั่งตรงข้าม สน.สำเหร่ โดยทำทีเดินไปที่ร้ายจำหน่ายเครื่องเพชร ชื่อวีนา และพยายามตีสนิท และอ้างตัวกับนาย จิรวัฒน์ ฉายสุนทรสิริ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านเพชร ว่าเธอเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องครัว อยู่ในศูนย์การค้าเดียวกัน จึงอยากขอดูสร้อยข้อมือเพชร ไปให้มารดา ที่นั่งรออยู่ในร้านจำหน่ายเครื่องครัว จำนวน 2 เส้น เมื่อเจ้าของร้านหลงเชื่อ มอบสร้อยข้อมือให้ น.ส.ญุชนาถ จึงฉวยโอกาสหลบหนีออกจากศูนย์การค้าขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ด้าน พ.ต.อ.ภัสพงษ์ บุตรไทย ผู้กำกับการ สน.สำเหร่ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวน ได้แกะรอยผู้ต้องหาจากลายนิ้วมือแฝง และวงจรปิด พบว่า น.ส.ญุชนาถ ผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับคดีลักทรัพย์ตามร้านเครื่องเพชร ในลักษณะเดียวกันติดตัวอยู่ถึง 13 คดี ในท้องที่ สน.ห้วยขวาง สน.บางโพงพาง สน.บางพลัด สน.ประเวศ สน.หัวหมาก สน.ปทุมวัน สน.บางยี่ขัน และ สภ.เมืองสมุทรปราการ

โดยตระเวนก่อเหตุตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน สร้างมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่สำคัญยังพบเบาะแสว่า น.ส.ญุชนาถ เป็นบุคคลตามหมายจับที่กองปราบปรามตามตัวอยู่เช่นกัน จึงประสาน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม และ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เพื่อสนธิกำลังติดตามจับกุม ได้ที่ตลาดนิคมลาดกระบัง ก่อนนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีที่ สน.สำเหร่

จากการสอบสวน น.ส.ญุชนาถ สารภาพว่า ปัจจุบันเป็นแม่ค้าขายซูชิ อยู่ที่ตลาดนิคมลาดกระบัง ก่อนหน้านี้เคยแต่งงานมีครอบครัวมาแล้ว โดยช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่กับสามี ได้ร่วมกันกู้เงินสดจากแหล่งเงินทุนหลายที่มาจำนวนนับล้านบาท เพื่อเปิดร้านอาหาร ต่อมาแยกทางกันกับสามี ร้านอาหารต้องปิดไป เหลือแต่หนี้นอกระบบกว่า 6 แสนบาท ที่ต้องรับผิดชอบ โดยเธอถูกนายทุนข่มขู่ทำร้ายร่างกายสารพัด จะแจ้งความกับตำรวจก็ไม่กล้าเพราะรู้ตัวว่าตัวเองมีหมายจับ จึงต้องวางแผนซื้อวิกผมหลายๆ แบบมาสวม และใส่แว่นตาปลอมตัวไปทำทีขอดูเครื่องเพชรตามร้านในห้างสรรพสินค้าต่างๆ เมื่อสบโอกาสก็เชิดเอามาขายตามร้านรับซื้อเครื่องประดับมือสองได้ราคาต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อนำไปใช้หนี้ จนขณะนี้ยอดเงินติดหนี้นอกระบบเหลือแค่เพียง 1 แสนบาทเท่านั้น

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์ ก่อนประสานพนักงานสอบสวนท้องที่อื่นๆ ซึ่ง น.ส.ญุชนาถ เคยตระเวนไปก่อเหตุมาอายัดไปดำเนินคดีต่อไป.

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน