ข่าว ข่าวภาคใต้ ทั่วไทย

ท่อน้ำมันยักษ์เกยหาดชุมพร ชาวบ้านโวยไร้ภาครัฐเหลียวแลปล่อยทิ้งจนจมทรายแล้ว!

ชาวบ้านโวยท่อยักษ์ส่งน้ำมันดิบยาวกว่า 150 เมตร ยังไร้ผู้รับผิดชอบปล่อยทิ้งประจานความชุ่ยอยู่บนชายหาดบางเบิด นาน  1 สัปดาห์แล้ว ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม แหล่งอาหาร การท่องเที่ยว วอน “นายกประยุทธ์” จัดการด้วย

วันที่ 15 ก.พ.61 นายสมโภชน์ อุบลกาญจน์ กำนันตำบลปากคลอง นายอำพรรณรัตน์ พุ่มศรี ประธานชุมชน นายบุญยัง ศรีวิโรจน์ แพทย์ประจำตำบล นายทวี ศรีชลธาร ตัวแทนชาวบ้าน และ น.ส.ชิดสุภางค์ ชำนาญ เลขานุการสมาคมเพื่อนสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 10 คน เดินทางไปยังจุดที่ท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ลอยเกยอยู่บนชายหาดบ้านบางเบิด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและอยู่ใกล้ชุมชน เพื่อติดตามตรวจสอบว่ามีหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องลงมาดำเนินการขนย้ายออกไปจากพื้นที่เมื่อใด จากการตรวจสอบพบว่าท่อส่งน้ำมันดังกล่าวยังอยู่ที่เดิม บางส่วนได้ถูกคลื่นซัดกวาดเอาทรายขึ้นมาทับจนเกือบมิด

นอกจากนี้ ยังพบมีคราบก้อนน้ำมันดิบสีดำหลุดออกมาปนเปื้อนอยู่บนหาดทรายจำนวนหนึ่ง ส่วนภายในผนังท่อมีคราบน้ำมันสีดำเกาะติดอยู่มีความหนามากกว่า 5 เซนติเมตร และยังพบว่าช่วงข้อต่อระหว่างท่อหลายจุดที่มีน็อตเหล็กกล้าขนาดใหญ่อย่างดีขันยึดติดกันไว้ข้อต่อละ 22 ตัว มีคนมาถอดขโมยเอาไปหลายจุด ทำให้ท่อหลุดออกจากกัน และมีคราบน้ำมันดิบที่เกาะอยู่ หลุดออกมาเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อชายหาดและน้ำทะเลริมฝั่งอย่างมากกำนันตำบลปากคลอง กล่าวว่า ขณะนี้ท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ดังกล่าวถูกคลื่นซัดมาอยู่บนชายหาดนาน 7 วันแล้ว แต่หน่วยงานเกี่ยวข้องกลับนิ่งเฉย ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ กลับปล่อยให้ปัญหาส่งผลกระทบต่อชุมชน ทั้งนี้ หากหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง คงสืบได้ไม่ยากว่าเป็นของบริษัทใด ซึ่งมีอยู่ไม่กี่แห่งเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับนิ่งเฉยแต่ละหน่วยงานโยนกันไปมา ดังนั้นหากไม่มีศักยภาพ หรือ กลัวว่าจะกระทบต่อโครงการปิโตรเลียมของบริษัทยักษ์ใหญ่ในทะเลอ่าวไทย ก็มอบท่อดังกล่าวให้กับชุมชนเพื่อจะได้ขนย้ายนำไปแปรสภาพใช้ทำประโยชน์ในท้องถิ่นต่อไป

ด้านเลขานุการสมาคมเพื่อนสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร กล่าวว่า  ปัญหานี้เกิดมานานหลายวันแล้ว ที่ผ่านมาข้าราชการระดับสูงยังไม่เคยลงมาตรวจสอบในพื้นที่เพียงแค่รับรายงานจากท้องที่เท่านั้น  โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานควรจะให้ความสนใจมากกว่านี้เพราะเป็นหน่วยงานเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและบริษัทที่ดำเนินการด้านปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทยอย่างมากถึงความเป็นมาตรฐานและความปลอดภัยในการดำเนินการซึ่งที่ผ่านมาพอจะมีโครงการสำรวจหรือสัมปทานขุดเจาะน้ำมัน ทั้งบริษัทผู้ผลิต หน่วยงานรัฐ จะลงมาทำประชาพิจารณ์ ให้ความรู้ชาวบ้านมักจะพูดแต่เรื่องดีๆมีความปลอดภัย มาตรฐานสูง ไม่เกิดผลกระทบแต่อย่างใดๆ จึงขอฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรมองเห็นความสำคัญของปัญหานี้ เพราะท้องทะเลอ่าไทยเปรียบเสมือนเป็นเหมือนครัวอาหารของโลก ควรสั่งการให้ตรวจสอบอย่างจริงจังเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตต่อไป

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน