ข่าว

กสทช. เรียกทรู แจงด่วนข้อเท็จจริง ทำข้อมูลส่วนตัวลูกค้าหลุดพร้อมสำเนา

ปัญหาสำเนาเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า ทรูมูฟ หลุดสู่สาธารณะเรื่องนี้ มีการส่งต่อข้อมูลไปยังโซเชียลต่างๆ ในหัวข้อว่า “ด่วน! เรื่องใหญ่และอันตรายมาก True จะรับผิดชอบอย่างไร เมื่อข้อมูลบัตรประชาชน หลุดไปสู่สาธารณะจำนวน 4 หมื่นกว่ารูป?”

กรณีที่ปรากฎข่าวระบุว่า ทรูมูฟ เอช ทำข้อมูลบัตรประชาชน ของลูกค้าหลุดออกไปจำนวนมาก เรียกให้มาชี้แจงวันที่ 17 เม.ย. นี้

โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. เรียกให้ทรูมูฟ เอช เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่ปรากฎข่าวบนเว็บไซต์ว่า ทรูทำข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้าหลุดจำนวนมาก ในวันที่ 17 เม.ย. เวลา 9.30 น. โดยเรื่องนี้ ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 กำหนดไว้ว่า ในเรื่องนี้ ผู้กระทำผิดมีโทษตามกฎหมาย หากผู้ประกอบการมีส่วนในความผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และพักใช้ เพิกถอนใบอนุญาต โดย กสทช. เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายด้วย

นายฐากร กล่าวว่า กรณีนี้หากเป็นการกระทำโดยเจตนา ทรูมูฟ เอช มีความผิดแน่นอน ทั้งนี้ กสทช.ต้องเรียกทรูมูฟ เอช มาให้ข้อมูลก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สำนักงาน กสทช. ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงในแน่นอนก่อน จึงจะดำเนินการต่อไป เพราะ กสทช. ให้ความสำคัญต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนผู้ใช้บริการ จะรีบดำเนินการในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อคุ้มครองประชาชนผู้ใช้บริการ

 

ด้านไอทรูมาร์ท ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ วันที่ 14 เมษายนระบุว่า จากกรณีที่มีข่าวเรื่องข้อมูลลูกค้าที่ลงทะเบียนใหม่ถูกเปิดเผยในที่สาธารณะนั้น ไอทรูมาร์ทเสียใจและขออภัยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทันทีที่ทราบเรื่องดังกล่าว บริษัทฯ ก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดทันที กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับการ hack ข้อมูลลูกค้าที่ได้ซื้อมือถือ พร้อมแพคเกจบริการทรูมูฟ เอช โดยมีการลงทะเบียนซิมผ่านช่องทาง itruemart

โดยล่าสุดทีมงานไอทรูมาร์ท ได้ดำเนินการแก้ไขเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าแล้ว พร้อมทั้งจะส่งแจ้งเตือนไปยังลูกค้ากลุ่มดังกล่าว เพื่อให้ทราบถึงมาตรการของบริษัทที่จะดำเนินการเพื่อป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า หากถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง

ทีมงานไอทรูมาร์ท ขอยืนยันว่า บริษัทให้ความสำคัญสูงสุด เรื่องการปกป้องและรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามาโดยตลอด และสำหรับกรณีที่เกิดขึ้นนี้ บริษัทฯมิได้นิ่งนอนใจ โดยกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ระดับโลก รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลของลูกค้าจะได้รับการดูแลปกป้อง ด้วยมาตรฐานสูงสุดทั้งในด้านเทคโนโลยีและทางกฎหมาย