ข่าว ทั่วไทย

นายกฯย้ำสัปดาห์นี้มีสองวาระ “มหามงคลของคนไทย”

วันนี้ (10 ก.พ. 60) – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การ
พัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นมีเรื่องที่เป็นสิริมงคล มีความ สำคัญกับปวงชนชาวไทยอยู่
2 ประการด้วยกันซึ่งจะขอนำมากล่าวย้ำในวันนี้ อีกครั้ง

เรื่องแรก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพพยวรางกูร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
กำหนดให้ "วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี" เป็น "วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา" ของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็น "วันชาติ" และเป็น "วันพ่อแห่งชาติ" อีกด้วย

"ทั้งนี้ก็เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานต่อประเทศชาติ และ
ประชาชนของพระองค์เสมอมา นอกจาก นั้นท่านทราบไหมครับว่า "วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี" มีความ
สำคัญกับชาวโลกอย่างไร?

ผมก็จะขอให้ทุกท่านได้ภูมิใจว่า สำนักงานใหญ่องค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ ได้กำหนด
ให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็น "วันดินโลก" ทั้งนี้ก็เพื่อให้โลกได้ตระหนักว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราทรงปฏิบัติ
พระราชกรณียกิจ เกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จนประสบผลสำเร็จสร้าง
คุณประโยชน์ ทั้งแก่ชาวไทยและชาวโลกอย่างกว้างขวาง สมกับพระนาม "ภูมิพล" ของพระองค์ท่าน
นะครับที่แปลว่า "กำลังของแผ่นดิน""

อีกเรื่องหนึ่งคือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สมเด็จพระมหามุนีวงศ์
เจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ขึ้นเป็นพระสังฆราชองค์ใหม่ โดยในหลวง รัชกาลที่ 10 จะเสด็จฯ ทรงประกอบ
พระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระสังฆราช ด้วยพระองค์เองในวันที่ 12 ก.พ.นี้ เวลา 17.00 น. ณ
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ตนหวังว่าเรื่องราวทั้งสองเรื่องนี้ก็จะเป็นสิริมงคล เกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์นี้
ซึ่งจะช่วยทำนุบำรุงขวัญและกำลังใจให้กับคนไทย ทั้งชาติ และเราก็ถือเป็นพลังอำนาจของชาติที่
"ไม่มีตัวตน" แต่ก็กลับมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าพลังอำนาจทางทหาร หรือเศรษฐกิจ

ตนเชื่อว่าหากพลังเหล่านี้ ซึ่งเป็นพลังทางสังคมที่อาจจะจับต้องไม่ได้ทางกายภาพ มีความเข้มแข็ง เป็น
ปึกแผ่นปรองดองสมัครสมานสามัคคีกันแล้ว ไม่ว่าจะเกิดภัยน้อย – ใหญ่ หรือภัยจากภายนอก – ภายใน
ก็ไม่อาจจะไม่สามารถทำอันตรายบ้านเมืองของเราได้

อยากฝากประชาชนช่วยคิดว่า เราจะแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองของเรา ได้อย่างไร เราก็ควรจะต้องมีหลักคิด
ไม่ใช่คิดอย่างเดียว ต้องมีหลักคิด ในเรื่องประชาธิปไตยเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคม
เราจะคิดกันได้อย่างไร ต้องมีหลักการและเหตุผล แล้วก็ทำอย่างไรการศึกษาของเรานั้นจึงจะสอนให้คน
ของเรา "คิดเป็น" คิดโดยใช้หลักการคิดที่ถูกต้อง ไม่ใช่เฉพาะคิดเป็น อาจจะคิดเป็นแต่คิดไม่ดีก็ได้ เพราะ
งั้นต้องมีหลักการคิดที่ถูกต้อง เจตนาก็เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดี และได้ปฏิบัติตนตามความคิดที่ดีเพื่อประโยชน์
เพื่อชาติบ้านเมือง และของตนเองด้วย

อันนี้ก็ไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าให้นายกรัฐมนตรี – รัฐบาล คิดแต่เพียงอย่างเดียว และประเด็นสำคัญคือว่า
แล้วเราจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์จากการคิดร่วมกัน ด้วยหลักการเดียวกันนั้นได้อย่างไร โดยไม่เพียงเฉพาะ
คาดหวัง กดดันรัฐบาลแต่เพียงอย่างเดียว