Breaking ข่าว ข่าวภาคใต้ ทั่วไทย

สาวนวดสปาร้อง! อ้างตกเป็นแพะคดีลักทรัพย์

สาวนวดสปา ที่จังหวัดภูเก็ต ออกมาขอความเป็นธรรมอ้างตกเป็นแพะคดีชิงทรัพย์ที่จังหวัดตรัง ทั้งที่ไม่เคยเดินทางไป ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 10 ปี

วันที่ 11 ก.พ.60 นางสาว ปวิตรา กองกำพล อายุ 32 ปี หรือ พลอย ชาวจังหวัดราชบุรี แต่มาประกอบอาชีพรับจ้างนวดสปาอยู่ใน ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ได้นำเอกสารหลักฐานพร้อมด้วยหนังสือเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน และขอความช่วยเหลือจากนางชญาทิพย์ จิตหลัง ยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ช่วยต่อสู้คดีในศาลชั้นอุทธรณ์ หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำตัดสินพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 10 ปี เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 ในข้อหาชิงทรัพย์ โดยทรัพย์ดังกล่าวประกอบด้วย สร้อยคอ และพระเครื่องหลวงพ่อโสธร มูลค่ากว่า 7 แสนบาท

โดยเมื่อปี 2554 ตำรวจภูธรหาดสำราญ จังหวัดตรัง ได้ขออำนาจศาลจังหวัดตรัง จากการที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหาดสำราญว่าถูกพนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ชื่อพลอย มอมยาขณะที่ดื่มกินกันอยู่ภายในรีสอร์ทก่อนจะชิงทรัพย์ จนกระทั่งตำรวจภูธรกะรน ได้เข้าจับกุมตนเอง เมื่อปี 2559 ภายหลังจากไปติดต่อราชการที่ตำบลกะรน โดยตนเองขอยืนยันว่านับจากช่วงที่เกิดเหตุจนกระทั่งทราบว่ามีหมายจับผ่านมากว่า 5 ปี ตนเองไม่เคยไปทำงานหรือเดินทางไป จังหวัดตรัง และยืนยันว่าช่วงที่เกิดเหตุเมื่อปี 2554 ตนเองทำงานอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต 

นางสาว ปวิตรา ยืนยันว่า ตนเองตกเป็นแพะในคดีดังกล่าวและขณะนี้คดีอยู่ในศาลชั้นอุทธรณ์ ทำให้เดือดร้อนมาก เพราะต้องดูแลลูกที่ยังเล็กและไม่มีเงินว่าจ้างทนายความเพื่อต่อสู้คดี จึงอยากขอทางยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต ช่วยตรวจสอบหลักฐานในคดีนี้ให้ใหม่โดยเฉพาะภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ที่ตำรวจภูธรหาดสำราญ จังหวัดตรัง นำไปใช้เป็นหลักฐานชี้ว่าตนเองเป็นผู้กระทำความผิด เนื่องจากหญิงสาวที่ปรากฏในภาพดังกล่าวไม่ใช่ตนเอง รวมถึงขอให้ตรวจสอบวัตถุพยานอื่นๆ อีกครั้ง ทั้งหมายเลขโทรศัพท์ที่อ้างว่าตนเองใช้ติดต่อกับผู้เสียหาย รวมถึงลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยร้องขอให้ตรวจสอบวัตถุพยานดังกล่าวแต่กลับไม่คืบหน้า ทั้งนี้หากเป็นไปได้อยากขอร้องให้ผู้เสียหายในคดีนี้มาพบกับตนเองสักครั้ง เพราะที่ผ่านมาตนเองและผู้เสียหายไม่เคยเจอกันมาก่อน แม้กระทั่งวันที่มีการไต่สวนบนชั้นศาล ผู้เสียหายได้ชี้ตัวผ่านทางวิดีโอคอล 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า ทางยุติธรรม จังหวัดภูเก็ต ได้รับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ระบบกองทุนช่วยเหลือของยุติธรรมจังหวัดแล้ว เพื่อตั้งทนายความให้ความช่วยเหลือต่อไป
 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน