การเมือง ข่าว ทั่วไทย อาชญากรรม

ไพสิฐลุยเอง! คดีฟอกเงินกรุงไทย-กฤษดานคร เคลียร์ให้ชัดซื้อขายกันจริง

วันนี้ (15 ก.พ. 60) – พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวภายหลังผู้แทน
จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน
ดีเอสไอ คดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มบริษัท
กฤษดามหานครว่า ดีเอสไอได้รับข้อมูลเส้นทางการเงินตามที่ปปง.ตรวจสอบไว้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการ
ตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับนายพานทองแท้ ชินวัตร อย่างไร

“คดีดังกล่าวเหลืออายุความอีก 1 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ผมจึงรับเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน
เอง และดึงพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักการเงินการธนาคาร และพนักงานสอบสวนสำนักเทคโนโลยี
และสารสนเทศ มาร่วมเป็นพนักงานสอบสวน ยืนยันว่าการเร่งรัดการสอบสวนไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
แต่เป็นการดำเนินการตามขั้นตอน เพราะคดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอมานานแล้ว ในส่วนของ
ผู้ต้องหารายที่มีความผิดชัดเจนดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหาไปหมดแล้ว สำหรับกลุ่มผู้บริหารธนาคารกรุงไทย
หากพบความผิดเพิ่มก็จะเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาในเรือนจำ”

แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า คดีนี้เเต่เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ  ต่อมาพ.ต.ท.สมบูรณ์ถูกย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้คดีอยู่ในความรับผิดชอบของพ.ต.ท.บรรณฑูรย์ ฉิมกรา ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 แต่การสอบสวนไม่พบความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มการเมืองที่ปรากฏร่องรอยธุรกรรมการเงินจากนายรัชฎา กฤษดาธานนท์

เเหล่งข่าวกล่าวว่า ทำให้พ.ต.อ.ไพสิฐตดึงคดีนี้มาสอบสวนเอง  โดยในวันนี้  ดีเอสไอได้เชิญเลขาธิการปปง.มาร่วมหารือเพื่อยืนยันหลักฐานในคดีฟอกเงิน แต่เลขาธิการปปง.ทำหนังสือชี้แจงความยาว 2 หน้ากระดาษยืนยันว่า ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับดีเอสไอแล้ว แต่เมื่อนายวิทยา นิติธรรม ผอ.กองกฎหมาย ปปง.เข้ามาร่วมประชุมและร่วมตรวจสอบหลักฐานในสำนวน จึงพบว่าปปง.ยังไม่ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญา  โดยในที่ประชุมผู้แทนปปง.ระบุว่า ปปง.จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเมื่อดีเอสไอพบหลักฐานความผิดในคดีอาญาแล้วเท่านั้น

แหล่งข่าวกล่าวว่า พ.ต.อ.ไพสิฐได้มอบหมายพ.ต.ท.ปกรณ์ ประสานขอเอกสารย้อนหลังไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ยืนยันว่า มีการโอนเงินซื้อขายหุ้นกันจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาในชั้นสอบสวนมีเพียงหลักฐานชี้แจงของนายพานทองแท้ เเละนางเกศิณี จิปิภพ มารดาของนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร และนายมานพ ทิวารี บิดาของนต.ศิธา ทิวารี  อดีตส.ส.กทม.พรรคไทยรักไทยเท่านั้น  เเละเมื่อดีเอสไอได้เอกสารจากตลาดหลักทรัพย์เเล้วจะส่งให้ผู้เชี่ยวชาญส่วนวิเคราะห์อาชญากรรม  ตรวจสอบแผนผังธุรกรรมการเงินและความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงของบุคคลในคดีทั้งหมด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

เเหล่งข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ในชั้นสอบสวนระบุว่า ไม่พบหลักฐานความผิดในคดีฟอกเงินของกลุ่มการเมือง โดยนายพานทองแท้ระบุว่า   นายรัชฎาสั่งจ่ายเช็ค 26 ล้านบาทมาให้เพื่อฝากซื้อหุ้น แต่นายพานทองแท้ปฏิเสธว่า   หากต้องการฝากซื้อหุ้นให้ไปฝากกับนางเกศิณี   ทำให้นายรัชฎาสั่งยกเลิกเช็ค 26 ล้านบาทในชื่อนายพานทองแท้ และในวันรุ่งขึ้นได้โอนเงิน 26 ล้านบาท เพื่อไปซื้อหุ้น”ช.การช่าง”ในพอร์ตของนางเกศินี จากนั้น 2-3 เดือนเมื่อหุ้นขึ้นราคา นางเกศินีจึงขายหุ้นแล้วนำกำไรพร้อมเงินค่าหุ้นคืนให้กับนายรัชฎา