Breaking ข่าว

สะเทือน!! ชาวบ้านเดือดร้อนหลังปรับราคาแก๊ส-ร้านตามสั่งเตรียมขึ้นราคา

ร้านอาหารตามสั่งเตรียมขึ้นราคาอาหาร หลังจากแก๊สประกาศขึ้นราคาอีกกิโลกรัมละ 1.54 บาท ด้านร้านขายแก๊สรายย่อยยอมรับ ยอดสั่งแก๊สน้อยลงจากเดิมทั้งๆ ที่อยู่ในช่วงเปิดเทอม

ผู้สื่อข่าวลงทำการสำรวจร้านจำหน่ายแก๊สรายย่อยในเขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังมีการประกาศขึ้นราคาแก๊สอีกกิโลกรัมละ 1.54 บาท พบว่า ทั้งร้านขายย่อยและร้านอาหาร ต่างมีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกัน คือ ไม่เห็นด้วย รวมถึงอยากให้รัฐบาลควบคุมคงราคาแก๊สไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน

เริ่มจาก ร้านขายแก๊สรายย่อย ที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี  นายสุชาติ มาสแสง ผู้ดูแลร้าน เปิดเผยว่า ตามปกติแล้วเมื่อเปิดเทอม จะมีร้านขายอาหารสั่งแก๊สหุงต้มกันจำนวนมาก จนพนักงานส่งแก๊สส่งกันไม่ทัน   ซึ่งร้านเป็นร้านขายย่อย รับแก๊สมาจาก  ปตท. และเป็นผู้ควบคุมราคา ทางร้านไม่มีสิทธิประกาศขึ้นราคาใหม่ได้

ซึ่ง ปตท.จะนำแก๊สมาส่งให้ และรับถังเปล่าไปบรรจุให้ใหม่  ตั้งแต่ต้นปี 2561 มา  ได้มีการประกาศขึ้นราคาแก๊สมาเรื่อยๆ และตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนเป็นต้นมาถึงก่อนหน้าที่ประกาศขึ้นราคาแก๊สมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งการขึ้นราคาแก๊สบ่อยๆ ทำให้ยอดขายลดลงอย่างมาก ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ในวันนี้ก็ได้ชาวบ้านโทรมาสอบถามราคาแก๊ส ทำการปรับขึ้นมาจำนวนเท่าไร ทำให้ส่วนใหญ่บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ความเดือดร้อน

ด้าน นางสมจิตร ศรีพุทธา  แม่ค้าขายอาหารตามสั่งในเขตเทศบาลอุดรธานี  กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการขึ้นราคาแก๊สแล้ว 2 ครั้ง  ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 จากกรณีดังกล่าวก็จะส่งผลกระทบกับการขายอาหารต่างๆ เล็กน้อย แต่ก็ยังพอไปได้  ซึ่งทางร้านจะใช้แก๊สถังขนาด 15 กิโลกรัม จำนวน 2 ถัง ต่อ 2  อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางร้านก็จะคงขายอาหารราคาเดิมไปก่อน  เพราะหากจะขึ้นราคาไปตามราคาแก๊ส ก็จะสร้างความเดือดร้อนต่อไปให้กับลูกค้า โดยเฉพาะที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ที่ยังต้องอาศัยเงินค่าใช้จ่ายจาก พ่อ แม่ ผู้ปกครอง แต่หากว่ามีการขึ้นราคาแก๊สอีก ก็คงจะขอปรับราคาอาหารตามสั่งนี้ขึ้นไป แต่ก็ต้องดูว่าแก๊สขึ้นราคาอีกเท่าไหร่

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นางสมจิตร กล่าวต่อว่า อยากฝากบอกไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลขอให้ควบคุมราคาแก๊สหุงต้มเอาไว้ให้คงที่ ซึ่งหากจะมีการขึ้นราคาอีกในครั้งต่อไป ก็จะต้องรอดูก่อนว่าขึ้นมากน้อยเพียงใด แต่หากขึ้นอีกก็คงจะต้องปรับราคาอาหารกันตามบ้าง