ไทยติดอันดับ เป้าหมายบ่อขยะโลกแห่งใหม่

สปริงนิวส์ออนไลน์ ตรวจสอบข้อมูลข่าวย้อนหลังเกี่ยวกับปัญหาขยะอุตสาหกรรมที่มีการลักลอบนำเข้าประเทศและส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พบ จีนออกนโยบายใหม่ห้ามนำเข้าขยะจากนานาชาติ ส่งผล ทั่วโลกเร่งหาที่ทิ้งขยะใหม่ ไทยจ่อติดอันดับเข้าไปด้วย

ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นำกำลังผู้เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นโรงงานรีไซเคิลขยะแห่งหนึ่งย่าน จ.ฉะเชิงเทรา แล้วพบขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลอยู่ระหว่างการคัดแยก ซึ่งถือเป็นขยะอันตรายไม่อนุญาตให้นำเข้า นั้น

ทีมข่าวสปริงนิวส์ ออนไลน์ สืบค้นไปยังข้อมูลข่าวเก่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่เชื่อมโยงสู่ประเทศอื่นๆ เพื่อหาภาพร่างคร่าวๆของวงจรธุรกิจค้าขยะพิษ พบว่า เมื่อราวต้นปี 2017  จีนประกาศต่อองค์การการค้าโลก ว่าจีนจะสั่งห้ามนำเข้าขยะมูลฝอย 24 ประเภท รวมทั้งพลาสติก กระดาษ สิ่งทอ และขยะสารเคมี กฏระเบียบเหล่านี้เกิดจากแผนการปฏิรูปการจัดการขยะมูลฝอยจากต่างประเทศของจีน ที่ประกาศใช้เมื่อต้นปีที่ 2017 ที่ระบุว่า “ขยะมูลฝอยจากต่างประเทศ” จะถูกห้ามไม่ให้นำเข้าประเทศภายในสิ้นปี

นอกจากนี้ กระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของจีน ยังรายงานด้วยว่า  ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ขยะรีไซเคิลเกือบครึ่งหนึ่งของโลกไปอยู่ที่จีน ซึ่งเฉพาะปี 2015 ปีเดียว จีนนำเข้าขยะพวกนี้เกือบ 50  ล้านตัน โดยเกือบครึ่งมาจากสหรัฐ ขณะที่ 85% ของขยะพลาสติกที่สหภาพยุโรปส่งออก มุ่งตรงไปที่จีน ส่วนที่อังกฤษ มีการส่งขยะพลาสติกไปจีนมากกว่า 2.7 ล้านตันตั้งแต่ปี  2012 เป็นต้นมา

ที่ผ่านมา จีนเคยเป็นผู้นำเข้า “ขยะมูลฝอย” รายใหญ่ของโลก โดยขยะเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนทรัพยากรที่ขาดแคลนในประเทศ ตั้งแต่ปี 1980 แต่บางบริษัทได้ลักลอบนำเข้าขยะมูลฝอยเพื่อผลกำไรของบริษัทเอง ซึ่งทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งมลพิษทางน้ำและทางอากาศ และส่งผลเสียต่อสุขภาพประชาชน

ศุลกากรในหลายแห่งทั่วประเทศจีน พยายามสกัดการลักลอบนำเข้าขยะจากต่างประเทศและดำเนินการจัดส่งขยะเหล่านั้นกลับไปยังประเทศต้นทาง โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2017 มีรายงานการลักลอบนำเข้าขยะผิดกฏหมาย 146 ครั้ง รวมแล้วเป็นขยะมูลฝอยมากกว่า 2 แสน 6 หมื่นตัน

นโยบายงดนำเข้าขยะของจีนสร้างผลกระทบอย่างกว้างขวาง เพราะจนถึงตอนนี้ หลายประเทศยังไม่สามารถหาตลาดที่จะมารับรองปริมาณขยะได้ เช่น บริษัทในสหรัฐ ฯ ก็พบกับปัญหาเดียวกัน เพราะบริษัทจำนวนมากจำต้องปล่อยให้ขยะพลาสติกที่ไม่มีตลาดรับซื้อกองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ขณะเดียวกัน จีนยังได้ส่งคืนขยะมูลฝอยทั้งสิ้นกว่า 300 ตัน กลับไปยังสหรัฐอเมริกาด้วย หลังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขยะเหล่านี้ถูกส่งมาที่จีนทางเรือแทน

ด้านสหภาพยุโรปเผยแผนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดภายในปี 2030 และทยอยยุติการใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งเช่น แก้วกาแฟ เพื่อแก้ปัญหามลพิษ หลังรัฐบาลจีนประกาศนโยบายลดมลภาวะในประเทศและรักษาสิ่งแวดล้อม (ทั้งนี้ อียูส่งออกขยะพลาสติกราวครึ่งหนึ่งไปต่างประเทศ ในจำนวนนั้นราว 85% ไปที่จีน ซึ่งมาตรการข้างต้นเป็นการกำจัดของเหลือใช้ออกจากภูมิประเทศของตัวเอง)

บรรดาผู้ผลิตกระดาษญี่ปุ่นกำลังใช้ข้อได้เปรียบจากนโยบายงดนำเข้าขยะมูลฝอยของจีนโดยจะซื้อเศษกระดาษเพื่อเป็นวัตถุดิบ แปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้การประกาศงดนำเข้าขยะของจีน จะทำให้อุตสาหกรรมของจีนต้องปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะภายในประเทศ  รวมทั้งส่งผลให้ประเทศอื่น ๆ ทำการปรับตัวตามไปด้วย แต่ก็ดูเหมือนว่ามาตรการดังกล่าวดังกล่าวทำให้ชาติเอเชียกลายเป็นประเทศปลายทางอันดับต้นๆ ในการรองรับปริมาณขยะส่วนที่จีนเคยรับแทน เช่น  เมื่อปีที่แล้วเวียดนามนำเข้าเศษพลาสติกอัดก้อนมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ 550,000 ตัน รองลงมาคือมาเลเซีย อินโดนีเซียและไทย