Breaking การเมือง

ถก ผบ.หน่วย- ผู้ว่าฯ 26 จ.ภาคกลาง  วางแนวรับฟังความเห็นปรองดองระดับพื้นที่ 

วันที่ 3 มี.ค.60- ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพภาคที่1 ว่า  เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่1 (กกล.รส.) เป็นประธานประชุมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยเชิญผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคที่1( กอ.รมน.ภาค 1) ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่1และ ผบ.กองกำลัง ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 เข้าร่วมประชุม อย่างพร้องเพรียง

พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า ตามที่พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช. ได้สั่งการให้ทุกคนมาทำงานร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในส่วนของกองทัพภาคที่1 ที่รับผิดชอบพื้นที่ 21 จังหวัดของภาคกลาง ตนได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดมารับทราบแนวทางสร้างความปรองดอง ตามแนวทางคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ชุดที่มีพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นตัวหลักในการบริหารจัดการ โดยมีหน่วยทหารในพื้นที่ ทั้งผู้บัญชาการกองพล และผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ต่างๆในกองทัพภาคที่1 เป็นผู้สนับสนุนให้ในการประสานงาน และเชิญกลุ่มเป้าหมายมาแสดงความคิดเห็น โดยแบ่งออกเป็น4 กลุ่มหลักคือ
1.นักการเมืองท้องถิ่น ทั้งนักการเมืองและผู้สนับสนุน 2.นักวิชาการ 3.ข้าราชการ นักธุรกิจในพื้นที่ และ4.กลุ่มผู้นำชุมชน ภาคประชาชน หรือเอ็นจีโอ
 
พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่จะหารือก็เป็นไปตามกรอบที่คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น ชุดที่มีพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ กำหนดไว้ 10 ประเด็น แต่มี 1 คำถามหลักที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้ฝากเอาไว้ พร้อมให้ความสำคัญมาก นั้นคือ พวกท่านมองปัญหาประเทศ และมีแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศอย่างไร เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในอนาคต
 
พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า ส่วนรูปแบบการดำเนินการจะเป็นการตั้งโต๊ะกลม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ในการหารือกัน โดยตนขอเน้นย้ำว่า10 ประเด็นที่กำหนด บวกกับอีก1 ประเด็นที่นายกฯ ฝากไว้ ตนอยากให้ทั้ง4 กลุ่มเป้าหมาย ขอให้พวกท่านมองภาพรวม และเป็นกลาง อย่ามองแต่ปัญหาอย่างเดียว แต่ขอให้มองวิธีการแก้ด้วย หากมองที่มุมของพวกท่านอย่างเดียวความสันติสุข ปรองดองก็จะไม่เกิดผล เพราะการที่รัฐบาลและคสช.ตั้งคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองขึ้นมา สะท้อนให้เห็นว่าเรามีความจริงใจสูงมากที่จะสร้างความปรองดอง
 
เมื่อถามว่าการรับฟังความคิดเห็นในระดับจังหวัดจะมีกรอบระยะเวลาแล้วเสร็จเมื่อใด พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า กรอบระยะเวลาในการดำเนินการนั้นค่อนข้างจำกัด เพราะภาระงานของกองทัพภาคที่1 มีมาก ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่ก็จะมีการสรุปประเด็นทุกๆวันพุธ โดยสรุปสัปดาห์ละครั้ง แต่ในขั้นต้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้เตรียมการไว้หมดแล้ว พร้อมทั้งแจ้งเชิญกลุ่มเป้าหมายรับทราบหมดแล้ว 

"เชื่อว่าด้วยศักยภาคของผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจะสามารถดำเนินการได้เสร็จภายในปลายเดือนมี.ค. จากนั้นก็ส่งความคิดเห็นในระดับพื้นที่ไปให้ทางคณะ อนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นต่อไป"พล.ท.อภิรัชต์ กล่าว 
 
เมื่อถามต่อว่า จะมีประเด็นเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะแต่ละพื้นที่มีปัญหาต่างกัน พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า หากนอกเหนือจากประเด็นที่กำหนดไป ถ้าในแต่ละพื้นที่มีประเด็นเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ เมื่อถามอีกว่า ในเขตรับผิดชอบภาคกลาง  21 จังหวัดของกองทัพภาคที่1 มีความห่วงพื้นที่ใดเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า ในรอบ2-3 ปีที่ผ่านมา หลายๆกลุ่มหลายๆฝ่ายก็ปรับทัศนคติ และปรับตัวเอง จนเห็นความจริงใจของรัฐบาลและคสช. ตนไม่หนักใจ เชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัดคงไม่หนักใจเช่นเดียวกัน 

"ส่วนพื้นที่วัดธรรมกายที่อยู่ในจ.ปทุมธานี นั้น ตนอยากให้แยกแยะด้วย ระหว่างวัดกับการเมือง แม้ว่าวัดจะมีความผูกพันในส่วนตัวบุคคลก็ตาม แต่เชื่อว่าการบริหารราชการแผ่นดิน และการปฏิรูปประเทศคนละประเด็นกัน ซึ่งประเด็นวัดธรรมกายต้องเป็นหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ"

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

เมื่อถามว่า ยังมีบางส่วนในสังคมวิจารณ์ว่า ทหารเป็นคนทำปรองดอง พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าในระดับพื้นที่ทหารไม่ใช่ผู้ดำเนินการหลัก แต่เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งชัดเจนดีแล้วว่า  การเชิญกลุ่มเป้าหมายมาพูดคุยเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนทหารจะเป็นผู้สนับสนุน  โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถสั่งทหารได้ เช่นอยากจะให้ให้ผบ.มณฑลทหารบก ช่วยดำเนินการเรื่องใดก็สั่งได้เลย
 
พล.ท.อภิรัชต์ ยังกล่าวถึงการเชิญนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยมาหารือว่า นายวัฒนาเป็นคนให้คิดเห็นทางการเมืองหลายๆอย่าง ซึ่งได้พูดคุยกัน2 ชั่วโมง บรรยากาศดีมาก   ตนคิดว่านายวัฒนา เป็นคนมีวิสัยทัศน์ทางการเมืองดีมาก มีแนวทางที่นำเสนอก็สามารถนำไปสู่ความปรองดองได้ดี ซึ่งการเสนอความคิดเห็นทุกคนสามารถทำได้ แต่อยากให้ทำตามแนวทางที่กำหนด เพื่อให้ประเทศเกิดความสันติสุข ซึ่งจากการพูดคุยนายวัฒนาได้บอกว่า  ต่อไปนี้ว่าถ้ามีอะไรจะเสนอความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์เเละพูดกับตนว่า เมื่อเราให้เกียรติ ด้วยการเชิญมาพูดคุย นายวัฒนาก็ดีใจ ซึ่งตนก็ให้เกียรติ เพราะนายวัฒนาเป็นนักการเมืองเก่าที่มีบทบาทสูง