ข่าว ทั่วไทย

ถึงเวลาเลิกทะเลาะกับตำรวจจราจร?

วันนี้ (22 มี.ค. 60) – ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ใช้อำนาจตาม
มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ในการออกคำสั่งเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย
ว่าด้วยการจราจรทางบก โดย นายกรัฐมนตรีคงเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจาก
หากรอการปรับปรุงกฎหมายหลายฉบับ ก็จะไม่ทันต่อสถานการณ์ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในอนาคตจะต้องปรับแก้ไข
กฎหมายตามขั้นตอนของนิติบัญญัติ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) คงต้องยกร่างกฎหมายเพื่อนำเสนอ
กฎหมายเสนอ สนช.ต่อไป
 

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ดูแลงานจราจร) กล่าวถึงความคืบหน้าในการนำ
ระบบเทคโนโลยีเข้ามาจัดระบบการจราจรทั้งการบังคับใช้กฎหมายและการจัดระบบการจราจร โดยเบื้องต้น
ได้ศึกษาระบบมาที่เอกชนเข้ามานำเสนออย่างต่อเนื่อง โดยระบบดังกล่าวเป็นระบบแก้ ปัญหาการจราจร
แบบครบวงจรซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้แก่ 
1.ระบบกล้องตรวจจับปัญหารถติด ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนแบบอัตโนมัติ
2.ระบบเช็คพอยท์เป็นระบบเซ็นเซอร์นับปริมาณจำนวนรถที่วิ่งผ่านในถนน แต่ละเส้นทางเพื่อตรวจนับว่า
ปริมาณรถเข้ามาเกินความจุของถนนหรือยัง หากพบว่ามากกว่าก็จะเปิดสัญญาณไฟเขียวเพื่อระบายรถ
3.ระบบควบคุมสัญญาณซึ่งจะเชื่อมต่อกับระบบที่ 2 ซึ่งหากพบว่าในแต่ละด้าน รถเริ่มมากก็จะต้องปล่อย
สัญญาณไฟ
4.ระบบตำรวจอัจฉริยะหรืออีโปลิส (E-Police) จะเป็นระบบตรวจจับต่างๆ เช่นความเร็ว ฝ่าไฟแดงเลนเชนจ์
และจะออกใบสั่งอัตโนมัติ
5.ตัวเก็บข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อวิเคราะห์สถานการจราจรในกรณีที่เส้นทางพิเศษ
6.ป้ายบอกสภาพการจราจรด้วยระบบอัตโนมัติเพื่อแจ้งประชาชนว่าจะต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางใด และอีก 1 ศูนย์
ควบคุมโดยเครื่องมือทั้ง 6 อย่างจะเชื่อมโยงมาที่ศูนย์ ควบคุมและสั่งจราจร (บก.02) ออกใบ สั่งแบบทันที 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า บช.น.มีหน้าที่เพียงทำการศึกษาเท่านั้น ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างจะต้อง
อยู่ที่ดุลยพินิจของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกรุงเทพมหานคร โดยล่าสุดบช.น.ได้มีการเจรจาใน
รายละเอียดคร่าวๆให้แก่กทม.รับทราบถึงข้อดี ของเทคโนโลยีเพื่อขอให้กทม.พิจารณาจัดสรรงบประมาณ
ซึ่งกทม.ก็เห็นด้วยกับแนวทางและรับไปพิจารณาแล้ว ทั้งนี้การจัดซื้อจัดจ้างนั้น ตนเห็นว่า ควรจะเป็นการเช่า
ระบบจากเอกชนมากกว่า เพราะหากเช่าซื้อ เอกชนจะเข้ามาดูแลและอัพเดตระบบให้ทันสมัยและมีเทคโนโลยี
ใหม่ๆเข้ามาใช้อีกทั้งราคาจะถูกและคุ้มค่าต่อการบริหารจัดการ ทั้งนี้ตนเห็นว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครมี
ความจำเป็นอย่างยิ่งและถึงเวลาที่จะต้องนำระบบเทคโนโลยีมาใช้งานเพราะปัจจุบันปริมาณการจราจรในพื้นที่
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ยังให้ระบบแมนนัลในการจัดการซึ่งการส่งผลให้การทำงานไมสอดคล้องกับ
สภาพการจราจรมากพอ