"เทียบฎีกา" บทเรียนคดี "ลุงวิศวะ"

27 ก.ย. 2561 เวลา 11:22 น.

คดีลุงวิศวะ ศาล พิพากษาจำคุก 10 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงิน 3.4 แสนบาท ล่าสุดศาลให้ประกันตัว วงเงิน 670,000 บาท

จากกรณี นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี วิศวกรบริษัท ไมคอล อินจิเนียริ่ง จำกัด หรือลุงวิศวะ ถูกกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้าล้อมรถเก๋งและพยายามจะเข้าทำร้าย แล้วใช้ปืนยิงสวนถูกนายนวพล หรือปอน ผึ่งผาย อายุ 17 ปี เสียชีวิต ที่บริเวณสามแยกถนนอ่างศิลา ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ พวกของผู้ตาย ซึ่งเป็นคนขับรถตู้ได้จอดรถที่หน้าร้านขายของฝาก กีดขวางทางออกรถของจำเลย จนเป็นเหตุให้มีปากเสียทะเลาะวิวาทกัน กระทั่งพวกของผู้ตายขับรถออกไป โดยไม่ได้มีการท้าทาย แต่จำเลยกลับขับรถตาม รถคู่กรณีทั้ง 2 คัน บีบแตรใส่ และปาดหน้าเสมือนเป็นการท้าทาย จนคู่กรณีเกิดบันดาลโทสะ และเข้ามาวิวาทกับจำเลย จากนั้นจำเลยได้ใช้อาวุธปืน ซึ่งบรรจุกระสุนไว้ลงไปโต้ตอบกับคู่กรณี แต่เมื่อเห็นทีท่าไม่ดี ประกอบกับถูกผู้ตาย และพวกลงมือทำร้ายร่างกาย จนรู้สึกหวาดกลัวพร้อมกับใช้ปืนยิงเข้าใส่ศาลเห็นว่า เหตุดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยงกันไม่ขาดตอนในระยะเวลาเพียง 5 นาทีเศษ จากพฤติการณ์เป็นกรณีที่ต่างฝ่ายสมัครใจวิวาทกัน จำเลยจะอ้างว่าเป็นการยิงเพื่อป้องกันตัวเองไม่ได้ รวมทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ตายกับพวกทำร้ายร่างกาย มารดา ภรรยา และหลาน ที่มากับจำเลย ดังนั้นจะอ้างว่ายิงเพื่อป้องกันผู้อื่นไม่ได้

ศาลจึงพิพากษา ว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง แต่เนื่องจากไม่ได้มีจิตใจเหี้ยมโหดเยี่ยงโจรผู้ร้าย เพียงแต่ขาดสติยับยั้งชั่งใจในการควบคุมตัวเอง และมิได้หลบหนี พร้อมยอมรับกับตำรวจในทันที่ว่าลงมือยิงผู้ตาย นอกจากนี้ ผู้ตายยังมีส่วนร่วมในการกระทำผิด จึงเห็นสมควรลงโทษสถานเบา รวมโทษจำคุก 10 ปี ปรับ 2,000 บาท และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5 ต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องขอล่าสุด ทนายความของนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ ได้ยื่นหลักทรัพย์ 670,000 บาท

หลายคนสงสัยว่า แล้วอย่างไร....ถึงเข้าข่ายป้องกันตัว

เทียบกับฎีกา คดีที่เป็นการยิงป้องกันตัวได้ และการป้องกันตัวไม่ได้

ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2540 อ้างป้องกันตัวได้

การที่ผู้เสียหายเมาสุราไม่เชื่อฟังมารดาพูดจาท้าทายจำเลย และถือมีดปลายแหลมซึ่งมีใบมีดยาวถึง 17 เซนติเมตร เดินไปตบหน้าภริยาจำเลยที่หน้าประตูห้องน้ำ ในขณะที่จำเลยอยู่ในห้องน้ำและอยู่ห่างกันเพียง1 วา ไม่มีทางที่จำเลยจะหลบหนีไปทางใดได้บุคคลที่อยู่ในภาวะเช่นจำเลย ต้องเห็นว่าผู้เสียหายมีเจตนาจะทำร้ายจำเลย โดยใช้มีดที่ถือมาแทงจำเลยอย่างแน่นอน และอาจถึงแก่ความตายได้ จึงเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้าย อันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตราย ที่ใกล้จะถึงการที่จำเลยเปิดประตูห้องน้ำออกมาแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายเพียง1นัด แล้วหลบหนีจึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2530 อ้างป้องกันตัวไม่ได

จำเลยกับผู้ตายขับรถยนต์มาประจัญหน้ากันและหลีกกันไม่พ้นเพราะซอยแคบ จำเลยกับผู้ตายเกิดโต้เถียงกัน เมื่อขับรถสวนพ้นกันไปแล้วจำเลยกับผู้ตายก็ยังโต้เถียงกันอีก ต่างคนต่างหยุดรถและลงมาจากรถ ผู้ตายถือปืนลงมาและยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นการระบายอารมณ์โกรธที่โต้เถียงกับจำเลยโดยมิได้แสดงกิริยาอาการว่าจะใช้ปืนยิงจำเลยแต่อย่างใด การที่จำเลยหยิบปืนในรถออกมาแล้วยิงไปที่ผู้ตายในลักษณะประสงค์ร้ายต่อชีวิตในขณะนั้น เป็นเหตุให้เกิดการยิงกันจนผู้ตายถูกกระสุนปืนที่จำเลยยิงถึงแก่ความตาย จึงเป็นเรื่องที่จำเลยและผู้ตายสมัครใจต่อสู้กัน จำเลยจะอ้างว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันหาได้ไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด