ขอให้ดีจริง ! "ราเยวัช" ชี้โอกาสติดทัพ "ช้างศึก" ลุย ซูซูกิคัพ เปิดกว้างสำหรับทุกคน

01 ต.ค. 2561 เวลา 5:17 น.

ราเยวัช ชี้โอกาสติดทัพ "ช้างศึก" ลุย ซูซูกิคัพ เปิดกว้างสำหรับทุกคน

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ส่งรายชื่อ 50 นักเตะ ให้แก่สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) เพื่อลงทะเบียนในเบื้องต้นตามระเบียบของฝ่ายจัดการแข่งขัน ก่อนจะมีการตัดตัวผู้เล่นเหลือ 23 คนสุดท้าย เพื่อลงแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ต่อไป นอกจากนี้ทางสมาคมฯ จะมีการประกาศรายชื่อที่จะเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องกับ ฮ่องกง และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้อีกด้วย

ราเยวัช ชี้โอกาสติดทัพ

โดย มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้กล่าวถึงการประกาศรายชื่อผู้เล่นในครั้งนี้ว่า "หากผู้เล่นคนใดไม่ติดทีมที่ลงเตะเกมกระชับมิตรทั้ง 2 นัดในเดือนตุลาคม ไม่ได้หมายความว่าโอกาสเล่นในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ จะปิดตาย"

“ที่วันนี้เราประกาศรายชื่อ 50 ผู้เล่นที่ลงทะเบียนใน ซูซูกิ คัพ เพราะว่า เราอยากให้นักกีฬาทุกคนรู้ว่าพวกเขามีโอกาสติดทีมชาติในช่วงที่บอลลีกจบลง เพราะบางคนอาจจะวางแผนชีวิตส่วนตัวหลังจบฤดูกาล เช่น การลาพักผ่อน หรือธุระอื่นๆ” โค้ชมิโล เริ่มกล่าว

“โดยวันที่ 4 ตุลาคม เราจะประกาศรายชื่อที่จะอุ่นเครื่องกับ ฮ่องกง และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก หากนักกีฬาคนใดไม่มีรายชื่อในเกมอุ่นเครื่องทั้ง 2 เกมดังกล่าว ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสติดทีมไปซูซูกิ คัพ แต่เป็นเพราะว่าแมตช์อุ่นเครื่องเราใช้ผู้เล่นได้จำกัด เพราะฉะนั้น ผมอยากให้รู้ว่า ทุกคนยังมีสิทธิ์ติดทีม และผมจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนที่สุด ก่อนประกาศรายชื่อในทัวร์นาเมนต์สำคัญ”

“หลังจากจบเกมอุ่นเครื่องทั้งสองเกม เราจะประกาศรายชื่อนักกีฬาที่จะถูกเรียกเข้ามาฝึกซ้อมก่อน ซูซูกิ คัพ จะเริ่มขึ้น โดยเราตั้งใจว่าจะเริ่มเก็บตัวตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม เป็นต้นไป”

“สำหรับนักกีฬาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ บางกอกกล๊าส เอฟซี พวกเขาจะมีภารกิจกับสโมสรต่อ เพราะฉะนั้น เราจะให้พวกเขาได้มีเวลาพักเพิ่มขึ้น ก่อนจะเรียกตัวพวกเขามาฝึกซ้อมต่อไป”

สำหรับทีมชาติไทยจะลงแข่งขันในนัดกระชับมิตร ฟีฟ่า เดย์ ระดับ International ‘A’ Match ทั้งหมด 2 นัด พบกับ ฮ่องกง (อันดับ 142 ของโลก) ในวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ที่สนามมงก๊ก สเตเดียม เวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

จากนั้นจะกลับมาลงสนามพบกับ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก (อันดับ 90 ของโลก) ในเกมอำลาสนามอย่างเป็นทางการของ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ในวันที่ 14 ตุลาคม 2561 ที่สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี เวลา 18.00 น.

ส่วนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ จะแข่งขันระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2561 โดยทัพ “ช้างศึก” มีดีกรีเป็นแชมป์เก่า อยู่กลุ่ม บี ร่วมกับ ติมอร์ เลสเต, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทำการประกาศรายชื่อนักกีฬาฟุตบอลชายทีมชาติไทยในเบื้องต้น 50 คน สำหรับส่งชื่อให้แก่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2561  มีรายชื่อดังต่อไปนี้

1. นายศิวรักษ์ เทศสูงเนิน สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

2. นายศศลักษณ์ ไหประโคน สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

3. นายพรรษา เหมวิบูลย์ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

4. นายศุภชัย ใจเด็ด สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

5. นายกรกช วิริยอุดมศิริ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

6. นายจักรพันธ์ แก้วพรม สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

7. นายรัตนากร ใหม่คามิ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

8. นายชิติพัทธ์ แทนกลาง สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

9. นายอานนท์ อมรเลิศศักดิ์ สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส เอฟซี (ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

10. นายขวัญชัย สุขล้อม สโมสรฟุตบอลพีที ประจวบ เอฟซี (ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

11. นายอดิศร พรหมรักษ์ สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

12. นายพีระพัฒน์ โน้ตชัยยา สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

13. นายสารัช อยู่เย็น สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

14. นายชาริล ชัปปุยส์ สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

15. นายทริสตอง โด สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

16. นายอดิศักดิ์ ไกรษร สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

17. นายมานูเอล ทอม เบียห์ร สโมสรฟุตบอลทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

18. นายสุมัญญา ปุริสาย สโมสรฟุตบอลทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

19. นายสรรวัชญ์ เดชมิตร สโมสรฟุตบอลทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

20. นายปกเกล้า อนันต์ สโมสรฟุตบอลทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

21. นายมิก้า ชูนวลศรี สโมสรฟุตบอลทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

22. นายรุ่งรัตน์ ภูมิจันทึก สโมสรฟุตบอลทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

23. นายเควิน ดีรมรัมย์ สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี

24. นายนูรูล ศรียานเก็ม สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี

25. นายบดินทร์ ผาลา สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี

26. นายวรวุฒิ ศรีสุภา สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี

27. นายนิติพงษ์ เสลานนท์ สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี

28. นายปกรณ์ เปรมภักดิ์ สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี

29. นายฉัตรชัย บุตรพรม สโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

30. นายศิวกรณ์ เตียตระกูล สโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

31. นายสุริยา สิงห์มุ้ย สโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

32. นายชินภัทร์ ลีเอาะ สโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

33. นายสรานนท์ อนุอินทร์ สโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

34. นายพิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล สโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

35. นายฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส เอฟซี

36. นายสุรชาติ สารีพิมพ์ สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส เอฟซี

37. นายธนบูรณ์ เกษารัตน์ สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส เอฟซี

38. นายชนานันท์ ป้อมบุบผา สโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี เอฟซี

39. นายสุพรรณ ทองสงค์ สโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี เอฟซี

40. นายธนาสิทธิ์ ศิริผลา สโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี เอฟซี

41. นายนพพล พลคำ สโมสรฟุตบอลโปลิศ เทโร เอฟซี

42. นายมงคล ทศไกร สโมสรฟุตบอลโปลิศ เทโร เอฟซี

43. นายนิรันดร์ มีมาก สโมสรฟุตบอลโปลิศ เทโร เอฟซี

44. นายฟิลิป โรลเลอร์ สโมสรฟุตบอลราชบุรี มิตรผล เอฟซี

45. นายเฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว สโมสรฟุตบอลนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

46. นายวรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ สโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟซี

47. นายพิชา อุทรา สโมสรฟุตบอลพัทยา ยูไนเต็ด

48. นายมาร์โก บัลลินี สโมสรฟุตบอลชัยนาท เอฟซี

49. นายอภิวัฒน์ เพ็งประโคน สโมรฟุตบอลอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด

50. นายสุพจน์ จดจำ สโมสรฟุตบอลกระบี่ เอฟซี

สำหรับรายชื่อดังกล่าว เป็นรายชื่อเบื้องต้นที่ส่งให้กับสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน ก่อนจะมีการตัดตัว ให้เหลือ 23 คนสุดท้ายต่อไป