Breaking news : จับแล้ว! “ปริญญา”คาสุวรรณภูมิ ผู้ต้องหาโกงบิทคอยน์ เตรียมฝากขัง

12 ต.ค. 2561 เวลา 1:28 น.

รวบแล้ว “ปริญญา จารวิจิตร” ผู้ต้องหาโกงบิทคอยน์ พี่ชาย "บูม จิรพิสิษฐ์ " นักแสดง ล่าสุด กองปราบฯจับคาสุวรรณภูมิ คุมสอบเงียบ เตรียมส่งฝากขังศาล 9.30 น. ค้านการประกันตัว

เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.2 (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ว่า จับกุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายจับของศาลอาญาตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม

จึงรีบประสานทีมงานตำรวจที่เกี่ยวข้อง นำนายปริญญา จารวิจิตร อายุ 35 ปี  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1693/2561 ลงวันที่ 26 ก.ค. 2561 ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันฉ้อโกง เดินทางมาสอบสวนที่กองปราบปรามตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยอนุญาตให้ทนายความเข้าร่วมสอบสวนด้วย

รวบแล้ว “ปริญญา จารวิจิตร” ผู้ต้องหาโกงบิทคอยน์ พี่ชาย

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ นายเออาร์นี่ โมตาวา ซาริมา อายุ 23 ปี เจ้าพ่อเงินอิเล็คทรอนิคตระกูลบิตคอยน์ชาวฟินแลนด์ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. ระบุว่า นายปริญญากับพวกได้ร่วมกันฉ้อโกงเงินบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 797 ล้านบาทด้วยการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในตลอดหลักทรัพย์แต่กลับมีการถ่ายเทเงินไปยังที่ต่างๆ โดยไม่ได้ทำตามที่ตกลงกันไว้

ต่อมาพนักงานสอบสวนกองปราบฯได้สอบสวนขยายผล จนพบว่าคดีนี้มีผู้กระทำความผิดประกอบด้วย นายปริญญา ที่เป็นหัวโจกสำคัญในคดี นายธนสิทธิ์ จารวิจิตร นายจิรพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิตร ดารานักแสดง น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิตร สี่พี่น้อง และนายวิสิทธิ์ จารวิจิตร และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิตร บิดาและมารดา รวมทั้งนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ผู้กว้างขวางในตลาดหลักทรัพย์ และนายชาคริส อาห์มัด ผู้บริหารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ นายประสิทธิ์ และนายชาคริส นั้นผู้เสียหายได้มาถอนแจ้งความไปแล้ว

หลังจากตกลงชดใช้ค่าเสียหายกันได้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่วนผู้ต้องหารายอื่นพนักงานสอบสวนได้ทยอยแจ้งข้อหาไปแล้วในฐานความผิดเกี่ยวกับร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันฉ้อโกง ในขณะที่นายปริญญาได้หลบหนีไปสหรัฐอเมริกาก่อนที่หมายจับจะออกเพียงไม่กี่วัน

รวบแล้ว “ปริญญา จารวิจิตร” ผู้ต้องหาโกงบิทคอยน์ พี่ชาย

ทั้งนี้ มีรายงานว่าก่อนการจับกุมตัวนายปริญญา สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ชาคริต ได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ยกเลิกหนังสือเดินทางของนายปริญญาเพื่อกดดันตัวให้เดินทางกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ต่อมากระทรวงการต่างประเทศได้ทำเรื่องยกเลิกหนังสือเดินทางตามที่กองปราบฯร้องขอ ทำให้นายปริญญาจำเป็นต้องเดินทางกลับเนื่องจากไม่สามารถอยู่ในสหรัฐอเมริกาได้

กระทั่งวันที่ 10 ต.ค. เวลาประมาณ 23.20 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากฝ่าย ตม.ขาเข้า ตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่าจะมีบุคคลตามหมายจับเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรจึงพร้อมกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณฝ่าย ตม.ขาเข้าโซนตะวันตก โดยพบ นายปริญญา เดินทางกับสายการบินเอเซียนน่าแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OZ741 ที่เดินทางมาจากประเทศเกาหลีโดยมีต้นทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหายจับดังกล่าวจึงเข้าควบคุมตัวและแจ้งข้อหาให้ทราบทันทีก่อนที่จะควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมโดย เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ พูดจาวกวนไปมา

รวบแล้ว “ปริญญา จารวิจิตร” ผู้ต้องหาโกงบิทคอยน์ พี่ชาย

ซึ่งนายปริญญา กล่าวเพียงว่า ยังไม่ขอให้รายละเอียดขณะนี้ กำลังปรึกษากับทีมทนายความว่าจะให้การกับพนักงานสอบสวนอย่างไรบ้าง และกำลังพิจารณาเรื่องยื่นประกันตัว

ด้านพ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รองผบก.ป.) หลังการจับกุมตัว ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดโดยจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาเวลา 09.30 น. ในวันนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนอาจจะพิจารณาคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่จะหลบหนี

ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายอื่นๆนั้น ขณะนี้คงเหลือแต่ผู้ต้องหาในตระกูลจารวิจิตรเท่านั้น ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้นัดให้ นายวิสิทธิ์ จารวิจิตร และ นางเลิศฉัตรกมล จารวิจิตร บิดาและมารดา รวมทั้ง นายธนสิทธิ์ พี่ชายของ นายปริญญา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในวันที่ 17 ตุลาคมที่จะถึงนี้