ข่าว

บิ๊กใหม่..สั่งกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์

จเรตำรวจแห่งชาติสั่งคุมเข้มจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน หลังพบขบวนการค้ามนุษย์พยายามเคลื่อนไหว

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ผอ.ศพดส.ตร. เปิดเผยถึงสถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศไทย ว่าในขณะนี้ การกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในประเทศไทย ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันพบว่ายังมีขบวนการค้ามนุษย์ ที่ไม่หยุดพฤติกรรมและพยายามหาช่องทางลักลอบนำแรงงานเถื่อนผิดกฎหมายเข้ามาในราชอาณาจักร

ล่าสุดพบว่า ในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน โดยเฉพาะจังหวัดระนอง ยังมีเครือข่ายของขบวนการค้ามนุษย์พยายามลักลอบนำแรงงานเถื่อนผิดกฎหมายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2561 ตำรวจ สภ.สุขสำราญ จ.ระนอง สืบทราบว่า จะมีการลักลอบนำพาบุคคลต่างด้าวผ่านมาในพื้นที่ ตำรวจจึงตั้งจุดสกัดบริเวณจุดตรวจ ชป. 1043 หมู่ 2 ต. กำพวน อ. สุขสำราญ จ.ระนอง ตรวจพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อเชฟโรเลต สีน้ำตาลหมายเลขทะเบียน กต 8376 กระบี่ แล่นมาจากฝั่ง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มุ่งหน้าไปยัง อ.คุระบุรี จ. พังงา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้สัญญาณหยุดรถ แต่ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่าน กลับเร่งความเร็วเพื่อหลบหนี แต่เนื่องจากมีการวางเครื่องกีดขวางล้อรถไว้ จึงส่งผลให้รถยนต์คันดังกล่าวยางรั่วและเกิดความเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลังออกไล่ติดตาม

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนได้สังเกตุเห็นรถยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและสี 2 คัน ที่ขับตามมา ได้มีพฤติการณ์กลับรถบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านกำพวน ก่อนจะเร่งเครื่องหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดกำลังอีกเพื่อออกติดตามรถยนต์กระบะต้องสงสัยทั้ง 2 คัน ซึ่งจากการติดตามพบรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อเชฟโรเลต สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กต 8376 กระบี่ จอดได้รับความเสียหายอยู่หน้าบริเวณร้านเอริสคอฟฟี่ ริมถนนเพชรเกษม ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้หลบหนีไป ทั้งนี้จากการเข้าตรวจค้นรถยนต์กระบะสามารถควบคุมตัวกลุ่มบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 6 คน โดยแบ่งเป็นชายจำนวน 5 คน และหญิง 1คน ในเบื้องต้นพบว่า ทั้ง 6 คนไม่มีเอกสารเข้ามาในราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด ตำรวจจึงควบคุมตัวและยึดรถยนต์กระบะของกลางไปยัง สภ.สุขสำราญ และจากการสอบสวนเบื้องต้นผ่านล่ามแปลภาษา ได้ความว่า กลุ่มบุคคลต่างด้าวทั้งหมดต้องการเดินทางไปประเทศมาเลเซีย โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ ทุกคนล้วนสมัครใจที่จะเดินทางไปทำงานยังประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ตำรวจยังพบกลุ่มบุคคลต่าวด้าวชาวเมียนมา จำนวน 32 คน หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าใกล้จุดเกิดเหตุ จึงได้ขอตรวจเอกสารปรากฏไม่มีเอกสารเข้ามาในราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด จากการสอบถามในเบื้องต้น พบว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน

วันที่ 13 พ.ย. 61 เวลาประมาณ 23.30 น. ร.ต.อ.สุภาพ จันบุรี หน.ชฝต.4106 ได้ทำการสืบสวนพบกลุ่มบุคคลซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ในพื้นที่บ้านนาล่าง หมู่ 4 ต.มะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง จึงได้ประสานงานเพื่อบูรณาการความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง อ.กระบุรี โดยการนำของนางเพ็ญศรี รสสุคนธ์ ปลัดอาวุโส อ.กระบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชิติพันธ์ ยางสวย สว.ตม.จ.ระนอง, ร.ต.ต. ชัญญวิชย์ จันทบุรี หน.ชฝต.4106 และ ร.ต.สรศักดิ์ เอี่ยมสำอาง ทหารพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 4103 ตรวจพบกลุ่มบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 6 คน นั่งรวมตัวอยู่ที่ริมสวนปาล์มและในพื้นที่ใกล้เคียงยังพบกลุ่มบุคคลต่างด้าว อีกจำนวน 139 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าขอตรวจค้น ในเบื้องต้น ไม่พบเอกสารการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย และไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากการสอบถามทราบว่า ได้เดินทางมาจากรัฐยะไข่ผ่านย่างกุ้ง จากนั้นก็ได้เดินทางโดยรถยนต์โดยสารมายังบ้านหมาราง อ.เขม่าจี จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมาร์ และเดินทางเข้ามายังประเทศไทยทางพื้นที่บ้านนาล่าง หมู่ 4 ต.มะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง โดยมีวัตถุประสงเพื่อเดินทางไปทำงานที่ จ.สมุทรสาคร และจะมีบางกลุ่มจะเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย


ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ตำรวจ สภ. ปากจั่น จว.ระนอง สืบสวนทราบว่ามีการลักลอบนำแรงต่างด้าวผิดกฎหมายมาส่งยังบริเวณสวนยางพาราในพื้นที่ บ้านคลองหลีก หมู่ 3 ต.จปร. อ.กระบุรี จ.ระนอง จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าเข้าไปดักรอในพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ได้พบรถกระบะต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า แบบ 4 ประตู สีดำ หมายทะเบียนป้ายแดง ก 0020 ระนอง ได้ขับเข้ามาจอดในพื้นที่เกิดเหตุ โดยมีกลุ่มบุคคลต่างด้าวทยอยลงจากรถกระบะคันดังกล่าวจนหมด หลังจากนั้นรถกระบะจึงได้เคลื่อนออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากจั่น จึงได้วิทยุไปยัง จุดตรวจศิลาสัก จปร. เพื่อสกัดจับรถคันดังกล่าว และได้ควบคุมตัวนายวุฒิพงศ์ หรือหนุ่ม พรหมนุช อายุ 25 ปี ผู้ขับรถ พร้อมนายนเรศ หรือเค ชื่นเมือง อายุ 43 ปี จากการตรวจค้นและสอบสวนบุคคลทั้งสองสารภาพว่าได้นำกลุ่มบุคคลต่างด้าว จำนวน 27 คน มาส่งยังที่เกิดเหตุ เพื่อที่จะเดินทางต่อไปยัง จ. ชุมพร จากการตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว พบว่าไม่มีหนังสือเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ดำเนินการควบคุมตัวบุคคลต่างด้าวทั้งหมดไว้ในข้อหาเข้ามาอยู่และพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับ นายวุฒิพงศ์ หรือหนุ่ม พรหมนุช และนายนเรศ หรือเค ชื่นเมือง ได้จับกุมข้อหา ร่วมกันช่วยเหลือ ให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม จากนั้นได้ดำเนินการขยายผลเพื่อสืบสวนหากลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จนตรวจพบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายสุนันท์ หรือ โกมิตร แสงทอง ผู้ต้องหาตามหมายจับการค้ามนุษย์ผิดกฎหมาย รายสำคัญอีกด้วย

พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่าตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายใต้การกำกับดูแลของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ พร้อมกำชับให้ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกสืบสวนหาข่าวเพื่อกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย ซึ่ง พล.ต.อ.สุชาติ ยืนยันยหลังจากได้รับมอบหมายหน้าที่เป็น ผอ.ศพดส.ตร.ได้สั่งการให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องหามาตรการป้องกันและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังส่งทีมสืบสวนคดีสำคัญจเรตำรวจแห่งชาติ ลงสืบสวนหาข่าวในพื้นที่จังหวัดทางฝั่งทะเลอันดามัน หลังพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์อีกด้วย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน