ข่าว ต่างประเทศ

“ออง ซาน ซูจี” เจอ “ฮุนเซน” บนเวทีแห่งการเจรจา “ความเท่าเทียม-สันติภาพและความยั่งยืน”

ประมุขแห่งรัฐ ผู้นำประเทศ ร่วมทั้งผู้แทนรัฐสภา และแกนนำภาคประชาสังคมต่างๆ 45 ประเทศ ร่วมกันแลกเปลี่ยนหารือในการประชุมสุดยอดเอเชียแปซิฟิค 2018 (Asia Pacific Summit 2018) ที่เมืองกาฐมานฑุ ซึ่งมีรัฐบาลเนปาลเป็นเจ้าภาพ

ไฮไลท์การประชุม ถูกฉายชัดไปที่ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา และนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา บนเวทีประชุมดังกล่าว โดยนายเคพี ซาร์มา โอลี่ นายกรัฐมนตรีเนปาล ปาฐกถนำว่า ประชุมดังกล่าวจะมีการหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ในปัจจุบันเกี่ยวกับโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขอเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการริเริ่มสร้างสรรค์ความยุติธรรม เพื่อให้เกิดสันติภาพความเท่าเทียมการพัฒนา และความมั่งคั่งที่ยั่งยืน   โดยสิ่งหนึ่งที่ทำให้เนปาลก้าวเข้าสู่ช่วงความมั่นคงทางการเมืองใหม่ นั่นคือการประสบความสำเร็จจัดการเลือกตั้งทุกระดับทั้งชุมชน ท้องถิ่นและระดับชาติจัดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เป็นส่วนผสมความสำเร็จทำให้นานาชาติเห็นเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

 

ส่วนสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พูดถึงความท้าทายยุคนี้ว่า ท่ามกลางการแข่งขันนานาชาติ ทำให้เกิดพลังอำนาจของชาติใหม่ขึ้นมา ทั้งเรื่องขัดแย้งเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ การก่อการร้าย ภัยพิบัติ กัมพูชาให้ความสำคัญ ใสใจในปรากฎการณ์ที่ชาติมหาอำนาจ ที่มีการคุกคามเกิดขึ้นมากมาย นี่คือปัญหา ที่ต้องมาคุยถึงเป้าหมายให้บรรลุในการพัฒนา ด้วยการสร้างเครื่องมือ มีความหลกหลายในความร่วมมือของชาติสมาชิก ร่วมกันขจัดความยากจนไปสู่การพัฒนายั่งยืน

กัมพูชาเป็นประเทศเล็กๆ เราเชื่อว่าการค้าระดับโลกไม่ควรถูกจำกัดกลไกด้วยภาษี จึงต้องส่งเสริมอุ้มชูการค้า จากประสบการณ์กัมพูชามีแนวคิดส่งเสริมการเติบโต สิ่งสำคัญต้องรักษาความมั่นคงด้านสันติภาพ ความมั่นคง และระเบียบทางการเมือง ซึ่งจะเป็นผลให้การเติบโต พัฒนายั่งยืนได้ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางบวก  จากการพัฒนาประเทศเล็กๆ กัมพูชา ทำให้ระบบเศรษฐกิจขนาดเล็กมาสู่ระดับกลาง เป็นเสือตัวเล็กนำไปสู่เศรษฐกิจพัฒนา  กัมพูชาเป็นกรณีศึกษาความสำเร็จ แม้ยากที่จะทำสำเร็จแต่เรามีความพยายาม

 

ด้านนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา กล่าวว่า นี่เป็นโอกาสเรียนรู้ร่วมกันว่า ทั้งโลกเต็มไปด้วยการแข่งขัน การคุกคามทั้งทางการและไม่เป็นทางการ นำมาซึ่งโศกนาฎกรรม การก่อการร้าย ภัยพิบัติ กดขี่เหยียดหยามเผ่าพันธุ์ เป็นพลังลบไปทั่วโลก เราเห็นความจำกัดทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรมนุษย์  เกิดปัญหาจากการพัฒนา

เทคโนโลยี  นำมาซึ่งการทำงานร่วมกัน เป็นสถาบันสร้างความร่วมมือ ข่วยกันหาคำตอบที่ดีที่สุด การทำให้ครอบครัวเข้มแข็ง ท่ามกลางสังคมหลากหลายเป็นความท้าทาย ขณะเดียวกันต้องไม่สร้างความเกลียดชัง สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ร่วมกันบ่มเพาะสร้างวัฒนธรรม ให้ความเคารพ เชื่อมั่น เข้าใจกัน ถ้าลงมือร่วมกันทำได้ การพัฒนาไปสู่ความสันติภาพที่ยั่งยืนมีหนทางเอาชนะความท้าทายและวิกฤตทั้งหลายได้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน