ครม. อนุมัติ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา หวังเกิดความเป็นธรรมเหมาะสม

29 ม.ค. 2562 เวลา 9:09 น.

คณะรัฐมนตรี อนุมัติ ร่างพรบ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา เพื่อให้มีการครอบคลุมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังอนุมัติโครงการศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาลช่วงที่ 3

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี​ฝ่ายการเมือง ในฐานะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญาฉบับที่...พ.ศ...ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ โดยมีสาระสำคัญ คุ้มครองพยานหลักฐานให้เกิดความครอบคลุม และได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น รวมทั้งปรับปรุงบทนิยามคำว่าพยานให้มีหมายความว่า บุคคลซึ่งจะมาให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาครอบคลุมไปยังผู้แจ้งเบาะแส และผู้ให้ข้อมูลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเหมาะสมมากยิ่งขึ้นรวมทั้งจัดตั้งสำนักงานคุ้มครองพยานให้มีอำนาจพกพาอาวุธ เพื่อคุ้มครองพยานรวมทั้งการย้ายที่อยู่การจัดหาและอำนวยความสะดวกให้กับพยานอีกด้วย

รวมถึง การกำหนดโทษสำหรับผู้ที่เปิดเผยความลับเกี่ยวกับสถานที่อยู่ ชื่อนามสกุล ภาพ หรือ ข้อมูลอื่นที่สามารถระบุตัวพยาน รวมถึง ผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีความใกล้ชิดกับพยาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องระวางโทษเป็น 2 เท่าของโทษที่กำหนด

คณะรัฐมนตรีได้รับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรองกรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายระดับรองที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว และให้กระทรวงยุติธรรมรับความเห็นของกระทรวงการคลังสำนักงบประมาณและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายไปพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ เสนอโครงการศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาลช่วงที่ 3 ระยะ 5 ปี งบประมาณ พ.ศ 2562-2566 กรอบวงเงินงบประมาณ 297 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายให้เด็กที่มีความบกพร่องทางสุขภาพในวัยเรียนที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาลและเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาทั่วประเทศได้รับบริการจากศูนย์การเรียนจำนวนไม่ต่ำกว่า 50,000 คนต่อปี พร้อมจัดตั้งศูนย์การเรียนทั่วประเทศให้ครบทุกจังหวัดจำนวน 99 แห่ง อัตราการจ้าง รวมทั้งสิ้น 297 คนรวมทั้ง การจัดหา วัสดุ สื่อ อุปกรณ์ คุรุภัณฑ์ ในการดำเนินงานให้เพียงพอ

นอกจากนี้ ยังเห็นควรให้เปลี่ยนชื่อเดิมจากศูนย์การเรียนสำหรับเด็กเจ็บป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาลเป็นโครงการศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาลเพื่อให้เกิดความหมายครอบคลุมในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กที่มีความบกพร่องทางสุขภาพและสอดคล้องกับประเภทความพิการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด