การเมือง ข่าว

เจ๊ากัน! นับคะแนนเลือกตั้งใหม่เขตบางกะปิ ประชาธิปัตย์ ตีตื้นเสมอ พลังประชารัฐ

การนับคะแนนเลือกตั้งใหม่เขตบางกะปิ หน่วยเลือกตั้งที่ 32 พลังประชารัฐ เสมอ ประชาธิปัตย์ ผู้สมัครส.ส. พรรคเพื่อไทย, อนาคตใหม่ และประชาธิปัตย์ มาร่วมสังเกตุการณ์ด้วยตัวเอง กกต.ยัน เคาะสูตรปาร์ตี้สิลต์ทัน 9 พ.ค.

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562  ทาง กกต.ได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 32 โรงเรียนลำสาลีราษฎร์บำรุง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 13 ของกรุงเทพมหานคร โดยบรรยากาศการเดินทางมาลงคะแนนของประชาชนในช่วงบ่ายก่อนปิดหีบลงคะแนนเวลา 17.00 น. แม้จะมีประชาชนทยอยเดินทางมาเลือกตั้งเรื่อยๆ แต่ก็เป็นไปอย่างบางตา ทั้งนี้ยังมีประชาชนอีกพอสมควรที่เดินทางมาที่หน่วยเลือกตั้งที่ 32 เพราะเข้าใจผิดว่า หากมีสิทธิเลือกตั้งอยู่ที่เขต 13 ก็ต้องมาเลือกตั้งใหม่ที่นี่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งชุดใหม่ที่เข้ามาประจำการ ได้ทำการชี้แจงข้อสงสัย ความเข้าใจผิดดังกล่าวกับประชาชนแล้ว

​น.ส.วิชชุดา​ เมฆานุวงศ์​ ผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร​(กกต.กทม.) ​เปิดเผยว่า สำหรับหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 802 คน สาเหตุที่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เพราะจำนวนบัตรลงคะแนนกับจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ​ไม่ตรงกัน​ โดยครั้งที่แล้วมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิจำนวน​ 555​ คน​ แต่นับบัตรลงคะแนนได้เพียง​ 554 คะแนน​เท่านั้น และยังไม่พบปัญหาในการใช้สิทธิ มีเพียงประชาชนเดินทางมาแต่ไม่ได้ใช้สิทธิ​ เพราะอาจจะเข้าใจผิดว่า​เป็นการเลือกตั้งใหม่ของเขตเลือกตั้งที่ 13​ แต่ที่จริงแล้ว​เฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ 32​ ของเขตเลือกตั้งที่ 13​ เฉพาะแขวงหัวหมาก​ เขตบางกะปิ​เท่านั้น โดยผลคะแนนของการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เฉพาะในหน่วยที่ 32 นี้ น.ส. ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนนไป 168 คะแนน น.ส. ณิชชา บุญลือ พรรคอนาคตใหม่ ได้คะแนน 99 คะแนน นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส พรรคเพื่อไทย ได้คะแนน 95 คะแนน และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 80 คะแนน

ทั้งนี้ นายเลิศวิโรจน์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า  ขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิพร้อม ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ไม่ได้มาใช้สิทธิ์ ขอให้ไปแจ้งเหตุขัดข้องที่สำนักทะเบียน เขตบางกะปิ เพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง ซึ่งการจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย แม้จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์น้อยกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ก็เข้าใจได้เพราะมีเวลาเพียงสัปดาห์เดียวอีกครั้งก็เป็นช่วงวันหยุดยาวแต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติในการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ส่วนใหญ่ก็จะมีผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์น้อยลง ครั้งนี้ก็ประมาณ 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็เป็นที่พอใจของกกต. และสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้หากไม่มีปัญหาอะไรก็จะนำผลคะแนนที่ได้ไปรวมกับคะแนนจากหน่วยอื่นๆ เพื่อเตรียมพร้อมประกาศผลในขั้นต่อไป ซึ่งคาดว่าจะทันในวันที่ 9 พ.ค. ส่วนกรณีที่ พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นร้องหาก กกต.ยังคงเดินหน้าใช้สูตรเดิมในการคำนวน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ นายเลิศวิโรจน์ กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคเพื่อไทยที่จะดำเนินการเรื่องนี้ถือว่าหน้าที่ใครหน้าที่มัน ในส่วนของ กกต.เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราที่ยึดความสื่อสัตย์สุจริต ถ้าถึงเวลาประกาศเราก็ต้องประกาศ แต่วันนี้ยังไม่ได้ประกาศว่าเราจะยึดในสูตรใด แต่มั่นใจว่าสูตรของ กกต.เป็นสูตรที่สอดคล้องกับเจตนารมย์ อย่างอะไรก็ตามก็ต้องมีความรอบคอบ เมื่อถึงเวลาก็คงต้องตัดสินใจ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีการประกาศอย่างแน่นอนในวันที่ 9 พ.ค.

ทั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคต่างๆ ก็ได้เดินทางมาร่วมสังเกตุการณ์การนับคะแนนเลือกตั้งร่วมกับประชาชนด้วย เช่น น.ส. ณิชชา บุญลือ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 พรรคอนาคตใหม่ นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 พรรคเพื่อไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 พรรคประชาธิปัตย์ และนายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ หรือ หมอเอ้ก ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลังการนับคะแนนเสร็จสิ้นว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ออกมาลงคะแนนให้กับตนและพรรคประชาธิปัตย์ และทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิ์ เพราะเข้าใจว่าการเลือกตั้งใหม่นั้น บางทีภาระหน้าที่ของแต่ละคนก็สูงขึ้นในการออกมาใช้สิทธิ และสิ่งที่ชื่นใจคือประชาชนที่ออกมาใช้สิทธินั้นไม่ได้น้อยลงไปจากเดิมเท่าไหร่นัก ส่วนผลของการเลือกตั้งก็ต้องยอมรับว่าเปลี่ยนแปลงไปจากครั้งที่แล้วมาก เพราะครั้งที่แล้วตนได้อันดับที่สี่ โดยได้คะแนนครึ่งหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐในครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้เราได้เท่ากับเขาแล้ว แต่เดิมคะแนนดิบของตนอยู่ที่ 80 คะแนน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้คะแนนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 96 คะแนน แสดงให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน และตนคงไปคาดเดาไม่ได้ว่าเหตุผลตรงนี้มากจากที่ใด แต่สิ่งที่ตนยืนยันไว้เสมอก็คืออุดมการณ์ของตน และพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะยึดหลักเสรีนิยมประชาธิปไตย ทั้งหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะนำทั้ง 96 คะแนนนี้ ไปใช้กำหนดทิศทางของพรรคและประเทศต่อไป แม้ผลของการเลือกตั้งนี้จะไม่สามารถทำให้ตนเข้าไปสู่สภาผู้แทนราษฎรได้ก็ตาม ขณะผู้สมัครจากพรรคอื่นๆที่มาร่วมสังเกตุการณ์ ต่างก็ยอมรับกับผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น แม้ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ จะอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ยกเขต มิใช่แค่เพียงหน่วยเดียวเท่านั้น