Breaking ข่าว

“โคมีย์”ยัน “ทรัมป์”จี้เลิกสอบ “รัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง” ย้ำอีกผู้นำต้องการให้ “ภักดี” 

วันที่ 9-6-60-นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผอ.สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ของสหรัฐฯ ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯวานนี้ (8มิ.ย.)กรณีที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์  ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขอร้องให้นายโคมีย์ ยุติการสอบสวน กรณีที่ นายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติฯของนายทรัมป์ ติดต่อพูดคุยกับรัฐบาลรัสเซีย ระหว่างการณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของสหรัฐฯเมื่อปีที่ผ่านมา 

โดยนายโคมีย์ ระบุว่า คำสั่งปลดดังกล่าวได้สร้างความสับสนให้กับประชาชน และตน เนื่องจากที่ผ่านมา นายทรัมป์ มักกล่าวชื่นชมตนเกี่ยวกับการทำงาน ดังนั้นคำสั่งไล่ออกจากตำแหน่งเนื่องจากการสอบสวนเรื่องรัสเซีย จึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น 


ส่วนกรณีที่สงสัยว่า รัสเซียอาจแทรกแซงการเลือกตั้งนั้น นายโคมีย์ กล่าวโดยมั่นใจว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงบัตรลงคะแนนเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว แต่เชื่อว่ารัสเซีย เข้ามาก้าวก่ายกับการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ซึ่งตนไม่เคยคิดมาก่อนว่านายทรัมป์ จะสั่งให้ตนยุติการสอบสวนคดีนี้ 

ด้าน นาย แอนดริว อารีนา ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและอดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ระบุว่า คำพูดของนายทรัมป์ อาจไม่ถึงขั้นเป็นความผิดทางอาญา แต่เป็นการกระทำไม่เหมาะสม เนื่องจากแสดงถึงความไม่สนใจกฎระเบียบของรัฐ และความเป็นอิสระของเอฟบีไอจากรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม คำให้การของนาย โคมีย์  ได้รับการเปิดเผย ก่อนหน้าที่นายโคมีย์จะขึ้นให้ปากคำ  โดยลงรายละเอียดที่น่าตกใจ ถึงบทสนทนาโต้ตอบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงการพบปะแบบตัวต่อตัว และโทรศัพท์สายตรง ระหว่างนายโคมีย์และนายทรัมป์ถึง 9 ครั้ง 

คำถามว่า ประธานาธิบดีพยายามแทรกแซงการสืบสวนของเอฟบีไอหรือไม่ นายโคมีย์กล่าวว่า นายทรัมป์บอกกับตนว่า “ผมหวังว่าคุณจะหาวิธีปล่อยผ่านคดีนี้ไป ปล่อยฟลินน์ไป เขาเป็นคนดี ผมหวังว่าคุณจะเลิกตามเรื่องนี้” 

นายโคมีย์จะให้การตามนี้ว่า “ผมเข้าใจว่าประธานาธิบดีร้องขอให้เรายุติการสืบสวนนายฟลินน์ ว่าด้วยแถลงการณ์เท็จของเขาต่อบทสนทนาที่มีกับเอกอัครราชทูตรัสเซีย” 

ในจดหมายไล่นายโคมีย์ ออกจากตำแหน่งผอ.เอฟบีไอ ประธานาธิบดีสหรัฐฯระบุว่านายโคมีย์ยืนยันกับนายทรัมป์ 3 ครั้งว่า ไม่ได้กำลังสืบสวนนายทรัมป์ ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯย้ำถึงเรื่องนี้ต่อสถานีเอ็นบีซี 

ในคำให้การแบบลายลักษณ์อักษรนั้น นายโคมีย์ก็ยืนยันว่าตนบอกนายทรัมป์ว่าไม่ได้สืบสวนนายทรัมป์ และระบุชัดว่า ตนและนายทรัมป์กำลังพูดถึงการสอบสวนถึงการจารกรรมข้อมูล   ครั้งแรก คือวันที่ 6 ม.ค.2560 นายโคมีย์ไปหานายทรัมป์ที่ทรัมป์ทาวเวอร์ เพื่อสรุปงานต่อว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯว่าด้วยบันทึกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับนายทรัมป์ โดยสำนักข่าวCNNเป็นสถานีแรกที่รายงานถึงเรื่องนี้ 

นายโคมีย์ให้การว่า “ระหว่างที่การสนทนาแบบส่วนตัวที่ทรัมป์ทาวเวอร์ ผมสังเกตท่าทีของว่าที่ประธานาธิบดี และแม้ว่านายทรัมป์จะไม่ได้ถาม แต่ผมก็ยืนกรานกับนายทรัมป์ว่า นายทรัมป์ไม่ได้ตกอยู่ใต้การสืบสวนของเอฟบีไอในคดีจารกรรมข้อมูล” 

ครั้งที่สองคือ ระหว่างทานอาหารค่ำในวันที่ 27 ม.ค. นายโคมีย์กล่าวว่า ประธานาธิบดีบอกกับตนว่า กำลังพิจารณาสั่งสืบสวนเกี่ยวกับเอกสารข้อกล่าวหาดังกล่าว  โดยนายโคมีย์ให้การว่า “ผมตอบกลับว่า ควรคิดให้ดีก่อน เพราะอาจทำให้คนเข้าใจว่าเอฟบีไอถูกเข้าใจว่า กำลังสอบสวนนายทรัมป์คนเดียว แต่ความจริงเอฟบีไอไม่ได้กำลังสอบสวนนายทรัมป์” 

และครั้งที่สาม ผ่านทางโทรศัพท์ในวันที่ 30 มี.ค. นายโคมีย์ให้การว่า “ผมอธิบายว่าเอฟบีไอได้รายงานสรุปต่อผู้นำสภาคองเกรสถึงบุคคลที่ เอฟบีไอ กำลังสืบสวน และอธิบายว่าเราได้บอกผู้นำคองเกรสว่า เราไม่ได้กำลังสืบสวนประธานาธิบดี ผมย้ำกับนายทรัมป์ว่าผมบอกนายทรัมป์ไปแล้ว นายทรัมป์บอกผมซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า เราจำเป็นต้องบอกให้สาธารณชนได้รับรู้ถึงเรื่องนี้” 

นายโคมีย์กล่าวว่า ประธานาธิบดีให้ความสนใจกับเอกสารข้อกล่าวหาดังกล่าวมาก “นายทรัมป์พูดว่า  ตัวเองไม่มีความเชื่อมโยงกับรัสเซีย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ค้าบริการทางเพศในรัสเซีย และคิดเสมอว่าเวลาไปรัสเซีย จะมีคนคอยดักฟังคำพูดของนายทรัมป์  นายทรัมป์ถามผมว่า เราจะกำจัดเรื่องนี้อย่างไรดี” 

นายโคมีย์ให้การว่า ประธานาธิบดีให้ความสนใจกับการให้ตนประกาศความจงรักภักดีต่อนายทรัมป์  ระหว่างรับประทานอาหารในวันที่ 27 ม.ค.นายโคมีย์ระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์บอกตนว่า “ผมต้องการความจกรักภักดีจากคุณ ผมคาดหวังสิ่งนั้นจากคุณ” นายโคมีย์ให้การว่า “ผมไม่ได้ขยับ พูด หรือเปลี่ยนสีหน้าเลย ก่อให้เกิดความเงียบที่อึดอัดขึ้น”  ก่อนที่นายโคมีย์จะตอบกลับในที่สุดว่า “คุณจะได้ความสื่อสัตย์จริงใจจากผมเสมอ” ซึ่งนายทรัมป์พูดตอบว่า “นั่นแหละที่ผมต้องการ ความจงรักภักดีอย่างซื่อสัตย์” 

ตลอดคำให้การแบบลายลักษณ์อักษร 7 หน้า นายโคมีย์ย้ำเสมอว่า รู้สึกอึดอัดเวลาต้องสนทนากับประธานาธิบดี โดยเฉพาะบทสนทนาระหว่างทานอาหารเมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ทำให้โคมีย์พูดว่ารู้สึก “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” และอธิบายบทสนทนานั้นว่า”อึดอัด” 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

อดีตผอ.เอฟบีไอยังระบุว่า ได้บอกกับนายเจฟฟ์ เซสชันส์ รมว.ยุติธรรมว่า ไม่ควรอยู่สองต่อสองกับประธานาธิบดีนายทรัมป์ด้วย