อัยการยื่นอุทธรณ์ ให้ลงโทษเพิ่ม “เปรมชัย” เป็นตัวการล่าสัตว์

จากกรณีศาลนัดพิพากษาคดี “เปรมชัย กรรณสูต” ประธานบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด พร้อมพวกรวม 4 ราย ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร รวม 6 ข้อหา ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2562 ศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษาจำคุกนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ เป็นเวลา 16 เดือน ใน 3 ข้อหา ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ โดยหลุดข้อหาครอบครองซากเสือดำ ส่วนพวกอีก 3 คน ถูกลงโทษข้อหาครอบครองซากเสือดำด้วย

โดยศาลยกฟ้องนายเปรมชัยในข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากเสือดำ สัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจำเลยที่ 2-4 ถูกจำคุกรวมกัน ตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี 17 เดือน โดยศาลตัดสินความผิดแก่จำเลยที่ 4 ในทุกข้อหา ไม่มีข้อหาใดยกฟ้อง รวมโทษจำคุก 2 ปี 17 เดือน นอกจากนี้นายเปรมชัย พร้อมพวกอีก 3 คน ต้องร่วมกันชำระค่าเสียหายทางแพ่ง 2 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 2561 เป็นต้นไป แก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ซึ่งฐานความผิดที่ศาลตัดสินลงโทษนายเปรมชัย ได้แก่

– ข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน

– ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุก 8 เดือน

– ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน รวมโทษจำคุก 16 เดือน

โดยในครั้งศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว นายเปรมชัย โดยเห็นว่า ระหว่างพิจารณาคดีจำเลย ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ให้ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 4 แสน ส่วนจำเลยที่ 4 นาย ธานี ทุมมาศ มีอัตราโทษหนักกว่าใช้หลักทรัพย์ 5 แสน วางเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาต ส่วน นที เรียมแสน รอลงอาญา

ล่าสุด ที่ห้องประชุมยกกระบัตรเมืองราชบุรี ของสำนักงานอัยการภาค 7 อ.เมือง จ.ราชบุรี นายสุนทร สุรวัฒนาวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 นายบุญธรรม วิริยะประสิทธิ์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายอภิชาติ ต่อดำรง อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลสูง 1 ภาค 7 ร่วมกันแถลงผลความคืบหน้าตามที่อัยการจังหวัดทองผาภูมิ ได้ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวก รวม 4 คน ต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ

โดย นายสุนทร สุรวัฒนาวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 7  ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาถ้อยคำ สำนวนและคำพิพากษาของศาลจังหวัดทองผาภูมิ  แล้วเสนอตามลำดับชั้นให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 เพื่อพิจารณามีความเห็นต่างจากคำพิพากษาและมีคำสั่งคือ

นายเปรมชัย กรรณสูตร จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานเป็นตัวการให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า(ศาลจังหวัดทองผาภูมิวินิจฉัยว่าเป็นผู้สนับสนุน) อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันเก็บหาของป่าภายในเขตป่าสงวน อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษายกฟ้อง อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า (ไก่ฟ้าหลังเทา) เป็นการกระทำหลายกรรม(ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว)  อุทธรณ์ข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน  อุทธรณ์ขอให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 3,012,000 บาท เต็มตามฟ้อง

2. นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธไปในที่สาธารณะฯโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่ลดโทษ เนื่องจากจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาได้ถอนคำให้การเดิมเป็นให้การรับสารภาพ  อุทธรณ์ให้ลงโทษ ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์ฯ(ศาลจังหวัดทองผาภูมิยกฟ้อง)  อุทธรณ์ขอให้ลงโทษ ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าและมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิยกฟ้อง อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า เป็นการกระทำหลายกรรม (ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว)  อุทธรณ์ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ซึ่งศาลจ.ทองผากภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน

3. นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ขอให้ลงโทษ ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าและมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง ซึ่งศาลจ.ทองผาภูมิยกฟ้อง อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า เป็นการกระทำหลายกรรม(ศาลจ.ทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว)  อุทธรณ์ขอให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 3,012,000  บาท เต็มตามฟ้อง

4. นายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองและร่วมกันพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่ลดโทษ เนื่องจากจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาได้ถอนคำให้การเดิมเป็นการให้การับสารภาพ  อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า เป็นการกระทำหลายกรรม (ศาลจ.ทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว) อุทธรณ์ให้ลงโทษสูงขึ้น ฐานความผิดพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์ฯ ศาลจ.ทองผาภูมิลงโทษจำคุก 4 เดือน โจทก์เห็นว่าน้อยไป  อุทธรณ์ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิด หลายกรรมต่างกัน ศาลจ.ทองผาภูมิพิพากษาว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน อุทธรณ์ขอให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย จำนวนจำนวน 3,012,000  บาท เต็มตามฟ้อง

นอกจากนี้ประเด็นศาลพิพากษาให้คืนเกลือป่น ถุงเกลือป่น (ถุงเปล่า) ถุงดำ และรถยนต์ แบบนั่งสองตอนของกลาง อุทธรณ์ขอให้ริบ (เห็นว่าเป็นทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำผิด)

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

อย่างไรก็ตาม นายสุนทร สุรวัฒนาวงศ์  อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 เปิดเผยว่า โทษที่เป็นตัวการกับโทษที่เป็นตัวสนับสนุนแตกต่างกันคือจะรับโทษแค่ 2 ใน 3 ของตัวการ ซึ่งได้พิจารณาจากข้อเท็จจริง ซึ่งตอนที่ฟ้อง ได้มองว่าเป็นตัวการเพราะมีการร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะเข้าไปทำ  แต่ศาลใช้ดุลพินิจของท่านว่าคดีนี้ท่านมองแค่สนับสนุน แต่ถ้าเราเห็นต่างไม่เห็นพ้องด้วยเราก็อุทธรณ์ไป