Spring News

5 ภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลกที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด ปี 2562

30 ธ.ค. 2562 เวลา 7:15 น.

ปี 2562 เป็นอีกปีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายชนิด ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม สัตว์ ผู้คน ทั้งทางอ้อมทางตรง ทาง Springnews จึงขอรวบรวม 5 อันดับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในปี 2562

วันที่ 30 ธ.ค. 2562 ภัยพิบัติตามธรรมชาติ เป็นที่ทราบกันดีว่ามีความร้ายแรง ส่วนหนึ่งเพราะมนุษย์เราไม่อาจรู้ว่า ที่ไหน เมื่อไหร่ ภัยธรรมชาติจะเกิดขึ้นมา แต่ที่รู้คือภัยธรรมชาติแต่ละครั้ง มักสร้างความเสียหาย มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และต่อไปนี้คือลิสท์ของ 5 ภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลกที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่ในปี 2562

อันดับ 1 พายุไซโคลน  "อิดาอี" คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 900 คนในทวีปแอฟริกา

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 พายุไซโคลน อิดาอี (Idai) ได้พัดเข้าถล่ม 3 ประเทศในทวีปแอฟริกา ประกอบด้วย ซิมบับเว โมซัมบิก และ มาลาวี  สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประเทศโมซัมบิก มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตและได้รับความเสียหายมากที่สุด  โดยรายงานระบุว่า พายุหมุนเขตร้อนลูกนี้ คร่าชีวิตประชาชนรวมกันมากกว่า 900 คน

พายุไซโคลน อิดาอี ถือเป็นหนึ่งในหายนะทางธรรมชาติที่รุนแรงที่สุด โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดของทวีปแอฟริกา ฐานข้อมูลภัยพิบัตินานาชาติของศูนย์ CRED ระบุว่า มีประชาชน 602 คนในโมซัมบิก และ 299 คนในซิมบับเว เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อีกทั้งยังทำให้ท่าเรือ Beira ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโมซัมบิก อยู่ในสภาพที่เสียหาย จนแทบไม่เหลือเดิม

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ได้หยิบยกเอา เหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมา เตือนหลายประเทศให้เสนอมาตรการที่เป็นรูปธรรม ในการจัดการกับวิกฤตโลกร้อนอย่างจริงจัง โดยเขาชี้ให้เห็นว่า ไซโคลน อิดาอี  เป็นวาตภัยครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอฟริกา และเป็นสัญญาณเตือนถึงหายนะของโลก อันเนื่องมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ในปัจจุบัน

อนึ่ง พายุไซโคลน คือ พายุหมุนเขตร้อนที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดียด้านทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล มีกำลังความเร็วลมตั้งแต่ 66 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

5 ภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลกที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด ปี 2562

อันดับ 2 ดับเฉียด 200 สังเวยคลื่นความร้อนอินเดีย ทะลุ 50 องศาเซลเซียส

อีกหนึ่งภัยพิบัติที่ทำลายชีวิตของประชาชนปี 2562  หากไม่นับส่วนที่เกิดจากพายุ มีอีกหนึ่งเหตุการณ์คือ คลื่นความร้อน หรือ Heat Wave ที่แผ่ขยายในภูมิภาคทวีปเอเชีย โดยเฉพาะประเทศอินเดีย ที่ต้องพบกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 อินเดียเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรง โดยอุณหภูมิสูงสุดวัดได้บริเวณเมืองจูรู ในรัฐราชสถาน ทางภาคตะวันตกของอินเดีย อยู่ที่ 50.8 องศาเซลเซียส ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2559 ที่ 51 องศาเซลเซียส

ซึ่งช่วงเวลาที่ร้อนที่สุด กลับกินเวลายาวนานกว่าสองเดือน ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ค.จนถึงเดือนก.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 200 คน เนื่องจากอุณหภูมิที่ร้อนจัดและการเตรียมพร้อมรับมือที่ไม่ดีพอ

นอกจากนี้ คลื่นความร้อนดังกล่าว ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำทั่วประเทศ อ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่าง ๆ แห้งเหือด ทำให้ประชาชนนับล้านไม่สามารถเข้าถึงน้ำได้ จนนำไปสู่การประท้วงต่อสู้แย่งชิงน้ำ ลุกลามกลายเป็นเหตุจลาจล ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการถูกแทงและถูกทุบตี

[caption id="attachment_594284" align="alignnone" width="840"] 5 ภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลกที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด ปี 2562 NEW DELHI, INDIA (Photo by Daniel Berehulak /Getty Images )[/caption]

อันดับ 3  ระอุ 40 องศาเซลเซียส คร่าชีวิตชาวญี่ปุ่นกว่า 160 คน

ปี 2562 เป็นปีที่หลายประเทศต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดจากผลกระทบของสภาวะโลกร้อน ไม่ใช่แค่อินเดียเท่านั้น ประเทศญี่ปุ่น ก็เป็นอีกประเทศที่ต้องพบกับคลื่นความร้อนเช่นกัน ในช่วงเดือน ก.ค. 2562 ส่งผลให้หลายพื้นที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

สำหรับประเทศญี่ปุ่น มีผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อน 162 คน ขณะที่ประชาชนอีกกว่าหมื่นคน ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากอาการลมแดด ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาเกินครึ่งหนึ่งเป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป คิดเป็น 52.6% มี 119 คน ที่แสดงอาการรุนแรง โดยจังหวัดไอจิเป็นจังหวัดที่มีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษามากที่สุดถึง 392 คน ตามมาด้วยโอซาก้าและโตเกียวที่ 388 และ 299 รายตามลำดับ

สาเหตุที่ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก มาจากอุณหภูมิร้อนจัด ที่พุ่งทะลุ 41 องศาเซลเซียส ในเมืองคุมะกายะ จังหวัดไซตามะ ส่วนกรุงโตเกียว มีอุณหภูมิเกินกว่า 40 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรก

ทางการญี่ปุ่น ประกาศให้วิกฤติคลื่นความร้อนครั้งนี้เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ และมีการขยายเวลาการปิดภาคเรียนฤดูร้อนของเด็กนักเรียนออกไป เพื่อปกป้องเด็กๆ จากคลื่นความร้อน เนื่องจากโรงเรียนรัฐตามปกติ มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศไม่ถึงครึ่ง

[caption id="attachment_594283" align="alignnone" width="840"] 5 ภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลกที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด ปี 2562 HIMEJI, JAPAN  (Photo by Buddhika Weerasinghe/Getty Images)[/caption]

อันดับ 4  ซูเปอร์ไต้ฝุ่น "ฮากีบิส" ถล่มญี่ปุ่น สังเวยอย่างน้อย 86 คน 

นอกจากคลื่นความร้อนที่คร่าชีวิตผู้คนในประเทศญี่ปุ่นไปจำนวนมาก ในปีเดียวกัน ชาวญี่ปุ่นต้องเผชิญกับพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ฮากีบิส” (Hagibis) พายุหมุนเขตร้อนที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่พัดถล่มภาคกลางและภาคตะวันออกของญี่ปุ่นช่วงวันที่ 12-13 ต.ค. รวม 13 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดชิซูโอกะ, จังหวัดยามานาชิ, จังหวัดนางาโนะ, จังหวัดคานางาวะ, จังหวัดไซตามะ, จังหวัดกุมมะ จังหวัดโตเกียว, จังหวัดนีงาตะ, จังหวัดโทจิงิ, จังหวัดอิบารากิ, จังหวัดฟูกูชิมะ, จังหวัดอิวาเตะ และจังหวัดมิยางิ 

ภัยพิบัติครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 86 คน  บ้านเรือนจมอยู่ใต้น้ำอีกประมาณ 45,000 หลัง และมีการประเมินมูลค่าความเสียหายในครั้งนี้เบื้องต้นสูงถึง 9,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 27,300 ล้านบาท

ก่อนหน้านั้น รัฐบาลญี่ปุ่นออกประกาศเตือนภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งรวมถึงกรุงโตเกียว  ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฮากีบิส มีความรุนแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับที่รุนแรงที่สุด และมีขนาดใหญ่เกือบเท่าไทยทั้งประเทศ ส่งผลให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนตามคำสั่งของทางการ

ขณะที่อีกหลายล้านคนได้รับคำเตือนหรือคำแนะนำให้อพยพไปหลบภัยในสถานที่ที่ปลอดภัย และสืบเนื่องจากผลพวงของพายุที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษลูกนี้ ทำให้ญี่ปุ่นต้องเลื่อนการจัดริ้วขบวนฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะออกไปเป็นเดือนพ.ย. จากกำหนดการเดิมในเดือนต.ค.ด้วย เพื่อฟื้นฟูความเสียหายจากพายุ รวมทั้งเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว

5 ภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลกที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด ปี 2562

อันดับ 5  เซ่น  72  ราย ไต้ฝุ่น "เลกีมา" แผลงฤทธิ์ ถล่มจีน

ภัยพิบัติที่คร่าชีวิตประชาชนมากที่สุดแห่งปี 2562 อันดับสุดท้าย เกิดจากพายุไต้ฝุ่นเช่นกัน  เมื่อวันที่ 10 ส.ค. พายุไต้ฝุ่นเลกีมา (Lekima)  ขึ้นฝั่งเมืองเหวินหลิง มณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของจีน อิทธิพลของพายุทำให้เกิดกระแสลมแรงและฝนตกหนัก จำเป็นต้องอพยพประชาชนมากกว่า 1 ล้านคน ออกจากพื้นที่

พายุไต้ฝุ่นเลกีมา หลายมณฑลของจีน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม ถนนและสะพานพังเสียหาย ประชาชนจำนวนมากสูญหาย และเขื่อนธรรมชาติพังทลาย ทำให้รัฐบาลจีนต้องออกประกาศเตือน "สีแดง" ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดในระบบการเตือนภัยสภาพอากาศของจีนที่แบ่งออกเป็น 4 ระดับ สีแดงคือระดับที่รุนแรงที่สุด รองลงมาคือสีส้ม สีเหลือง และสีฟ้า

นอกจากนี้ เลกีมายังเป็นพายุไต้ฝุ่นที่สร้างความเสียหายมากที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของจีน ตามหลังไต้ฝุ่นฟิโทว์ (Fitow) เมื่อปี 2556 โดยนอกจากจะคร่าชีวิตประชาชนในประเทศจีนไปถึง 72 คน พายุเลกีมายังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่ากว่า 6.537 หมื่นล้านหยวน (9.26 พันล้านดอลลาร์) อีกด้วย

[caption id="attachment_594278" align="alignnone" width="696"] 5 ภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลกที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด ปี 2562 Jiang Chao/Zhejiang Daily Press Group via REUTERS[/caption]

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด