งานวิจัย เปลี่ยนวุ้นมะพร้าวเป็นโฟมคาร์บอนดูดซับคราบน้ำมัน

งานวิจัย เปลี่ยนวุ้นมะพร้าวเป็นโฟมคาร์บอนดูดซับคราบน้ำมัน

นักวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับงานวิจัย เปลี่ยนวุ้นมะพร้าวเป็นโฟมคาร์บอนดูดซับคราบน้ำมัน คว้ารางวัลสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ "เฟมแล็บ ไทยแลนด์ 2020"

งานวิจัย เปลี่ยนวุ้นมะพร้าวเป็นโฟมคาร์บอนดูดซับคราบน้ำมัน โดย รศ. ดร. สุปรีดิ์ พินิจสุนทร อาจารย์อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คว้าแชมป์สุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ประจำประเทศไทยในปีนี้ พร้อมกับทุนวิจัยของรางวัล Research Award จากเวทีการแข่งขันสื่อสารวิทยาศาสตร์ประจำปี FameLab Thailand 2020 และเตรียมเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งในรอบชิงชนะเลิศระดับนานาชาติ FameLab International 2020 ที่ในปีนี้จะจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

รศ. ดร. สุปรีดิ์ พินิจสุนทร หรือ อาจารย์ดิว นักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ ผู้สนใจด้านโลหะวิทยา ได้เล่าถึงหัวข้อที่นำมาแข่งขันในครั้งนี้ โฟมคาร์บอนนาโนสำหรับดูดซับคราบน้ำมันจากแหล่งน้ำเสีย หรือ Carbon Nano-Sponge for Oil Sorption from Polluted Water ว่า ปัญหาเรื่องคราบน้ำมันที่รั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำนับเป็นปัญหาใหญ่มากของโลก พบทั้งในทะเล ในมหาสมุทร หรือแม้แต่ในแม่น้ำ สาเหตุเกิดจากการเทของเสียที่มีส่วนผสมของน้ำมันลงแหล่งน้ำโดยไม่ได้ผ่านการกรองหรือบำบัด ปัญหานี้มีนักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจและพยายามหาทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งจากงานวิจัยที่ผ่าน ๆ มาจะพบว่า คาร์บอนมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานวิจัย

งานวิจัยนี้ ได้ทดลองนำแบคทีเรียเซลลูโลสวุ้นมะพร้าว มาแปรสภาพเป็นโฟมคาร์บอน มีโครงสร้างแบบนาโน คือข้างในเป็นเหมือนโฟม มีโพรงอากาศเล็กๆ อยู่มากมายเพื่อประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำมัน และดูดซับโลหะที่เป็นพิษต่างๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ ซึ่งที่เลือกใช้วุ้นมะพร้าวก็เพราะว่า ประเทศไทยมีกำลังการผลิตวุ้นมะพร้าวในปริมาณมาก และจะสะดวกต่อการขยายกำลังการผลิตในอนาคต

"การวางแผนลำดับต่อไปคือ จะขยายผลงานวิจัยด้วยการผลิตโฟมคาร์บอนในสเกลที่ใหญ่ขึ้น โดยอยากจะลองทำตัวโฟมคาร์บอนแบบใหญ่ ขนาดประมาณ 10 ตารางเมตร ซึ่ง ณ ปัจจุบัน นักวิจัยที่ทำเรื่องนี้ส่วนมากจะติดอยู่ที่ขั้นตอนการทดสอบในห้องแล็บ เริ่มทดลองทำในบีกเกอร์ เมื่อผลลัพธ์ออกมาดีก็นำงานวิจัยออกมาตีพิมพ์ แต่ยังไม่ได้ขยายผลต่อไปเท่าไรนัก และเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้คือ ต้องการที่จะสามารถผลิตตัวคาร์บอนนี้ได้ในปริมาณมาก ด้วยราคาต้นทุนที่ถูก มีประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำมันดี และสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ" รศ.ดร.สุปรีดิ์ กล่าว

งานวิจัย

ดร. สุปรีดิ์ ระบุว่า นอกจากการทำงานวิจัยแล้ว การสื่อสารวิทยาศาสตร์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากขณะที่ทำวิจัยจะมีขั้นตอนที่ต้องขอทุนวิจัย ซึ่งการจะได้ทุนวิจัยดังกล่าว ต้องมีการสื่อสารให้ผู้คนได้เข้าใจถึงความสำคัญของงานวิจัย และประโยชน์ที่จะเกิดจากงานวิจัยหากได้รับเงินทุน

ดร. สุปรีดิ์ ได้รู้จักกับเวทีเฟมแล็บตั้งแต่เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา ในฐานะผู้ชม และรู้สึกว่าการเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก เขาเองในฐานะอาจารย์และคนที่ทำงานวิจัยก็สามารถเล่าได้อย่างดี แต่ในปีนี้ที่ได้โอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันจริง กลับพบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตั้งแต่การเรียบเรียงเรื่องให้สั้น กระชับ และเข้าใจง่าย จนมาถึงการนำเสนอจริงบนเวที

"อยากให้อาจารย์ นักวิจัย บุคลากรที่ทำงานในสายนี้ได้ลองออกมาพูดด้วยภาษาง่ายๆ พูดให้คนทั่วไปฟังแล้วสามารถเข้าใจได้ทันทีว่า แต่ละท่านกำลังทำงานอะไร และทำเพื่ออะไร เชื่อว่าแต่ละท่านมีผลงานระดับประเทศ ระดับโลก แต่ว่าบางทีก็ต้องพยายามสื่อสารให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ รวมไปถึงสื่อสารกับผู้กำหนดนโยบาย ผู้ให้ทุนต่างๆ เพื่อโอกาสที่มากขึ้น ที่งานวิจัยของเราจะได้รับความสนใจในวงกว้าง" รศ.ดร.สุปรีดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

งานวิจัย งานวิจัย

เฟมแล็บ (FameLab) คือ การแข่งขันนำเสนอเรื่องราวหรือ งานวิจัย ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ และเรื่องใกล้ตัว ให้มีความสนุก น่าสนใจ เข้าใจง่าย ภายใน 3 นาที ครอบคลุมหลักเกณฑ์ 3 ข้อ คือ เนื้อหาชัดเจน (Content) ถูกต้อง (Clarity) และน่าสนใจ (Charisma) ซึ่งจากการแข่งขันรอบแรก มีผู้สมัครจากทั่วประเทศผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นโดยคณะกรรมการจนเหลือไม่เกิน 12 คนสุดท้าย และได้เข้าร่วมมาสเตอร์คลาส (Masterclass) การอบรมพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์จากสหราชอาณาจักร และผู้ชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนประเทศในการแข่งขัน FameLab International ที่ในปีนี้จะจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

เวทีการสื่อสารวิทยาศาสตร์ประจำปีที่จัดโดย บริติช เคานซิล ในฐานะองค์กรเพื่อความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ร่วมมือกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อพวช. สวทช. สอวช. กลุ่มทรู และหน่วยงานพาร์ทเนอร์อีกมากมายจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในประเทศไทย โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ FameLab Thailand 2020 ในปีนี้เข้าร่วมการแข่งขัน ณ ทรู สเปซ ชั้น 4 ทรูคอฟฟี่ สยามสแควร์ ซอย 2 เมื่อเร็ว ๆ นี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ บริติช เคานซิล โทร. 02-6572211 เว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab และ www.facebook.com/britishcouncilthailand

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

related