
"เต้ มงคลกิตติ์" แจงกรณีคลิปเสียง เป็นเรื่องธรรมดา มีคนต้องการทำลายชื่อเสียง บางครั้งต้องแทรกซึมเป็นพวกเพื่อตรวจสอบโครงการต่างๆ ให้ได้ข้อมูล และเรื่องที่เป็นข่าวผ่านมา 4 ปีแล้ว ลั่นสาบาน ไม่ได้รับผลประโยชน์
จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงซึ่งอ้างว่าเป็นเสียงสนทนาของนักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งกำลังเจรจากับตัวแทนบริษัทเอกชนทำธุรกิจรับติดตั้งกล้องวงจรปิดและเข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการ Safe Zone Schools ของกระทรวงศึกษาธิการนั้น
เปิดคลิปเสียงคล้าย ส.ส. ดังเรียกเงินบริษัทวงจรปิด เคลียร์สื่อ
ล่าสุด นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงถึงกรณีที่ถูกพาดพิง ระบุว่า
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดเผยกับทีมข่าวช่อง 8 ว่า ได้ฟังคลิปเสียงดังกล่าวแล้ว มองว่า ที่ผ่านมาก็เดินหน้าตรวจสอบโครงการรัฐหลายโครงการ จึงเป็นธรรมดาที่จะมีคนออกมาดิสเครดิต เพื่อสกัดไม่ให้เรื่องไปถึงกระบวนการยุติธรรม และโครงการ Safe Zone Schools ของกระทรวงศึกษาธิการ ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตนเดินหน้าตรวจสอบ พร้อมยอมรับว่า ทุกโครงการที่ตรวจสอบจะมีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาขอเคลียร์กับตนตลอด ผ่านบริษัทบ้าง ผ่านคนรู้จักบ้าง
ทั้งนี้ ตนรู้สึกเฉยๆกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เสียผลประโยชน์ แต่กระบวนการยุติธรรมมันไปไกลแล้ว ยิ่งผลประโยชน์มากผลกระทบก็เยอะ และหากเราไม่หยุด เขาก็ต้องใช้วิถีทางอื่น เช่น การทำลายชื่อเสียงเรา เป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ การจะตรวจสอบเรื่องของการทุจริต ก็จำเป็นจะต้องรู้ป่าทั้งป่าและการที่จะรู้ได้ บางครั้งก็ต้องแทรกซึมเป็นพวกของเขา เพื่อให้ได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งให้หน่วยงานตรวจสอบ
นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวยืนยันด้วยว่า ในเคสของโครงการที่พยายามจะเชื่อมโยงถึงตนนั้น สาบานด้วยเกียรติของนักเลง และลูกผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆแน่นอน และโครงการดังกล่าวก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ป.ป.ช.ใกล้จะชี้มูลแล้ว เพราะเรื่องนี้ เราลงไปตรวจสอบจริงตั้งแต่ 4 ปี ที่ผ่านมา ตรวจสอบจนสุดทางจนเลขา สพฐ.ในขณะนั้นก็ถูกย้ายพร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยด้วย อย่างไรก็ตามคดีนี้ หาก ป.ป.ช.ชี้มูลทุกอย่างก็จะรู้ความจริง และหากมีเรื่องที่ทำให้ตนต้องเสียหาย ก็ขอฟ้องดำเนินคดีกลับ