สรุป ภาพรวมประชุมสภา พิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ 23 ก.ย.

24 ก.ย. 2563 เวลา 4:18 น.

สรุป ภาพรวมประชุมสภา พิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ วันแรก ยังไม่เห็นแนวโน้ม ส.ว.ยอมโหวตปิดสวิตช์ตัวเอง

การประชุมรัฐสภา พิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีการประชุม 2 วัน คือวันนี้ (23 ก.ย.) และพรุ่งนี้ (24 ก.ย.) โดยมี 6 ญัตติ ได้แก่ 

- ญัตติที่ 1 เป็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอแก้ไข มาตรา 256 เปิดทางให้มี ส.ส.ร. แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย ส.ส.ร. 200 คน มาจากการเลือกตั้ง กำหนดแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 120 วัน

- ญัตติที่ 2 เป็นของพรรคร่วมรัฐบาล เสนอแก้ไข มาตรา 256 เปิดทางให้มี ส.ส.ร. แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สัดส่วนมาจากการเลือกตั้ง 150 คน และแต่งตั้ง 50 คน กำหนดการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 240 วัน

- ญัตติที่ 3 แก้ไขมาตรา 272 ปิดสวิตช์ ส.ว. โหวตเลือกนายกฯ และแก้ไข มาตรา 159 ปิดทางเลือกนายกฯ คนนอก

- ญัตติที่ 4 แก้ไขมาตรา 270 และ มาตรา 271 ตัดอำนาจ ส.ว. ติดตามการปฏิรูป

- ญัตติที่ 5 แก้ไขมาตรา 279 ยกเลิกคำสั่ง-ประกาศ คสช.

- ญัตติที่ 6 แก้ไขระบบเลือกตั้ง โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แบบรัฐธรรมนูญ ปี 2540

โดยญัตติที่ 4 - 6 เป็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เสนอเพิ่มเติม
 

ท่าทีของ ส.ส. รัฐบาล กับฝ่ายค้าน

แม้ในวันนี้ ผู้อภิปรายฝ่ายค้านกับรัฐบาล จะมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง โดยเฉพาะเมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ขึ้นอภิปราย ที่มีการประท้วงเป็นระยะจาก ส.ส.พลังประชารัฐ และถูก พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. และน้องชายนายกฯ ลุกขึ้นตอบโต้

แต่โดยภาพรวมของการอภิปรายทั้งฝ่ายรัฐบาลส่วนใหญ่ และฝ่ายค้าน ก็มีความเห็นสอดคล้องกันในการแก้มาตรา 256 เปิดทางให้มี ส.ส.ร. เพื่อเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญ

ท่าทีของ ส.ว.

โดยภาพรวมแล้ว เหล่า ส.ว. เห็นว่า หากจะแก้รัฐธรรมนูญ ควรแก้เป็นรายมาตรา และไม่จำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. แต่กระบวนการแก้ไขสามารถเกิดขึ้นได้ในรัฐสภา

และไม่เห็นด้วยกับการแก้มาตรา 272 ที่จะปิดสวิตช์ ไม่ให้ ส.ว. โหวตเลือกนายกได้ โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2560 มีความชอบธรรม เพราะผ่านประชามติแล้ว

มีเพียงนายวันชัย สอนศิริ (ส.ว.) ที่อภิปรายเมื่อช่วง 23.00 น. กล่าวว่า เห็นด้วยกับการแก้มาตรา 256 ,159 รวมถึงมาตรา 272 ปิดสวิตช์ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ

โดยมีการตอบโต้กันอย่างดุเดือด ขณะที่ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส. พรรคก้าวไกล อภิปรายพาดพิงถึงนายกฯ และ ส.ว. จึงถูกนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นประท้วง และตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง จนประธานสภาต้องปิดไมค์ และสัญญาณถ่ายทอดสดถูกตัดไปชั่วขณะ

สรุปแนวโน้มการแก้ไขรัฐธรรนูญ ในวันแรก

แม้ท่าทีของ ส.ส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลส่วนใหญ่และฝ่ายค้าน จะไปทิศทางเดียวกัน ในการแก้มาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มี ส.ส.ร.

ยกเว้นท่าทีของบางพรรค เช่น พรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน โดยในวันนี้โฆษกพรรคได้ยื่นหนังสือแสดงจุดยืนให้กับประธานสภา

หรือในมาตรา 272 ก็มีเพียงพรรคฝ่ายค้าน ที่หยิบยกประเด็นนี้มาอภิปราย ว่าการปิดสวิตช์ ส.ว. มีความสำคัญอย่างไร

ส่วนการที่จะปิดสวิตช์ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ ได้หรือไม่นั้น ถ้าว่ากันเฉพาะในวันนี้ ยังไม่เห็นแนวโน้มที่ชัดๆ ซึ่งในการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องอาศัยเสียง ส.ว. 84 เสียงขึ้นไปร่วมโหวตด้วย

ดังนั้นต่อให้เกิดปาฏิหาริย์ ส.ส. ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน เกิดรักใคร่กลมเกลียว ร่วมโหวตให้ทั้ง 6 ญัตติผ่าน

แต่ถ้าเสียงในส่วนของ ส.ว. เห็นชอบไม่ถึง 84 เสียง การแก้ไขรัฐธรรมนูญในญัติติทั้งหมด หรือบางมาตรา ก็ไม่อาจไปต่อได้ และจบสิ้นลงเพียงแค่ในวาระที่ 1 เท่านั้น