อนุชา ยันรัฐจริงใจแก้รธน.ชี้หาก ปชช.ลงถนน วันหน้าบ้านเมืองก็เป็นแบบนี้

25 ก.ย. 2563 เวลา 6:43 น.

"อนุชา" ยืนยัน รัฐบาลจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ ชี้ทางออกตั้งคณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 121 กังวลหากพาประชาชนลงถนน วันข้างหน้าบ้านเมืองก็จะเป็นวงจรแบบนี้

 

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (วานนี้) ที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีการกล่าวหาไปยังรัฐบาลว่าซื้อเวลาไปอีก 1 เดือน ในการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาร่าง ว่า การที่รัฐบาลซื้อเวลา 1 เดือน จะซื้อทำไม ไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอน แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น 6 ญัตติ ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้จริง โดยเฉพาะวุฒิสภา ไม่ได้ร่วมตั้งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อสว.บอกว่าไม่ได้ร่วมตั้งแต่ต้น แต่ให้มาร่วมลงมติจึงดูขัด และที่คิดว่าอาจจะมีมติในเรื่องการรับร่างตามที่ฝ่ายวิปได้ตกลงกัน เมื่อถึงเหตุการณ์นี้จะปล่อยให้สิ่งที่คาดใันเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดสิ่งที่ไม่อยากให้เกิด ฉะนั้นการที่จะหาทางออกที่ดีที่สุดคือตั้งคณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญมาตรา121 เมื่อมีโอกาสตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณารับร่างที่มารับหรือไม่รับหลักการ ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ฟังดูแล้วถูกต้องตามครรลอง และไม่ได้เป็นระยะเวลานานที่จะพิจารณา ส่วนที่บอกว่าจะยื้อหรือคว่ำนั้น เหตุใดทำไมไม่คว่ำตั้งแต่วันนี้ หรือคว่ำวันไหนก็ได้ ทำไมต้องเป็นอีก1เดือน แล้วหาอีก1เดือนมีการพิจารณาว่าไม่คว่ำ คนที่พูดจะรับผิดชอบคำพูดตัวเองอย่างไร

 

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ตนก็เพิ่งทราบว่าจะมีการคณะกรรมาธิการอีก1เดือน ตอนลงมติเช่นกัน เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้วจะทำให้เกิดสิ่งที่ไม่ควรเกิดได้อย่างไร มองว่าไม่ใช่เรื่องที่คิดว่าเป็นการยื้อ แต่เป็นระบอบตามรัฐสภาควรที่ยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเอาชนะกันแค่เพียงเวลา1เดือน มองว่าไม่ควรคิดในเชิงลบอย่างเดียว เพราะการคิดในเชิงลบ โดยคิดว่าตัวเองเป็นตัวตั้งก็ไม่เกิดผลดีต่อรัฐสภา หรือไม่เกิดผลดีกับประชาชนที่อยากแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้เกิดขึ้น หากทะเลาะกันก่อน ก็จะยิ่งเกิดความลำบากในการพูดคุย เมื่อเรื่องแค่นี้ยังไม่ไว้ใจกัน แล้วเมื่อไหร่จะเข้าสู่ความไว้วางใจในการช่วยกันแก้ปัญหาในบ้านเมือง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ สิ่งที่บอกว่าไม่จริงใจเป็นการคาดเดาหรือไม่ และหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญคนที่บอกว่ารัฐบาลไม่จริงใจจะรับผิดชอบคำพูดอย่างไร 

เมื่อถามห่วงกระแสนอกสภาฯหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ทุกคนห่วงอยู่แล้ว ห่วงประชาชนที่จะอยากเห็นในสิ่งที่เขาอยากเห็น และเชื่อว่าการเมืองมีหลายมิติ มีคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง นี่คือธรรมดาของระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีคนเห็นด้วยและเห็นต่าง สภาฯก็มีไว้วิเคราะห์ เพื่อตัดสินใจความเห็นด้วยและเห็นต่างว่าจะไปในทิศทางใด หากสังคมมีแต่ความเห็นเหมือนกัน จะไม่มีปัญหาแน่นอน แต่เมื่อมีความเห็นต่างก็ต้องหาข้อยุติว่าหากว่าเห็นร่วมกันว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดปัญหาก็จะไม่เกิดแน่นอน

 

เมื่อถามว่าก่อนการลงมติมีใบสั่งมาหรือไม่นั้น นายอนุชา กล่าวว่า หากใครจะมองในแง่ลบก็คือลบ ใครจะมองในแง่สร้างสรรค์คือสร้างสรรค์ แต่เราคำนึงถึงกระแสของประชาชนอยู่แล้ว ตนในฐานะตัวแทนประชาชน ปฏิบัติตัวตามระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่อดีต ตนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ไม่เคยออกมาพูดแม้แต่ครั้งเดียวว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม เพียงแต่รอว่าวันหนึ่งตนสามารถลงรับสมัครเลือกตั้งได้ เพราะสิ่งเหล่านี้คือระบอบประชาธิปไตย อยากให้คนที่เก่งและมีความสามารถรอหน่อย เพราะสิ่งเหล่านั้นประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะให้ใครมาบริหารบ้านเมือง หากพาประชาชนลงถนน วันข้างหน้าบ้านเมืองก็จะเป็นวงจรเช่นนี้ 

เมื่อถามต่ออีกว่า ก่อนถึงจะมาถึงบทสรุปตรงนี้ได้มีการหารือกันของวิปทั้ง2ฝ่ายหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เดิมทีมีการหารือกันทั้งวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านถึงการดำเนินการตามปกติเพื่อลงมติรับหรือไม่รับหลักการ เป็นเอกสิทธิ์ของสส.และสว.ในฐานะสมาชิกรัฐสภาฯอยู่แล้ว 

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความแตกต่างกับพรรคพลังประชารัฐ จะเกิดปัญหากันหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เป็นเอกสิทธิ์ของทุกคน มีอิสระในการทำตามระบอบ ไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน การทำงานไม่ได้มีมิติเดียว หากไม่ยอมรับหรือไม่คิดถึงความเห็นต่างว่ามีความสำคัญ สังคมก็จะเกิดสิ่งที่ไม่อยากให้เกิด 

นายอนุชา ยังกล่าวอีกว่า ขอร้องประชาชนที่คิดจะชุมนุมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่ต้องการคิดให้เป็นด้านลบต่อประชาชน แต่อยากเห็นการเดินหน้าของระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนคาดหวัง ทุกคนต้องเดินไปสู่จุดหมายร่วมกัน ใช้ระบบตามสภาฯ เชื่อว่าทุกสิ่งมีทางออก