พาณิชย์ถกหมีขาวเดินเครื่องเต็มสูบปลุกศก. ดันการค้าทะลุหมื่นล้านเหรียญฯ

22 ต.ค. 2563 เวลา 11:12 น.

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าหารือรัสเซียผ่านการประชุมระบบทางไกล เร่งดันฟื้นเศรษฐกิจ หลังโควิด-19 ซัด ดันการค้าสองฝ่ายให้เป็น 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2566 อ้อนให้นำเข้าสินค้าเกษตรไทย

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าหารือรัสเซียผ่านการประชุมระบบทางไกล เร่งดันฟื้นเศรษฐกิจ หลังโควิด-19 ซัด ดันการค้าสองฝ่ายให้เป็น 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2566 อ้อนให้นำเข้าสินค้าเกษตรไทย

          เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม  2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานร่วมการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ครั้งที่ 4 ผ่านการประชุมระบบทางไกล กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของสหพันธรัฐรัสเซีย (นายวลาดิมีร์ อิลลิโชฟ) โดยการประชุมครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าเพื่อผลักดันเพิ่มมูลค่าการค้าให้บรรลุเป้าหมาย 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2566 เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังโควิด-19

          สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่มีความเห็นร่วมกัน รวมทั้งที่ประเทศไทยขอเสนอให้รัสเซียช่วยประกอบด้วย 8 ประเด็น ดังนี้ 1. กระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าเพื่อผลักดันการเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายให้บรรลุเป้าหมาย 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2566 2. สนับสนุนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรเทาผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น การผลิตและจัดจำหน่ายวัคซีน 3. ขอให้รัสเซียเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรของไทย ได้แก่ ข้าว เนื้อสัตว์ และสินค้าประมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไก่ และกุ้ง

          4. ขอให้รัสเซียเพิ่มการนำเข้ายางพารา (ยางแท่ง ยางแผ่น น้ำยางข้น) จากประเทศไทยซึ่งมีคุณภาพสูงเหมาะสมสำหรับการนำไปผลิตอุปกรณ์การแพทย์ และยุทโธปกรณ์ และให้รัฐวิสาหกิจ Rostec ของรัสเซียเร่งการจัดทำ MOU ในเรื่องนี้กับการยางแห่งประเทศไทยโดยเร็ว 5. ฟื้นฟูการท่องเที่ยวระหว่างไทยและรัสเซียภายหลังCOVID-19 และผ่อนปรนมาตรการการเดินทาง ซึ่งนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาไทยประมาณ 1.5 ล้านคนต่อปี

          6. ส่งเสริมกิจกรรมภาคธุรกิจโดยใช้แพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เช่นการจับคู่ธุรกิจออนไลน์ และ virtual trade fair 7. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับพหุภาคีและภูมิภาคระหว่างอาเซียน-รัสเซีย โดยเฉพาะการผลักดันให้มีการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union : EAEU) ประกอบด้วย 5 ประเทศ คือ รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กิซสถาน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ ตลอดจนเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซียและอาเซียน

           8. เห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขยายความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทยและกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของสหพันธรัฐรัสเซียฉบับใหม่เพื่อยกระดับความร่วมมือของสองฝ่ายให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

          ทั้งนี้ ในปี 2562 รัสเซียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 30 ของไทย การค้าระหว่างไทยและรัสเซีย มีมูลค่า 3,130.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ไทยส่งออกไปรัสเซียมูลค่า 958.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน    ยานยนต์ ยางพารา และไทยนำเข้าจากรัสเซียมูลค่า 2,172.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ น้ำมันดิบ เหล็ก ยุทโธปกรณ์ และปุ๋ย

           สำหรับในช่วง 8 เดือนแรก ของปี 2563 (ม.ค. – ส.ค.) รัสเซียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 28 ของไทย การค้าระหว่างไทยและรัสเซีย มีมูลค่า 1,592.2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปรัสเซียมูลค่า 472.54 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และไทยนำเข้าจากรัสเซียมูลค่า 1,119.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ น้ำมันดิบ ปุ๋ย และเหล็ก

 

 

เครื่องฟอกอากาศ สั่งออนไลน์ถูกกว่า ลดสูงสุด 27%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด