"เพนกวิน-ไมค์" ปะทะคารม "ปารีณา" กลางวงประชุมกมธ.ปปช.ที่สภา

03 ธ.ค. 2563 เวลา 9:39 น.

"เพนกวิน-ไมค์" ปะทะคารม "เอ๋ ปารีณา" หลังถูกกล่าวหาเด็กเลี้ยงแกะ กลางวงประชุมกมธ.ปปช. ถกเดือดปมตำรวจสน.ประชาชื่น อายัดตัว

 

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.63 นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน และ นายภาณุพงศ์  จาดนอก หรือไมค์ สองแกนนำกลุ่มราษฎร เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน กรณีที่มีผู้ร้องขอให้ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐจากการควบคุมตัวนายพริษฐ์ และ นายภานุพงศ์ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทั้งที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ฝากขังแล้วและละถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ

 

 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ได้เคลื่อนไหวตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นมา ปรากฏว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น โดยเฉพาะการถูกจับจ้องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ เช่น มีการส่งคนเข้ามาสังเกตการณ์ระหว่างทำกิจกรรมภายในรั้วมหาวิทยาลัย ไปจนถึงมีการติดกล้องวงจรปิดถึง 8 ตัว ที่บริเวณบ้านเช่าที่อาศัยรวมกันกับเพื่อน ย่างเชียงราก จ.ปทุมธานี ซึ่งปกติมีอาชญากรรมเกิดขึ้นมากมาย แต่ไม่เคยได้รับการดูแลอย่างดีแบบนี้มาก่อน และขณะนี้ตนเองถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 26-27 คดี ซึ่งบางคดีตำรวจใช้วิธีการแจ้งข้อหาหลายๆ ข้อหารวมกันเพื่อสร้างความลำบากในการแก้ข้อกล่าวหาเนื่องจากตัวเองยังมีภารกิจต้องเรียนหนังสืออยู่ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาถูกแจ้งข้อหาทั้งหมด 17 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับประมวลกฎหมายมาตรา 116 และ 112 ซึ่งบางข้อหามองว่าเป็นการแจ้งข้อหาโดยมิชอบทำให้ไม่สามารถสู้คดีได้   

 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ฝากขัง เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมาแต่มีการอายัดตัวเนื่องจากมีคดีที่จังหวัดนนทบุรี และอยุธยา อุบลราชธานี และถูกนำตัวไปที่ สน.ประชาชื่นนั้น ตนเองได้ร้องพบทนายตามสิทธิขั้นพื้นฐานเพราะมองว่าเป็นหมายจับที่สิ้นผลไปแล้ว แต่ตำรวจสน.ประชาชื่น ยังยืนที่จะดำเนินการอายัดตัว และใช้กำลังพาตนเองและไมค์ไปยังสน.ประชาชื่น จนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระราม9 ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแสดงหมายจับจาก สภ.พระนครศรีอยุธยา และอุบลราชธานี จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างให้ทีมกฎหมายรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อไป 

"สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองและไมค์ เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรม และผู้เห็นต่างทางการเมือง  พร้อมเรียกร้องกรรมาธิการเรียกตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มเติมด้วย" นายพริษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ ช่วงท้าย มีการโต้เถียงกันระหว่าง น.ส.ปารีณา  ไกรคุปต์ กรรมาธิการฯ กับ นายภาณุพงศ์ และ นายพริษฐ์ โดยน.ส.ปารีณา ได้สอบถามทั้ง 2 คนเกี่ยวกับการปล่อยตัวว่าการจะปล่อยตัวได้นั้นจะต้องมีหมายศาลมาที่เรือนจำก่อนจึงจะสามารถปล่อยตัวได้ใช่หรือไม่ ซึ่งนายภาณุพงศ์ยอมรับว่าใช่ และพยายามจะอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ น.ส. ปารีณาได้แย้งขึ้นมาว่า ไม่ต้องพูดเรื่องนี้ซ้ำอีก เพราะได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้นายพริษฐ์พยายามอธิบายและลุกขึ้นชี้มือไปทาง น.ส.ปารีณา ทำให้ น.ส. ปารีณา ลุกขึ้นยืนและชี้นิ้วกลับไปว่า อย่าชี้หน้าที่นี่ไม่ใช่ม็อบ ทำให้นายพริษฐ์ โตกลับว่า “ที่นี่ไม่ใช่เล้าไก่” โดยน.ส.ปารีณา ตอบกลับว่า “ดิฉันเคยเลี้ยงไก่แต่ดิฉันไม่ชอบเลี้ยงหมู”   

ต่อมา น.ส.ปารีณา ได้ถามว่าจะมีการดำเนินการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ ที่กระทำการโดยมิชอบตามที่กล่าวหาหรือไม่ โดย นายภาณุพงศ์ กล่าวว่า การที่ถามเช่นนี้ไม่ได้ฟังในสิ่งที่ตนได้ชี้แจง กมธ. ไปก่อนหน้านี้ ว่ากำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการฟ้องร้อง  ซึ่ง น.ส.ปารีณา กล่าวว่า “ดิฉันไม่ชอบฟังเด็กเลี้ยงแกะก็เลยฟังบ้างไม่ฟังบ้าง”  โดยนายพริษฐ์ ได้สวนขึ้นมาอีกว่า “ต้องเลี้ยงไก่ใช่ไหมครับ”  ขณะที่น.ส.ปารีณา ย้ำอีกว่า “ดิฉันเลี้ยงไก่ค่ะแต่ไม่เลี้ยงหมู” 

จากนั้นนายประเดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการ กมธ. ได้ตัดบทว่า ผู้มาชี้แจงทั้ง 2 คน ไม่จำเป็นต้องตอบทุกคำถามหากคำถามไหนตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบ แต่สามารถส่งเป็นเอกสารมาชี้แจงในภายหลังได้ ต่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวสรุปว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะดำเนินการเรียก ผบ.ตร.และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่ทั้ง 2 คนกล่าวถึงมาชี้แจงต่อกมธ.ต่อไป