ลุงพล​ พร้อมรับ 2 หมายเรียก​ ยันไม่หนีไปไหน

23 ม.ค. 2564 เวลา 8:14 น.

ลุงพลเผย​ เตรียมพา ทนายตั้ม​ ขึ้นภูเหล็กไฟ​จันทร์​นี้​เก็บข้อมูลเตรียมหากตกเป็นผู้ต้องหา ยัน​ พร้อมรับทราบ​ 2 ข้อหาตามหมายเรียกทั้งคดีไม้มะค่า​ เเละทำร้ายนักข่าว​

นายไชย์พล วิภา หรือ​ ลุงพล เปิดเผยถึงกรณี ที่ตร.จะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อหา 2 คดี คือ​ คดีไม้มะค่าแต้  ที่ครอบครองโดยผิดกฎหมาย เเละ คดีทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าว 

นายไชย์พล​  บอกว่า​ หากตร.นำหมายเรียกมาให้​ก็พร้อมรับ​ ยืนยันจะไม่หนีไปไหน พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่กังวลใจใดๆ​ ทั้งสิ้น

ลุงพล​ พร้อมรับ 2 หมายเรียก​ ยันไม่หนีไปไหน

ส่วนคดีของน้องชมพู่ที่ว่าจ้าง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เป็นทนายความส่วนตัว ยังยืนยันว่า ทนายตั้ม​ จะเดินทางในวันจันทร์ ที่25มค.นี้ และจะร่วมขึ้นภูเหล็กไฟ​ จุดพบศพน้องชมพู่ เพื่อพิสูจน์ ข้อสงสัยนำข้อมูลไปประกอบในการสู้คดี หากลุงพลต้องตกเป็นผู้ต้องหา

สำหรับเส้นทางขึ้นภูเหล็กไฟ ลุงพลยืนยันว่าจะใช้เส้นทางป่าสวนยางข้างบ้านน้องชมพู่ เป็นเส้นทางหลัก ที่ชาวบ้านรู้จักดี​ และ​ มองว่าการขึ้นภูเหล็กไฟ ใช้ได้เพียงแค่เส้นทางนี้ แต่สภาพป่าตอนนี้ รกมาก เพราะไม่มีคนขค้นไปนานแล้วตั้งแต่เกิดคดีน้องชมพู่ 

ส่วนปัญหาเรื่องการสร้างพญานาค ที่ถูกนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ร้องเรียนว่าบุกรุกป่าสงวน ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ก่อสร้างหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ แม้ทาง นายพิเชษฐ์ สุขสบาย หน.อุทยานเเห่งชาติภูผายล จะออกมาเปิดเผยว่า พื้นที่สร้างพญานาค ไม่ได้ใช่พื้นที่อุทยาน แต่นายวีระ ใสแก้ว เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 เปิดเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้นหมู่บ้านกกกอก ตำบลกกตูม อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงภูพาน แต่สำหรับพื้นที่ของลุงพลที่ใช้ในการก่อสร้างวังพญานาคตามที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี จะเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งลุงพลไม่ได้มีสิทธิถือครองที่ดินตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 หรือไม่นั้น​ เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบพิกัดและเอกสารรที่เกี่ยวข้องเร็ววันนี้

โดย​ ลุงพล​ กล่าวว่า หากการสร้างพญานาคเป็นป้ญหา​ ก็จะยกให้กับทางจังหวัดเป็นคนดูแล เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในจ.มุกดาหาร เพื่อสาธารณประโยชน์ของประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด