เดนทิสเต้โหมกลยุทธ์ชุดใหญ่ขยายฐานกลุ่มGenYลุยออนไลน์-TVShopping

09 ก.พ. 2564 เวลา 16:08 น.

สยามเฮลท์กรุ๊ปผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมเดนทิสเต้งัดกลยุทธ์ชุดใหญ่ฝ่าวิกฤตโควิดพลิกคอนเซ็ปต์ Dentiste Premium Care ทุ่มงบจ้างทีมระดับโลกส่งหนังโฆษณาชุดใหม่ Best Moment ผ่านพรีเซนเตอร์คู่รัก ชมพู่-น็อต ขยายฐานเจาะกลุ่ม Gen Y ลุยออนไลน์-TV Shopping ดันยอดขายปี 64 โต 25%

เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการสยามเฮลท์กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียม “เดนทิสเต้” (Dentiste')  เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2563 ต่อเนื่องมาถึงปี 2564 ทำให้การแข่งขันในตลาดสินค้ารุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมาตรการคุมเข้มของภาครัฐทำให้กลุ่มลูกค้าหายไปจากช่องทางการจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรดและตลาดยาสีฟันยังมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า จากเดิมมีคู่แข่งประมาณ 10 ราย ล่าสุดพุ่งพรวดมากถึง 50-60 ราย ทำให้

ทั้งนี้เดนทิสเต้ต้องเน้นกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่งตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ติดเชื้อที่สูงมากทำให้ผู้คนไม่สามารถไปพบทันตแพทย์และเลือกวิธีการดูแลตัวเองด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่ดี  เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของแบรนด์ Dentiste' ในฐานะยาสีฟันเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ความต้องการครบทุกด้าน

โดยล่าสุดเดนทิสเต้ตัดสินใจทุ่มงบจ้างทีมที่ปรึกษาระดับโลก ผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “Best Moment” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Dentiste' ปรับรูปแบบใหม่ จากเดิมเป็นยาสีฟันก่อนนอนในหนังโฆษณาชุดเก่า “Bed moment” พลิกคอนเซ็ปต์สื่อสารความเป็นผลิตภัณฑ์ Dentiste' Premium Care “Best Moment ช่วงเวลาดีๆ กับคนรอบข้าง แค่ได้อยู่ใกล้กันก็ทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดได้” เพื่อขยายฐานและเดินหน้าพาแบรนด์ Dentiste' เข้าไปในหลายๆ ประเทศ มุ่งสู่ระดับโลก

เดนทิสเต้โหมกลยุทธ์ชุดใหญ่ขยายฐานกลุ่มGenYลุยออนไลน์-TVShopping

สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุด “Best Moment” เราจะได้เห็นพรีเซนเตอร์คู่รัก ชมพู่-อารยาเอ ฮาร์เก็ต และ น็อต-วิศรุต รังสีสิงห์พิพัฒน์  ใน Moment ที่ไม่เคยได้เห็นที่ไหน เน้นความสนุกไม่น่าเบื่อ และตอกย้ำประสิทธิภาพการดูแลช่องปากของยาสีฟันเดนทิสเต้ที่เหนือกว่าแบรนด์ทั่วไป โดยเฉพาะการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากที่มีมากกว่า 6,000-20,000 ล้านตัวและมีความหลากหลายกว่า 500-650 ชนิด ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆในช่องปาก เช่น Streptococcus mutans, Streptococcus sobrinus, lactobacilli  ก่อให้เกิดฟันผุ Pseudomonas aeruginosa, Lactobacillus casei ต้นเหตุของการเกิดเหงือกอักเสบ Porphyromonas gingivalis Aggregatibacte ractinomycetemcomitans ต้นเหตุของโรคปริทันต์

ทั้งนี้ เดนทิสเต้มี Probiogenesis ปรับสมดุลของแบคทีเรียในช่องปาก ช่วยขัดขวางการทำงาน
ของแบคทีเรียที่ไม่เป็นมิตร CPC ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดโรคฟันผุและเหงือกอักเสบ Zinc ช่วยให้   ลมหายใจหอมสดชื่น กำจัดแบคทีเรียต้นเหตุของการเกิดกลิ่นปาก ปกป้องนาน 12 ชั่วโมง Sodium Fluoride Remineralization 1100 PPM ปริมาณที่ทันตแพทย์แนะนำคืนแร่ธาตุสู่ผิวฟัน ป้องกันฟันผุที่สำคัญ มี 14 Natural Extracts มีฤทธิ์เป็น Antiseptic และ Antibacteria ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากยาวนานตลอดคืน ช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่นมั่นใจในยามเช้า

“เราต้องการสื่อสารนวัตกรรมใหม่ คอนเซ็ปท์ใหม่ เจาะกลุ่มคน Gen Y ขยายฐานจากกลุ่ม Gen X  ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่ใช้เดนทิสเต้เป็นประจำอยู่แล้ว โดยกระตุ้นความสนใจตัวแบรนด์ Dentiste' Premium Care ยาสีฟันนวัตกรรมสูงและเป็น Complete Care แบบ All in one ใช้ครั้งแรกจะรู้สึกประทับใจสร้าง Best Moment เสริมความมั่นใจกับการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อมีสุขภาพช่องปากสะอาด ไร้กลิ่นและยังเป็นผลิตภัณฑ์จากสารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัย ไม่อันตราย”

เดนทิสเต้โหมกลยุทธ์ชุดใหญ่ขยายฐานกลุ่มGenYลุยออนไลน์-TVShopping

เภสัชกร ดร.แสงสุข มั่นใจว่า Dentiste' Premium Care จะดึงดูดกลุ่มเป้าหมายและเป็นตัวชูโรงประเดิมแผนผลักดันยอดขายในปี 2564 ตามเป้าหมายการเติบโตไม่ต่ำกว่า 25%  หลังจากปี 2563เจอสถานการณ์โควิดและกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวหายไปเป็นศูนย์ โดยหลังจากนี้เตรียมอัดงบโฆษณาจำนวนมากและเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงหากลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากขึ้นและเน้นจำหน่ายสินค้าเป็นเซ็ต

นอกจากนี้ จะขยายช่องทางการขายรูปแบบออนไลน์และ TV Shopping  ซึ่งประสบความสำเร็จมากในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพราะรูปแบบการขายน่าสนใจ สามารถสร้าง Value สินค้า ทำให้คนซื้อเห็นคุณค่าของสินค้าจริงๆ   สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้ายุคโควิดที่คนอยู่บ้านกันมากขึ้น ดูโทรทัศน์ใช้อินเทอร์เน็ตและนิยมซื้อของออนไลน์มากขึ้น

สำหรับปัจจุบัน ภาพรวมผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลช่องปาก หรือออรัลแคร์ มีมูลค่าประมาณ18,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 3% ต่อปี โดยกลุ่มยาสีฟัน 10,000 ล้านบาทเป็นเซ็กเมนต์ใหญ่ที่สุด และยาสีฟันพรีเมี่ยมยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งเดนทิสเต้ อยู่ในเซ็กเมนต์พรีเมียม เจาะกลุ่มคนที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ ยินดีจ่ายสำหรับสินค้าที่ดี

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด