"ทักษิณ" โชว์วิสัยทัศน์ สอนมวยรัฐบาลต้องประกาศสงครามกับความยากจน

14 ก.พ. 2564 เวลา 12:26 น.

"ทักษิณ" โผล่ผ่านคลิปวีดีโองานสัมมนากลุ่มแคร์ สอนมวยรัฐบาลต้องคิดล่วงหน้า รู้ให้ทันโลก ประกาศสงครามกับความยากจน เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน

วันนี้ (14 ก.พ.64) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านคลิปวีดีโอ มายังงานสัมมนาของกลุ่มแคร์ คิดเคลื่อน ไทย ในหัวข้อเรื่อง “คนไทยไร้จน : ฝันเฟื่องหรือเรื่องจริง” ตอนหนึ่งระบุว่า สมัยที่ตนประกาศทำสงครามกับความยากจน เพราะความยากจนเป็นบ่อนทำลายประเทศ ทำให้ทุ่มทรัพยากรแก้ปัญหา ตนอยากถามรัฐบาลด้วยว่า

1.มองความยากจนเป็นอย่างไร จะประกาศสงครามหรือไม่ จะได้ซื้ออาวุธเพื่อแก้ปัญหา เช่น เทคโนโลยี,​ ไอคราวน์สำหรับการเกษตร เพื่อติดตาม ทำข้อมูลกับการเกษตร ปัจจุบันสงครามความยากจนเกิดแล้วต้องแก้ปัญหา ไม่ใช่ซื้ออาวุธเพื่อทำสงครามที่ยังไม่เกิด

2.วุฒิภาวะการทำเพื่อแก้ปัญหายากจนจริงหรือไม่

3.มีองค์ความรู้แก้ปัญหาให้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

“การแก้ปัญหาความยากจนไม่สำเร็จ หากไม่มีการสนับสนุนทางการเมืองจริงจัง นายกรัฐมนตรีเอาจริงแก้ปัญหา ซึ่งนายกรัฐมนตรี กับผมเป็นนักเรียนเตรียมทหารเหมือนกัน และปฏิญาณตนว่าไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ หากตั้งใจและมุ่งมั่นจึงจะทำได้”

นายทักษิณ กล่าวด้วยว่า ตนขอให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหา ในฐานะผู้มีประสบการณ์ เช่น การแก้ปัญหาความยากจน เพราะรายได้มีไม่พอกับรายจ่าย มีสูตรสำเร็จ คือเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แต่ที่ต้องมีคือ ต้องรู้เท่าทันเศรษฐกิจทุนนิยม แม้ไม่ชอบแต่ต้องหาทางเข้าใจ สู้และอยู่ให้ได้ ปัจจุบันชาวบ้านไม่มีเงินเพื่อทำทุน ทำให้ลำบาก ดังนั้น ต้องเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งทุน

“การแก้ปัญหาความยากจน สมัยก่อน คือการทุ่มเรื่องปัจจัยสี่ แต่สถานการณ์ปัจจุบันต้องปรับรูปแบบ เพราะปัจจุบันมีโรคระบาด ล็อคดาวน์ การบริโภคของมนุษย์ทั่วโลกเปลี่ยนไป ใช้ช่องทางออนไลน์ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แจกแท็บเล็ต เพราะมองว่าการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล ที่สร้างโอกาส ดังนั้น ประเทศไทยต้องคำนึงถึงโลกยุคใหม่ที่สู้กันด้วยเทคโนโลยีจะอุ้มชูคนจนอย่างไร ไม่ใช่ซ้ำเติม”

 

นายทักษิณ ยังกล่าวถึงระบบการศึกษาไทยว่า ต้องเปลี่ยนเป็นการศึกษารูปแบบใหม่ คือการรู้เรื่องอะไรมากกว่าสนใจแค่ใบปริญญา ซึ่งต่างประเทศให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้ การค้นหาความรู้มากกว่าใบปริญญา

นอกจากนั้นภาคแรงงานต้องฝึกใหม่ ให้อยู่กับโลกใหม่ ไม่คิดมิติเดิมที่เห็นชาวบ้านเป็นกรรมกร ซึ่งสิ่งทั้งหมดต้องคิดใหม่ คิดล่วงหน้าให้ทันโลก เพื่อไม่ให้คนชนชั้นกลางกลายเป็นคนจน

ปลุกแก้รธน.เพื่อเศรษฐกิจ-ฟื้นความเชื่อมั่น

นายทักษิณ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยว่า ตนแอบคิดในใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่มีข้อถกเถียงในสภาฯ ว่าด้วยการปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน เพราะไม่ยึดมั่น และรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ควรปกป้อง และควรเปลี่ยน เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นควรเปลี่ยนรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชน ให้เป็นประชาธิปไตย มีนิติธรรมสากล เพื่อเศรษฐกิจ สังคมดีขึ้น และคนไทยมีศักดิ์ศรี

“ผมโชคดีที่ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตอนมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวคำนึงถึงภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี หากนายกรัฐมนตรีไม่มีภาวะผู้นำ จะถูกต่อรองทางการเมือง  สำหรับรัฐธรรมนูญหลายคนคิดว่าเป็นแค่กฎหมาย เป็นแค่โครงสร้างการบริหารประเทศ แต่รัฐธรรมนูญแท้จริงเป็นมากกว่านั้น เพราะหมายถึงเศรษฐกิจ นิติธรรมที่บังคับใช้อย่างเสมอภาค ทำให้ประเทศได้รับความเชื่อถือและเคารพ หากหลักนิติธรรมไม่เป็นสากล ไม่ได้รับการเคารพ ไม่ถูกเชื่อถือ จะไม่มีประเทศไทยนำเงินมาลงทุนในประเทศ”  

อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่กฎหมายเพื่อให้อำนาจหรือการปกครอง แต่รัฐธรรมนูญคือเพื่อคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นรัฐธรรมนูญต้องมีหลักการประชาธิปไตย มีนิติธรรมที่เป็นสากล ทำให้คนเชื่อถือ เมื่อคนเชื่อถือจะทำให้เศรษฐกิจดี

“ดัชนีของรัฐธรรมนูญที่ดี ดูได้จากเศรษฐกิจที่ดี หากรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย เศรษฐกิจจะแย่ นอกจากการบริหารจัดการแล้ว. รัฐธรรมนูญถือเป็นหัวใจ เช่นเดียวกับดัชนีการทุจริต ดังนั้นต้องเอาจริงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดี”​

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด