ทนายดัง เตือน ส่อผิดวินัยร้ายแรง! ตำรวจแต่งอีกเมียทั้งที่ยังไม่ได้หย่า

18 ก.พ. 2564 เวลา 14:56 น.

"ทนายรณรงค์ แก้วเพชร" ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ชี้ ดราม่าภรรยาถือทะเบียนสมรส บุกงานแต่งสามีที่เป็นตำรวจกับหญิงคนใหม่ ส่อผิดวินัยร้ายแรง ถึงขั้นไล่ออกจากราชการ

จากรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาเผยแพร่คลิป บุกงานแต่งสามี พร้อมโชว์ใบทะเบียนสมรส ซึ่งในคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นงานแต่งงาน ที่ถูกจัดขึ้นที่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้หญิงที่ใส่ชุดสีดำก็ได้ถือทะเบียนสมรสเข้าไป ขณะที่เจ้าบ่าว เจ้าสาว กำลังนั่งทำพิธี พร้อมเผยบรรยากาศรอบๆ งานแต่ง

มีภาคต่อ! วินาทีแม่เจ้าบ่าวบุกตบลูกชาย ขณะทำพิธีสงฆ์พร้อมเจ้าสาวคนใหม่

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก "ทนายคู่ใจ" ของ ทนายรณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีดังกล่าวระบุว่า 

"เมียหลวงบุกงานแต่ง" เป็นข่าวดังหน้าหนึ่งเมื่อมีสาวเจ้าหนึ่งบุกไปยังงานแต่งงานของคู่บ่าวสาว โดยเอาทะเบียนสมรสไปถามหนุ่มเจ้าบ่าวว่าจัดงานแต่งงานใหม่ได้ยังไง ในเมื่อทะเบียนสมรสยังคาอยู่กับกับตนเอง มิหนำซ้ำหนุ่มเจ้าบ่าวรายนี้ยังเป็นตำรวจ

ซึ่งในกรณีการจัดงานแต่งงานแบบนี้ โดยทะเบียนสมรสยังคาอยู่ ไม่ได้มีการหย่าขาดจากภรรยาเก่า ในทางกฎหมายนั้นไม่สามารถจดทะเบียนสมรสใหม่ซ้ำซ้อนได้นะครับ หากจดทะเบียนสมรสใหม่ ก็จะตกเป็นโมฆะ กล่าวคือ ไม่มีผลผูกพันธ์เป็นสามี-ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายนั่นเอง

ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงอาจจะเลิกราต่อกัน แยกทางกันอยู่หรือไม่ก็ตาม แต่ในทางกฎหมายหากทะเบียนสมรสยังคากันอยู่ ก็ต้องถือว่าเป็นสามี-ภรรยากันอยู่ หากจะเลิกกันให้ถูกต้องตามกฎหมาย กฎหมายกำหนดว่าให้ไปจดทะเบียนหย่า หรือฟ้องหย่าตามขั้นตอนกฎหมาย (ป.แพ่ง ม.1514)

เมื่อฝ่ายหนุ่มเจ้าบ่าวยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า หรือฟ้องหย่าให้แล้วเสร็จ แต่กลับไปจัดงานแต่งงานกับเจ้าสาวใหม่นั้น ในทางกฎหมายถือว่า ซึ่งเป็นการยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เรียกง่ายๆว่า "มีชู้" ในทางกฎหมายเป็นเหตุให้เมียที่กอดทะเบียนสมรสไว้นั้น สามารถดำเนินการฟ้องหย่าหนุ่มเจ้าบ่าว และเรียกค่าทดแทนจากฝ่ายหญิงที่มาเป็นชู้ได้ หรือจะไม่ฟ้องหย่าเลย แต่จะฟ้องค่าทดแทนจากชู้อย่างเดียวก็สามารถทำได้ (ม.1516 (1) ประกอบ ม.1523)

ทางออกของหนุ่มเจ้าบ่าวหากต้องการที่จะหย่า แต่เมียไม่ยอมจับมือกันไปจดทะเบียนหย่า ก็ต้องดำเนินการใช้สิทธิทางศาลฟ้องหย่าอย่างเดียว ซึ่งในทางกฎหมายนั้นการที่จะใช้สิทธิทางศาลในการฟ้องหย่านั้นก็ต้องมีเหตุ เช่นฝ่ายหญิงมีชู้ , แยกกันอยู่เกิน 3 ปี , จงใจทิ้งร้างอีกฝ่ายไปเกิน 1 ปี , ประพฤติชั่วร้ายแรง ,วิกลจริต , เป็นโรคร้ายแรง , ทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย , หรือไม่อาจร่วมประเวณีกันได้ ฯ (ม.1516) หากไม่เข้ากรณีตามนี้ก็ไม่มีเหตุที่จะฟ้องหย่าได้ ฟ้องไปศาลก็ไม่อาจจะสั่งให้ได้

การที่ภรรยาไม่ยอมจดทะเบียนหย่าให้นั้น ในความเป็นจริงแล้วก็มีเยอะนะครับ บางทีก็ต้องเข้าใจฝ่ายหญิงด้วยว่าเขามีลูกด้วยกัน บางครั้งมันก็ต้องคิดเยอะกว่าคำว่ารักหรือไม่รัก หรือบางคนก็ยอมกอดทะเบียนสมรสเอาไว้เพื่อหวังในสินสมรส ก็มีเหมือนกัน

แต่ทั้งนี้ฝ่ายชายเจ้าบ่าวดันเป็นตำรวจด้วยนี่สิครับ เรื่องนี้หากฝ่ายเมียหลวงจะร้องเรียนวินัยนี่ผมบอกได้เลยว่างานเข้า เพราะการที่ข้าราชการมีชู้เนี่ย ถือเป็นการประพฤติชั่ว อันเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ถึงขั้นไล่ออกจากราชการได้เลย เคยมีกรณีศึกษาที่ข้าราชการถูกออกจากราชการเพราะมีชู้มาแล้วหลายราย

แต่การที่เมียหลวงบุกไปที่งานแต่งงานแล้วมีการไลฟ์สด เรื่องนี้ถึงแม้สังคมจะเห็นใจเมียหลวงก็ตาม แต่ในทางกฎหมายก็สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอยู่เหมือนกัน (ซึ่งผมก็ยังไม่ได้ฟังคลิปไลฟ์สดนะ) โดยหากมีคำว่า "เมียน้อย" หรือพูดพาดพิงถึงเมียน้อยแล้วเนี่ย เขาอาจจะดำเนินคดีได้เหมือนกัน ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 2 ปี ปรับสูงถึง 2 แสนบาท (ป.อาญา ม.328)

เรื่องในครอบครัวก็ควรคุยกันให้ชัดนะครับว่าจะเอาอย่างไร จะหย่ากัน สินสมรส หนี้ร่วม ค่าเลี้ยงดูลูก เอาให้ชัดเจน หากจะเลิกกัน คุยกันไม่ได้ก็ไปว่ากันในศาล ให้ศาลตัดสิน ไม่ใช่ให้มันคาราคาซังแล้วเป็นเรื่องขึ้นมาแบบนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด