Spring News

“สุทิน” เปิดใจ ผิดหวังภูมิใจไทย เล่นละครวอล์คเอาท์ คว่ำแก้รัฐธรรมนูญ

18 มี.ค. 2564 เวลา 5:29 น.

“สุทิน” จี้ นายกฯ รับผิดชอบพรรคร่วมรัฐบาล ล้มนโยบายตัวเอง แก้รัฐธรรมนูญ เผย ผิดหวังภูมิใจไทย เล่นละครวอร์คเอาท์

ผิดหวัง ภูมิใจไทย เล่นละครวอร์คเอาท์

วันนี้ นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการคว่ำโหวตวาระ 3 แก้รัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้ว่า เป็นการเล่นเกมการเมืองของหลายฝาย และชี้ให้เห็นแล้วว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใครของจริงของปลอม

โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ส่วนตัวรู้สึกสับสน เพราะคาดไม่ถึงว่า จะใช้วิธีการวอร์คเอาท์ เพราะฝ่ายค้านยังคาดหวังเสียงจากพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศมาตลอดว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคาดว่าจะสามารถพลิกเกมให้ผ่านความเห็นชอบไปได้ แต่เมื่อพรรคภูมิใจไทยใช้วิธีการนี้ ก็ยอมรับว่าผิดหวัง

สุทิน คลังแสง

สุทินเผย รู้ล่วงหน้า แผนคว่ำแก้รัฐธรรมนูญ

นายสุทิน ยังยอมรับว่า ฝ่ายค้านไม่ปฏิเสธที่รู้อยู่แล้วว่า เดินหน้าลงมติวาระ 3 จะเกิดการคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ซึ่งสิ่งที่ฝ่ายค้านจับตาเมื่อวานนี้คือลุ้นว่าฝ่ายรัฐบาลจะคว่ำในขั้นตอนใด เพราะมี 2 สเต็ป

คือ คว่ำก่อนลงมติวาระ 3 เพื่อไม่ให้มีการโหวตเลย กับคว่ำตอนโหวตวาระ 3  ซึ่งทราบมาว่าการตั้งเป้าจะคว่ำก่อนลงมติอยู่แล้ว โดยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผิดหลักการ

จนในที่สุดฝ่ายรัฐบาลเปลี่ยนแผน ใช้วิธีการล้มร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการโหวตวาระ 3 ตามญัตติของฝ่ายค้าน จนทำให้คนสงสัยว่าเหตุใดฝ่ายค้านจึงรับรองญัตติให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และยืนยันว่า ในประเด็นนี้ฝ่ายค้านยืนอยู่จุดนี้มาโดยตลอด เพื่อเดินหน้าลงมติวาระ 3

แต่สุดท้ายฝ่ายรัฐบาล โดยนายไพบูลย์ ใช้วิธีการนี้ในการเดินเกม อย่างไรก็ตามเราจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปอีกแน่นอน แต่จะแก้อย่างไรก็ ต้องมาทบทวนบทเรียนกันก่อน

สุทิน คลังแสง

จี้ นายกฯ รับผิดชอบพรรคร่วมรัฐบาล ล้มนโยบายตัวเอง แก้รัฐธรรมนูญ

นายสุทิน ยังถามถึงความรับผิดชอบไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนที่รัฐบาลจะทำประชามติ หลังจากนี้ รัฐบาลควรตอบสังคมให้ได้ว่านโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร และจะรับผิดชอบอย่างไรในสิ่งที่เกิดขึ้น

เพราะเรื่องนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญในการร่วมรัฐบาล และมีการแถลงนโยบายนี้ต่อรัฐสภาไว้ชัดเจน แต่พรรคร่วมรัฐบาลกลับมาล้มกันเอง ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ แล้วค่อยเดินหน้าทำประชามติ ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นเรื่องของรัฐบาลแล้ว เพราะการทำประชามติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต้องเริ่มจากรัฐบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด