ราชทัณฑ์ เผย "เพนกวิน" สุขภาพปกติ อ่อนเพลียเล็กน้อย หลังประกาศอดอาหาร

19 มี.ค. 2564 เวลา 8:37 น.

รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจ้งอาการ "เพนกวิน" สุขภาพปกติ แต่ร่างกายเริ่มอ่อนเพลีย หลังประกาศอดอาหาร แต่ปฏิเสธเจาะเลือดทุกวัน

วันที่ 19 มี.ค.64 เวลา 13.00 น. นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายบริหาร ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้าจากกรณีการประกาศอดอาหาร ของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำคณะราษฎร ที่ได้ประกาศที่ศาลอาญาเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 ว่า ภายหลังจากที่เรือนจ้าฯ ได้รับตัวกลับมาคุมขัง เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมและได้ จัดเตรียมผงเกลือแร่โออาร์เอส (ORS) นม น้ำหวาน และโอวัลตินแก่ผู้ต้องขัง พร้อมจัดเตรียมทีมแพทย พยาบาล และนักจิตวิทยาเพื่อเข้าตรวจอาการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมตลอดเวลาหากเกิดความจำเป็น ต้องรับการรักษาเร่งด่วน โดยได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้องยังเพื่อสังเกตอาการ และป้องกันการทำร้ายตัวเอง

ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหาร ดื่มเพียงน้ำหวาน นม โอวัลติน ส่วนผลการตรวจสุขภาพ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 พบว่า ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิ ร่างกาย และระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ สภาพร่างกายทั่วไปมีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย และ นักจิตวิทยาได้สอบถามการใช้ชีวิต นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แจ้งว่านอนหลับได้ แต่มีอาการอ่อนเพลียบ้าง สามารถทำกิจวัตร ประจำวันได้ปกติ

ทั้งนี้ สถานพยาบาลของเรือนจำฯ ได้จัดอปกรณ์สำหรับปัสสาวะไว้ใช้ในเวลากลางคืน เพื่อลด การทำกิจวัตรส่วนตัว และได้แนะนำให้ระมัดระวังการทำกิจกรรมระหว่างวัน เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลียอา เกิดอุบัติเหตุได้ โดยนายพริษฐ์ฯ ให้ความร่วมมือในการตรวจสุขภาพเป็นอย่างดี แต่ปฏิเสธที่จะต้องเจาะเลือดทุกวัน

นายธวัชชัยฯ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นโพสต์เฟซบุ๊กของ นายอานนท์ นำภา ที่ก่อให้เกิดความกังวลใจต่อความปลอดภัยของนายอานนท์ฯ พร้อมพวก นั้น ขอชี้แจงว่า ปัจจุบัน นายอานนท์ฯ พร้อมแกนนำคณะราษฎรทุกคน ยังถูกคุมขังอยู่ในห้องแยกกักกันโรค และได้รับการ ปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่อย่างเท่าเทียมกับผู้ต้องขังคนอื่นตามหลักสิทธิมนุษยชน ภายใต้กรอบของกฎหมาย 

 

ขอให้ พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่อาจสร้างความเสียหายและความเข้าใจผิดต่อการทำงานของกรมราชทัณฑ์ และขอยืนยันว่า กรมราชทัณฑ์ไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรง และละเมิดสิทธิของผู้ต้องขัง เพราะการทำร้ายร่างกายถือเป็นการกระทำความผิดทั้งทางวินัย และคดีอาญา ซึ่งไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะในกรอบนโยบายของราชทัณฑ์ยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงด้านการควบคุม และ พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง แบบมืออาชีพ บูรณาการ มาตรฐานและนวัตกรรม ที่เน้นการแก้ไข และพัฒนาพฤตินิสัย ผู้ต้องขังให้เป็นคนดี มีคุณค่า ไม่ใช่การคุมขังเพื่อแก้แค้นทดแทน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด