'Zombie' เบื้องหลังเพลงร็อกระดับตำนาน คือการต่อต้านความรุ่นแรง

'Zombie' เบื้องหลังเพลงร็อกระดับตำนาน คือการต่อต้านความรุ่นแรง

เบื้องหลังเพลงร็อกระดับตำนาน ‘Zombie’ ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับผีดิบ แต่คือบทเพลงที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดและการต่อต้านความรุนแรงจากการก่อการร้านในปี 1993

SHORT CUT

  • เพลง 'Zombie' ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดโดยกลุ่ม IRA ในปี 1993 ที่เมืองวอร์ริงตัน ประเทศอังกฤษ ซึ่งทำให้เด็กเสียชีวิต 2 คน
  • คำว่า 'ซอมบี้' ในเพลงไม่ได้หมายถึงผีดิบ แต่เป็นคำเปรียบเปรยถึงกลุ่มคนที่ถูกล้างสมองด้วยอุดมการณ์ทางการเมือง จนสามารถก่อความรุนแรงได้อย่างไร้มนุษยธรรม
  • เนื้อเพลงเป็นการประณามความรุนแรงที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองในไอร์แลนด์ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ในอดีต และส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์
  • เทคนิคการร้องที่เป็นเอกลักษณ์ในท่อนฮุก มีรากฐานมาจากการร้องคร่ำครวญในพิธีศพของชาวไอริช (Keening) เพื่อสื่อถึงความโศกเศร้าของครอบครัวผู้สูญเสีย

เบื้องหลังเพลงร็อกระดับตำนาน ‘Zombie’ ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับผีดิบ แต่คือบทเพลงที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดและการต่อต้านความรุนแรงจากการก่อการร้านในปี 1993

จากกระแสสุดไวรัล ของ 'เนเน่' สาวไทยวัย 16 ปี ที่โชว์เสน่ห์สุดร็อกบนเวที America's Got Talent ที่หยิบเอาเพลงระดับตำนานอย่าง 'Zombie' ของวง The Cranberries มาโชว์พลังเสียงจนเป็นไวรัลไปทั่วโลก น้ำเสียงที่ทรงพลังบวกกับการถ่ายทอดอารมณ์ที่เกินวัยของเธอ ไม่เพียงแต่ทำเอากรรมการและผู้ชมในฮอลล์อึ้งจนต้องลุกขึ้นปรบมือให้ แต่ยังสร้างปรากฏการณ์ไวรัลที่ถูกแชร์ไปทั่วโลกโซเชียลในชั่วข้ามคืน


'Zombie' เบื้องหลังเพลงร็อกระดับตำนาน คือการต่อต้านความรุ่นแรง


กระแสความปังนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนทั่วโลกได้เห็นศักยภาพของคนเด็กไทย แต่ยังเป็นการปลุกชีพเพลงร็อกระดับตำนาน อย่าง 'Zombie'ให้กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง

แต่รู้หรือไม่ว่า เพลง 'Zombie' ที่พวกเรารู้จักคุ้นหูกันไม่ได้เป็นการถ่ายพูดถึงเจ้าผีดิบ กินสมองคนแต่อย่างใด แต่เพลงนี้คือบทเพลงแห่งการต่อต้านการก่อการร้ายที่ถูกเขียนขึ้นมาจากคราบน้ำตาแห่งความสูญเสีย
 

เบื้องหลังเพลงร็อกระดับตำนาน คือโศกนาฏกรรมอันแสนเจ็บปวด


ย้อนกลับไปในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองอันยาวนานในไอร์แลนด์เหนือ (The Troubles) เหตุการณ์สะเทือนขวัญได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ปี 1993 ที่เมืองวอร์ริงตัน ประเทศอังกฤษ ก่อนถึงวันแม่เพียงวันเดียว กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน (IRA) ได้ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ซ่อนไว้ในถังขยะเหล็กบนถนนย่านช้อปปิ้งที่มีคนพลุกพล่าน  เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน และพรากชีวิตเด็กชายผู้บริสุทธิ์ไปถึง 2 คน

'Zombie' เบื้องหลังเพลงร็อกระดับตำนาน คือการต่อต้านความรุ่นแรง

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจไปทั่วทั้งอังกฤษและไอร์แลนด์ รวมถึง โดโลเรส โอริออร์แดน (Dolores O'Riordan) นักร้องนำของวง The Cranberries ในขณะนั้นวงกำลังอยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ตที่อังกฤษพอดี เธอรู้สึกตกใจและเจ็บปวดอย่างมากที่เห็นเด็กบริสุทธิ์ต้องมาตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ทางการเมือง

โดโลเรสเริ่มแต่งเพลงนี้ตามลำพังด้วยกีตาร์โปร่งในยามดึกที่อพาร์ตเมนต์ของเธอในเมืองลิเมอริก (Limerick) แต่เมื่อเธอนำโครงสร้างเพลงไปซ้อมกับวงในห้องซ้อมเล็กๆ เธอกลับตัดสินใจหยิบกีตาร์ไฟฟ้าขึ้นมาและเหยียบเอฟเฟกต์เสียงแตก (Distortion) ให้ดังกระหึ่ม ซึ่งถือเป็นการฉีกแนวทางจากเพลงอินดี้ป็อปหวานๆ ที่วงเคยทำมา เธอต้องการให้เพลงนี้เป็นเพลงร็อกที่เกรี้ยวกราดและดุดันที่สุดเพื่อสะท้อนอารมณ์ของเธอออกมา

'Zombie' เบื้องหลังเพลงร็อกระดับตำนาน คือการต่อต้านความรุ่นแรง
 

Zombie เพลงที่เต็มไปด้วยการตั้งคำถามและการประณามความรุนแรง


"Another head hangs lowly, child is slowly taken."
ประโยคนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพียงเพื่อความคล้องจอง แต่มันคือภาพสะท้อนความจริงอันโหดร้าย ภาพของการก้มศีรษะคือการไว้อาลัย และคำว่า ‘slowly taken’ หรือการถูกพรากชีวิตไปอย่างช้าๆ คือการพูดถึงเหยื่อวัย 12 ปี ที่จากไปจากการต้องนอนทนทรมานจากบาดแผลฉกรรจ์อยู่หลายวัน


"It's the same old theme, since nineteen-sixteen."
ประวัติศาสตร์บาดแผลถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา ปี 1916 คือปีที่เกิดกบฏอีสเตอร์  จุดเริ่มต้นของการใช้กำลังอาวุธในหน้าประวัติศาสตร์ไอร์แลนด์ โดโลเรสกำลังตั้งคำถามที่จี้จุดสังคมว่า ทำไมความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเกือบร้อยปี ถึงยังถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างให้ผู้คนในยุคนี้เข่นฆ่ากันเอง?


"But you see, it's not me, it's not my family / In your head, in your head, they are fighting."
ท่อนที่ประกาศจุดยืนในฐานะคนไอริช โดโลเรสขอปฏิเสธความเกลียดชังนี้แทนคนธรรมดาทุกคน เธอต้องการสื่อว่าสงครามและความรุนแรงทั้งหมด มันไม่ได้มาจากความต้องการของประชาชน แต่มันเกิดขึ้นและวนเวียนอยู่แค่ในหัวของกลุ่มคนที่ฝักใฝ่อุดมการณ์สุดโต่งเท่านั้น


"Zombie, zombie, zombie-ie-ie."

ท่อนฮุกที่ทุกคนสามารถร้องตามกันได้ทั่วโลก คำว่า ‘ซอมบี้’ ไม่ได้หมายถึงผีดิบแบบในหนัง แต่มันคือคำด่าทอที่เจ็บแสบ ที่เป็นตัวแทนของการ ชี้หน้าด่ากลุ่มคนที่ถูกอุดมการณ์ทางการเมืองล้างสมอง คนที่สามารถวางระเบิดปลิดชีพเด็กบริสุทธิ์ได้อย่างเลือดเย็น ว่าแท้จริงแล้วพวกเขานั่นแหละคือผีดิบที่ไร้สติ ที่สูญสิ้นความเป็นมนุษย์ไปโดยสมบูรณ์
 

 

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้เพลงนี้ทรงพลัง คือเทคนิคการร้องตวัดเสียง (Yodeling) ในท่อน "Zom-bie-ie-ie" ที่หลายคนจดจำได้ดี เทคนิคนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อโชว์พลังเสียง แต่มันมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมชาวไอริชโบราณที่เรียกว่า 'Keening' ที่เป็นประเพณีการร้องคร่ำครวญโหยหวนในงานศพ

โดโลเรสตั้งใจใช้เทคนิคนี้เพื่อจำลองอาการสะอื้นไห้ของครอบครัวผู้สูญเสีย และเมื่อนำเสียงร้องที่เปราะบางนี้ มาผสานกับเสียงกีตาร์และกลองที่กระหน่ำตี ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่แทนเสียงรถถังและระเบิด ผลลัพธ์ที่ได้คือความเศร้าโศกที่ถูกบิดให้กลายเป็นความโกรธแค้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ‘Zombie’ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า นี่ไม่ใช่เพียงผลงานดนตรีร็อกที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ แต่มันคือ ‘จดหมายเหตุ’ ที่บันทึกบาดแผลและประณามความรุนแรงได้อย่างทรงพลังที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก

น่าตลกร้ายที่ข้อความต้านสงครามจากปี 1994 ยังคงสะท้อนภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมโลกปัจจุบันได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน การที่เพลงนี้ถูกนำกลับมาร้องใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า จึงไม่ใช่แค่การหยิบเพลงฮิตมาทำซ้ำ แต่มันคือการสืบทอดเจตนารมณ์เพื่อเตือนสติมนุษยชาติถึงราคาที่ต้องจ่ายให้กับความเกลียดชัง

 

ในท้ายที่สุด เมื่อเราเข้าใจมิติและบริบทที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่วงทำนองที่คุ้นเคย การฟังเพลงนี้ของเราคงเปลี่ยนไปจากเดิม ท่อน "Zombie, zombie, zombie-ie-ie" ที่เคยถูกตะโกนออกไป จะไม่ใช่แค่การปลดปล่อยอารมณ์ความสนุกตามจังหวะดนตรี แต่มันคือการเปล่งเสียงเพื่อรำลึกถึงทุกชีวิตที่สูญเสีย และตอกย้ำว่าเราจะไม่ยอมกลายเป็น ‘ผีดิบ’ ที่ด้านชาต่อความรุนแรงอีกต่อไป

related