พิ้งค์กี้ สาวิกา มรสุมข่าวฉาว! เปลี่ยนชีวิตเส้นทางวงการมายา

21 มี.ค. 2564 เวลา 3:27 น.

"พิ้งค์กี้ สาวิกา ไชยเดช" นางเอกหน้าคมที่โลดแล่นในวงการตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งเติบโต และชีวิตของเธอนั้นต้องเจอกับเรื่องราวในชีวิตมากมายทั้งดีและร้าย ที่ทำเอานางเอกสาวต้องหายหน้าไปจากวงการ แต่ก็สู้ยืนหยัดกลับมาโลดแล่นในวงการได้ทุกครั้ง

SPRiNG ได้โอกาสพูดคุยกับ "พิ้งค์กี้ สาวิกา" ตลอด 25 ปีชีวิตในวงการบันเทิงรวมถึงช่วงเวลาตกเป็นข่าวฉาวทอล์คออฟเดอะทาวน์ เธอรับมือและผ่านมาได้อย่างไร

ชีวิต 25 ปีบนเส้นทาง "วงการบันเทิง"

"25 ปีใช่ไหมคะ ก็รู้สึกว่าเวลามันอาจจะดูยาวนานมาก แต่ว่าการทำงานมันเหมือนเพิ่งเริ่มต้น เพราะเรารู้สึกว่าทุก ๆ วันถ้าเรารู้สึกกับมันรู้สึกว่ามันเป็นวันของความตื่นเต้นของการเริ่มต้นใหม่ทุกวัน ก็จะรู้สึกว่า 25 ปี ที่ผ่านมาก็จะเป็นแค่แบบว่าตัวเลข"

"แต่จริง ๆ สำหรับกี้มันคืองานใหม่ตลอด มันอาจจะเบื่อได้ เบื่อในที่นี้ก็คือ บทเดิมๆ  มันเคยเหมือนมีความรู้สึกเข้ามา แต่ว่าเวลาเราเข้าใจอะไรมากขึ้นเราจะรู้สึกว่ามนุษย์ พอเรารู้สึกเราเลิกเราอิ่มวันนึงเราจะรู้สึกอยากกลับมา"

"แล้วพอวันนึงเราอยากเราจะอิ่ม มันจะเป็นวงจรอย่างเนี่ย  ปัจจุบันนี้กี้รู้สึกว่าอาชีพที่เราเป็นอยู่มันเป็นอาชีพที่คนอื่นบางคนอาจจะมองว่าเป็นอาชีพที่ได้เงินง่าย ฉาบฉวย หรือว่าเป็นอาชีพที่สบาย แต่ว่าถามว่าวันนึงการที่เราจะเป็นนักแสดง"

"วิถีชีวิตเราไม่เหมือนคนปกติ วิถีเรานี่ก็คือคนนอนเราตื่นแล้วก็เราแลกมากับบางอย่างแต่ถามว่าวันนี้เรามี เราได้มายืนอยู่ตรงนี้ในวัย ๆ นี้ โดยเป็นนักแสดงที่ยังมีงานต่อเนื่อง เราก็เลยรู้สึกว่าโคตรภูมิใจเลย"

พิ้งค์กี้ สาวิกา

"พิ้งค์กี้ สาวิกา" กับมรสุมข่าวฉาว

"เยอะค่ะ เพราะว่าการที่เราผ่านมาถึงจุดนี้มันต้องมีความแข็งแกร่ง ต้องรับรู้และตั้งสติตั้งรับกับทุกเรื่องให้ได้ บางคนที่เข้ามาแล้วก็หายไปหรือว่าบางคนเข้ามาแล้วก็โดนอะไรทำให้เหมือนเป็นสึนามิพัดแล้วก็หายไป"

"ก็ยังมีกี้ที่ยังโต้กระดานอยู่ยังเล่นเซิร์ฟบอร์ด ไม่ว่าจะเป็นคลื่นพัดมาขนาดไหนอาจจะเป็นคลื่นม้วนตลบแต่กี้ก็ยังขึ้นบอร์ดมาได้กี้ก็ยังโล้คลื่นอยู่ คือต้องบอกเลยนะคะทุกคน ทุกคนในวงการต้องโดนข่าว ทุกคนโดนหมด จะมากหรือจะน้อย"

"หรือว่าจะภูมิคุ้มกันน้อยหรือมากก็แล้วแต่ แต่ทุกคนต้องเจอไม่มากก็น้อย เรารู้สึกว่าเมื่อเราโตพอที่จะเข้าใจชีวิตมากขึ้นเราจะรู้สึกว่า ทุกวันมันเป็นเหมือน เราเข้าห้องน้ำผ่านไปมันก็จะแบบจบไปก็คือเรื่องราวต่าง ๆ ของข่าวแต่ละคน"

"ถามว่าทุกวันนี้พูดอะไรได้มากไหม เราก็รู้สึกว่าเราตั้งใจในสิ่งที่เราทำดีกว่า แล้วก็ถามว่าตัวเอง เห็นตัวเองมีคุณค่าพอแล้วค่ะนอกนั้นก็ไม่ต้องไปสนใจใคร"

พิ้งค์กี้ สาวิกา

"ข่าวฉาว" ภาพจำที่ลบไม่หาย

"ไม่ต้องไปลบอะไรกับที่มันเป็น มองให้เห็นว่ามันเป็นชีวิตคน ชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีผ่านไป ชีวิตของเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สิ่งที่เราจะทำได้คือผลงานที่มอบให้ทุกคนก็คือผลงานที่ทำให้เขาดูแล้วมีความสุขอันนี้คือเป็นบทบาทชีวิตที่ๆ หน้าที่ที่เราเกิดมาแล้วเรามอบความสุขให้กับเขา

"ข่าวฉาวก็อยู่กับทุกคนแหละ นับภาษาอะไรกับเรา เราก็เป็นแค่มนุษย์คนนึง คนอื่นก็เจอข่าว บางคนก็อาจจะแบบทนไม่ไหวก็หนีไปออกจากวงการแต่เรารู้สึกว่าไม่เป็นไรมันก็คือภูมิคุ้มกันแล้วเราก็รู้สึกว่าภูมิคุ้มกันเราอ่ะ ทำให้เราเด็ดเดี่ยวแล้วก็แข็งแกร่งมากๆ"

พิ้งค์กี้ สาวิกา

"ข่าวฉาว" เปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิต

"กี้อยากให้มองย้อนกลับไปเหมือนอดีต ที่เราทำอะไรเราก็ไม่ต้องโชว์ให้คนอื่นรู้ว่าชีวิตเราเป็นยังไง เหมือนกับว่าเราจะกิน เราจะเที่ยว เราจะเดิน ก็เป็นๆ โลกของเราไม่ต้องไปถ่ายรูป ไม่ต้องไปแบบโชว์ให้คนอื่นเห็น"

"บางครั้งการอยู่ใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบอยู่กับความธรรมดา แล้วก็ความที่เป็นธรรมชาติของชีวิตคือความไม่แน่นอน เพราะฉะนั้นเนี่ยเราเลยรู้สึกว่าเราอยู่กับความธรรมดาดีกว่า พอเราสามสิบกว่าเกือบสามห้ามุมมองมันจะเปลี่ยน"

"เปลี่ยนไปเลยโดยปริยายแล้วก็โดยเฉพาะคนที่ได้ผ่านช่วงชีวิตหลากหลายมา ก็จะรู้สึกว่ามองมุมกว้างมากขึ้นมองชีวิตในลักษณะที่ไม่เป็นไปตามเส้นทางตามที่คนอื่นกำหนดให้เราเป็น เช่น ต้องแต่งนะ ถ้าไม่แต่ง ไม่มีลูกเวลานี้"

"สามห้าเดี๋ยวเราจะมีลูกไม่ได้คือบรรทัดฐานสังคมที่สร้างไว้เราไม่ตาม เราเอาที่ตัวเองมีความสุข วันนี้ยังมีความสุขไหมถามว่ามี มีมากด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราสุขก็ไม่ต้องไปคิดถึงอนาคตมาก ก็เลยรู้สึกว่าวันนี้ทำให้ดีที่สุด"

พิ้งค์กี้ สาวิกา

ฝากให้คิด "วงการมายา" ของคนมายา

"เอาจริงไหม ชีวิตที่ไม่ใช่วงการบันเทิงมายากว่าบันเทิงอีก หมายถึงว่าชีวิตจริงมัน มันโคตรมายาเลย วงการบันเทิงก็คือสะท้อนเป็นเงาสะท้อนให้เห็นว่าเนี่ยภาพลักษณ์ฉายให้ดูว่าภาพที่เป็นแบบถ่ายออกมาให้ดูนั้นเนี่ยแหละเป็นแบบนี้"

"แต่ถ้าถามว่าความมายามันมีอยู่ในทุกที่เราไป ที่เดินไปทุกที่ แต่ถ้าถามว่าเราจะเป็น เราจะเป็นแสงที่อยู่ท่ามกลางความมายานั้นยังไงคือหนึ่งต้องมีความเมตตากับเพื่อนมนุษย์ สองก็ต้องมีความ ความจริงใจที่ทุกคนสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเรา"

"เพราะว่าอยู่โดยความมายามันเหนื่อยมากนะ มันมีความมายาอยู่แล้วในทุกคน เพราะทุกคนต้องดิ้นรนอ่ะ เราก็เลยรู้สึกว่าทุกวันนี้ ทำยังไงก็ได้ให้รู้สึกว่า ชีวิตมันแสนสั้นอ่ะเราก็ทำให้มันมีความสุขไป"

พิ้งค์กี้ิ สาวิกา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด