Spring News

คนกรุงนั่งทำงานนานป่วยออฟฟิศซินโดรมเพิ่ม เอสสไปน์ฯ ลุยธุรกิจรับตลาดโต

25 มี.ค. 2564 เวลา 8:39 น. 9

โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ ” โตฉลุย เปิดแผนธุรกิจ S Spine Spine Expert ก้าวข้ามหลักหมื่น มุ่งสู่หลักแสน ชิงตลาด 8,000 ล้านบาท รักษากระดูกสันหลัง และระบบประสาท ออฟฟิศซินโดรม เท็กซ์เนกซินโดรม ชี้คนเมืองนั่งนาน ผิดท่า เล่นมือถือเสี่ยงเกิดโรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ จัดงานเสวนา  “การดูแลตนเองอย่างไรให้ไกลจากโรคกระดูกสันหลังในยุค New Normal”  และเปิดแผนธุรกิจ  S Spine Spine Expert ก้าวข้ามหลักหมื่น มุ่งสู่หลักแสน   โดย นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล ผอ.รพ.เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ (S-spine and nerve hospital) รพ.เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและระบบประสาท  พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจากคุณชาญชัย กายสิทธิ์ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรชื่อดัง มาเป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมบอกเล่าประสบการณ์ตรงจากการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ

นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยเสี่ยงต่อการเป็นเท็กซ์เนค ซินโดรม (text neck syndrome) มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน แต่ก่อนโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังจะเป็นในวัยอายุ 40-60 ปี ทำงานนานๆ ปัจจุบันจะลดลงเรื่อยๆ เหลือ 18-20 ปี ก็เริ่มเป็นได้ สาเหตุหนึ่งมาจากก้มเล่นโทรศัพท์มือถือนาน

ปัจจุบันอาการปวดคอและปวดหลังมีแนวโน้มคนไข้สูงขึ้น อาการช่วงแรกรักษาถูกวิธีก็หายได้ ส่วนบางรายมีอาการปวดเรื้อรังต้องพบแพทย์เฉพาะทาง จากการที่คนไข้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังไม่มีในประเทศไทย  จึงทำให้โรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ รักษาผู้ป่วยมาแล้วกว่าหมื่นราย

คนกรุงนั่งทำงานนานป่วยออฟฟิศซินโดรมเพิ่ม เอสสไปน์ฯ ลุยธุรกิจรับตลาดโต

นายแพทย์ดิตถพงษ์ ยังกล่าวว่า จุดแข็งของแบรนด์ คือ การมีทีมงานแพทย์และพยาบาลเฉพาะทางโรคกระดูกสันหลังและระบบประสาท ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ทำให้รู้ลึก รู้จริง สามารถรักษาได้ตรงจุด การวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ประกอบกับการนำนวัตกรรมสมัยใหม่จากทั่วโลกเข้ามาช่วยในการรักษา โดยใช้การรักษาแบบ  Minimally Invasive Surgery (MIS) ครบวงจร อาทิ การจี้เลเซอร์และเจาะรูส่องกล้องในการผ่าตัดเป็นหลัก

สำหรับสถานการณ์โรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง และระบบประสาท ออฟฟิศซินโดรม เท็กซ์เนกซินโดรม ในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องเร่งรีบในการทำงาน หรือนั่งทำงานนาน ๆ  ออกกำลังกายผิดท่า หรือกิจกรรมอื่น ๆ อย่างเช่นการเล่นมือถือ สมาร์ทโฟนในยุคแห่งโลกดิจิทัล ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ โดยคาดว่าจะมีอัตราสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 4-5 % ต่อปี จากเดิมจะเกิดขึ้นกลับกลุ่มคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันจะเกิดขึ้นกลับกลุ่มคนวัยทำงาน และวัยกลางคนมากขึ้น

อย่างไรก็ตามด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตลาดโรงพยาบาลกระดูกสันหลัง และระบบประสาท เติบโตไปอย่างรวดเร็ว โดยตลาดที่เกี่ยวกับรักษาโรคดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 8,000 ล้านบาท /ปี มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งก็ทำให้โรงพยาบาลต่าง ๆ โดยเฉพาะเอกชน หันมาเจาะตลาดนี้มากยิ่งขึ้นจึงทำให้มีการแข่งขันกันสูงมากขึ้น แต่ยังมั่นใจว่าโรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์เนิร์ฟ  จะยังมีจุดแข็งในเรื่องการรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง และระบบประสาท ดีกว่าที่อื่น ๆ เพราะเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งแรก และแห่งเดียวในไทย มีทีมงาน คุณหมอ พยาบาล  นวัตกรรมใหม่ ๆ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทุกอย่างครบวงจร และมีคุณภาพ จะช่วยให้แบรนด์แข็งแกร่งเหนือคู่แข่งขันได้

ทั้งนี้ปัจจุบันลูกค้า 70-80 % ยังเป็นลูกค้าคนไทย ส่วนที่เหลือ 20-30 % จะเป็นลูกค้าจากต่างชาติ กลุ่มตะวันออกกลาง ที่มีความภักดีต่อแบรนด์เอส สไปน์ แอนด์เนิร์ฟ  อย่างมาก และใช้กลยุทธ์การตลาดแบบปากต่อปาก บอกเล่าต่อๆกันไปในกลุ่มลูกค้าซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี แม้ว่าปัจจุบันลูกค้ากลุ่มนี้จะยังคงเดินทางมาไทยไม่ได้ แต่เชื่อว่าในอนาคตหากโควิด -19 หายจะเติบโตอย่างมาก และดันสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ และคนไทยให้อยู่ที่ 50 : 50 เพราะลูกค้าเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ในส่วนแผนงานในอนาคตเอส สไปน์ แอนด์เนิร์ฟ  ก็จะขยายต่อไปในหลากหลายมิติเพื่อรองรับลูกค้าที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด