Spring News

นายกฯ เปิด Postcast ร่ายยาว วัคซีนโควิด-ยาฟาวิพิราเวียร์ พาประเทศฝ่าโควิด

07 พ.ค. 2564 เวลา 8:38 น.

นายกฯ กล่าวผ่านพีเอ็มพอดแคสต์ ไทยคู่ฟ้า เดินหน้าตรวจเชิงรุก - ฉีดวัคซีนทุกคลัสเตอร์โดยด่วน ตั้งเป้าจัดหาวัคซีน 150-200 ล้านโดส อ้างความเห็นแพทย์ ฉีดดีกว่าไม่ฉีด หวังลดความรุนแรงโรค แม้มีผลข้างเคียง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวผ่านพีเอ็ม พอดแคสต์ไทยคู่ฟ้าว่า ในช่วงเวลาที่ กำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ในระลอกที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ต้นได้สั่งการให้ดำเนินการเรื่องมาตรการต่างๆทันทีในหลายเรื่อง หนังที่เกี่ยวกับสาธารณสุขและเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน

ตนคิดว่าการตัดสินใจที่เร็วและ การทำงานที่รวดเร็ว สั่งการแบบบูรณาการร่วมกัน คืออาวุธที่สำคัญ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบโอนอำนาจตามกฎหมาย 31 ฉบับมาที่นายกรัฐมนตรี ทำให้ตนสามารถออกคำสั่งอนุมัติอนุญาตสั่งการ แก้ไขสถานการณ์โควิดได้โดยตรง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องคำนึงถึงกฎหมายของหน่วยงานเขาด้วยน่าจะมีกฎหมายหลักกฎหมายรองอยู่ ตนต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน เป็นอย่างดีมาโดยตลอด ซึ่งแนวทางนี้เป็นแนวทางที่จะทำให้เราสามารถรับมือ และผ่านพ้นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนไปได้

• เร่งตรวจคลัสเตอร์คลองเตย

ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดในโลกมีการติดเชื้อจำนวนมาก ตั้งแต่ที่ผ่านมาเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้น ส่วนในกรณีคลัสเตอร์คลองเตยตนได้สั่งการให้จับตาเป็นพิเศษ ระดมสรรพกำลังควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้ที่สุด โดยใช้ประสบการณ์ในการจัดการพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร มาปรับใช้โดยใช้โมเดลตรวจเชื้อติดต่อคัดกรอง แยกตัว ส่งต่อ และรักษา โดยใช้วิธีการค้นหาเชิงรุก ระดมตรวจกลุ่มเสี่ยงในชุมชนที่มีการพบเชื้อ ให้ได้อย่างน้อย 1,000 คนต่อวัน โดยจะตรวจเชิงรุกให้ได้อย่างน้อย 20,000 คน และส่งต่อผู้ติดเชื้อตามกระบวนการและขั้นตอน เพื่อเป็นการขีดวงการแพร่เชื้อโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้จะมีการระดมการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ พื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ตนได้รับรายงานความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม โดยการท่าเรือแห่งประเทศไทย จัดพื้นที่ตรวจเชิงรุกให้ประชาชนในพื้นที่คลองเตยได้อีก 700 คนต่อวัน ส่วนคลัสเตอร์อื่นก็จะเร่งด่วนเชิงรุกให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ตอนนี้ได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาการสำรองเตียงสำหรับผู้ป่วยอาการหนัก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งในขณะนี้ยังมีเพียงพอแต่ก็ไม่อาจมีน้อยใจได้ โดยได้มีการขยายเพิ่มในกรณีฉุกเฉิน จึงได้มีการเปิดโรงพยาบาลสนามที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติทุ่งครุ เพื่อเพิ่ม เตียงให้กับจำนวนผู้ป่วยอาการหนักอีก 432 เตียง เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์และดูแลผู้ป่วยอย่างทั่วถึง โดยหัวใจหลักคือต้องทำทุกทางให้ลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด

• ยาฟาวิพิราเวียร์มีเพียงพอ

ส่วนเรื่องยาฟาวิพิราเวียร์ แม้จะมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นจะได้มีการสำรองไว้แล้วอย่างเพียงพอโดยยังเหลือในสต๊อก 1.5 ล้านเม็ด กระจายไปทั่วทุกเขตสุขภาพทั่วประเทศ และจะได้รับเพิ่มอีก 3 ล้านเม็ดในเดือนนี้ และคงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ นอกจากนี้จะมีการพิจารณาให้ยานี้ในขั้นตอนใดได้บ้างอีก นอกจากการให้ยาผู้ป่วยอาการหนัก  

นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์บูรณาการเพื่อการจัดการทรัพยากร ของหน่วยงานต่างๆเพื่อสนับสนุนการทำงานของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่เพื่อให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดในกรุงเทพและปริมณฑลได้ จึงตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขโควิด - 19 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลขึ้น เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างเร่งด่วน โดยตนเป็นผอ.ศูนย์ โดยตนได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจทางการแพทย์ โดยตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นที่ปรึกษา และตั้งพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.เป็นประธาน โดยมีหัวหน้าด้านสาธารณสุขมหาดไทย เป็นกรรมการ เพื่อเป็นการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและฝ่ายปกครอง ทางการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามการตรวจคัดกรอง การตรวจพื้นที่และอื่นๆ โดยทั้งสองคณะกรรมการนี้ จะมีคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขภายในศบค. คอยให้คำปรึกษา โดยมีนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน และมีอาจารย์แพทย์ และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆเป็นกรรมการ เพื่อให้ข้อเสนอแนะตามหลักวิชาการด้านสาธารณสุข เชื่อมประสานไปยังโรงพยาบาลอื่นๆได้เป็นอย่างดี

• เร่งจัดหาวัคซีนโควิด สำรองความเสี่ยงในอนาคต

เมื่อพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดของทั่วโลก ไม่เห็นว่าการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าวไม่หายไปจากโลกนี้ได้โดยเร็ว จึงต้องเตรียมการรับมือสถานการณ์ในอนาคตตั้งแต่ตอนนี้ โดยสิ่งที่ต้องทำคือต้องเพิ่มจำนวนวัคซีนให้เพิ่มมากขึ้น จึงได้สั่งการให้ประเทศไทยควรหาสิ่งเพิ่มขึ้นอีกโดยตั้งเป้าต้องมี 150 ล้านโดสให้ได้ หรือมากกว่านั้น แม้ว่าวัคซีนบางส่วนจะส่งมอบให้ไทยในปีหน้าก็ตาม

โดยปัจจุบันประเทศไทยได้ตั้งเป้าการจัดซื้อวัคซีน 100 ล้านโดส สำหรับฉีดให้ประชาชน 50 ล้านคน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในประเทศ แต่ตนมองว่ายังไม่พอ ทุกวันนี้หากฟังจากสถานการณ์ทั่วโลกยังไม่มีความชัดเจนว่าการสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสดังกล่าว จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่หรือเมื่อไหร่ ตนจะยังมีความกังวลอยู่ โดยในระยะต่อไปจะต้องมีแผนสำรองตลอดเวลา ซึ่งวันนี้มีการยืนยันจากทั่วโลกแล้วว่าฉีดวัคซีนดีกว่าไม่ฉีด ฉีดเข็มเดียวก็ยังดีกว่าไม่ฉีด ดังนั้นจึงต้องมีวัคซีนให้เพียงพอกับ คนทุกคน ซึ่งถือได้ว่าอย่างน้อยไทยต้องมีวัคซีน 120 ล้านโดส นอกจากนี้ยังต้องมีวัคซีนเผื่อไว้เพียงพอสำหรับความเสี่ยงในความไม่แน่นอน ประมาณ 150-200 ล้านโดส แต่ต้องคำนึงถึงอายุการใช้งานของวัคซีนด้วยเช่นกัน

• ฉีดวัคซีนโควิดแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน

ส่วนกรณีการตั้งคำถามว่าเมื่อฉีดวัคซีนครบโดสแล้วจะอยู่ได้นานเท่าใด ก็มีการฉีดวัคซีนเพิ่มหรือไม่นั้น คงต้องติดตามและเตรียมการไว้ล่วงหน้า จึงต้องติดตามข้อมูลจากหลายประเทศที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ แต่ยังไม่รวมถึงการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส ซึ่งสร้างความกังวลวิตกใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ยังคงต้องทำให้ดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามจะต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อความเสี่ยงอื่นๆเช่นการส่งมอบวัคซีน ที่อาจมีความไม่แน่นอนอยู่มาก การส่งมอบไม่ครบจำนวนหรือล่าช้ากว่ากำหนดไว้ สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นแล้วกับหลายประเทศทั่วโลก โดยหลายประเทศชั้นนำมีการคาดการณ์ว่า เร็วๆนี้จะมีการส่งมอบวัคซีนในจำนวนที่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่สั่งจอง พร้อมย้ำว่านี่คือข้อมูลของต่างประเทศ ตนมองว่ามีวัคซีนให้เกินไว้ดีกว่าขาด ตามแผนหลัก แผนรอง

นอกจากนี้ตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การเจรจาสั่งซื้อวัคซีนมีความคืบหน้าเร็วกว่านี้ และสั่งการให้มีการเจรจาการสั่งซื้อวัคซีนจากผู้ผลิตหลายราย เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้วัคซีนเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้มีการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนเพิ่มขึ้น 7 ราย และมีการเจรจาเพิ่มเติมจากผู้ผลิตวัคซีนรายใหม่ ซึ่งต้องเป็นไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างอย.และอภ. ที่ต้องพิจารณาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ยอมรับว่าการสั่งซื้อวัคซีนไม่ง่ายนักเนื่องจากมีการแย่งซื้อจากประเทศต่างๆ รวมถึงขีดความสามารถของบริษัทผู้ผลิตวัคซีน ทำให้การจัดหาและจัดซื้อวัคซีนเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควร

ล่าสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการยืนยัน ว่าจะได้รับวัคซีนเพิ่มมาอีก 3.5 ล้านโดส ที่จะมอบให้ประเทศไทยภายในเดือนนี้ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากยอดเดิมที่ได้ดำเนินการสั่งจอง ตนขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว

* วัคซีนโควิด ควรฉีดหรือไม่?

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังระบุอีกว่า ตอนนี้สั่งการเร่งให้ฉีดวัคซีนเข็มแรก หลังจากการหารืออย่างเข้มข้นกับผู้เชี่ยวชาญ ด้านสาธารณสุข ต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ได้มากที่สุดเท่าที่ดำเนินการได้ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์เห็นตรงกันว่า หลังจากได้รับการฉีดวัคซีนก็จะช่วยลดโอกาสการรับเชื้อและการรุนแรงของอาการ และลดโอกาสในการเสียชีวิตไปได้อย่างมาก แม้ว่าจะมีผลข้างเคียงอยู่บ้าง แต่ต้องดำเนินการแก้ไขต่อไป ฉะนั้นจึงต้องร่วมมือกัน ปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกโดยเร็ว โดยในเดือนกรกฎาคมนี้ตั้งเป้าว่าจะต้องมีจำนวนผู้ใหญ่ครึ่งหนึ่งของประเทศ พี่จะได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว

ทั้งจากความร่วมมือของคนไทยที่ผ่านมา ความพร้อมใจในการร่วมมือกันทำทุกอย่างเข้มแข็ง การทำงานและร่วมมือกันทั้งประเทศช่วยให้หลีกเลี่ยงการที่คนไทยต้องเสียชีวิตเป็นหมื่นเป็นแสนเหมือนประเทศชั้นนำของโลก หลายๆประเทศต้องเจอ ทั้งนี้สถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลจึงจำเป็น ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด และตนขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด