Spring News

COVAX วอน G7 บริจาควัคซีนโควิด-19 หลังผู้ผลิตที่อินเดียชะงักไม่ส่งวัคซีน

18 พ.ค. 2564 เวลา 4:35 น.

โครงการ COVAX หรือ โครงการแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ให้แก่นานาประเทศอย่างเท่าเทียม กำลังพุ่งชนปัญหาขาดแคลนวัคซีนอย่างหนัก เพราะดำเนินแผนผิดพลาด ตอนนี้เจอกับปัญหาซึ่งอินเดียส่งออกวัคซีนไม่ได้ และส่งผลให้ COVAX ต้องร้องขอประเทศใหญ่ๆ ให้ช่วยบริจาควัคซีนแล้ว...

• ทำความรู้จัก COVAX (อีกครั้ง)

ความจริงแล้วโครงการ COVAX เป็นโครงการที่ดีมาก เพราะผู้ที่คิดโครงการนี้ ย่อมมองเห็นอนาคตแล้วว่าประเทศที่ยากจนหรือด้อยพัฒนาย่อมเข้าถึงวัคซีนโควิด-19ได้ยากกว่าประเทศชั้นนำ จึงทำให้โครงการ COVAX นี้เกิดขึ้นในช่วงเมษายน ปีที่แล้ว
    โครงการ COVAX หรือ โคแวกซ์ ย่อมาจาก Covid-19 Vaccines Global Access Facility  ซึ่งเป็นโครงการเพื่อการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ระดับโลก
    โดย โครงการ COVAX มีหน่วยงานที่ร่วมกันดูแล ทั้งองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีนกาวี (Gavi) องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ (Unicef) และ บริษัทวิเคราะห์ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ Airfinity
    อย่างไรก็ตาม  โครงการ COVAX เลือก สถาบันเซรุมแห่งอินเดีย หรือ SII เป็นผู้ผลิตหลักรายใหญ่ที่สุดของโครงการ ณ เวลานั้น อาจจะเป็นการเลือกที่ดีที่สุดแล้ว  เพราะตอนนั้น อินเดียเริ่มก้าวผ่านโควิดระบาดรอบแรกแล้ว  
    แต่ทุกอย่าง กลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อโควิดอินเดีย กลายเป็นวิกฤตหนักที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลอินเดียถูกกดดันให้ระงับการจัดส่งวัคซีนออกนอกประเทศ เพื่อนำมาช่วยเหลือคนในประเทศตัวเองก่อน แปลว่า เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนเต็มๆแล้ว ที่ โครงการ COVAX ไม่ได้จัดส่งวัคซีนให้ประเทศใดเลย
    
• ร้องขอ G7 ช่วยบริจาควัคซีน

หากจะพูดกันตามจริงโครงการ COVAX ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระดับโลกที่มีวัตถุประสงค์แรกเริ่มในการใช้เงินทุนจากองค์กรการกุศลและประเทศร่ำรวยในการจัดซื้ิอวัคซีนโควิด-19 จำนวนมากมาแจกจ่ายและกระจายอย่างเท่าเทียม ดูเหมือนจะประสบปัญหานี้มาตั้งแต่ต้น เนื่องจากประเทศใหญ่ๆ ที่มีกำลังซื้อมากพอเลือกใช้วิธีการติดต่อกับผู้ผลิตวัคซีนเอง และเสนอซื้อวัคซีนในราคาที่สูงกว่าโครงการเพื่อให้ตัวเองได้รับวัคซีนเร็วขึ้น
    จน ณ ขณะนี้ยูนิเซฟ (Unicef)  จากการเปิดเผยของ เฮนริเอ็ตตา ฟิออเร่ (Henrietta Fiore) ผู้อำนวยการบริหารของกองทุน ได้ร้องขอให้ผู้นำประเทศกลุ่ม G7 หรือกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ ประกอบด้วย สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น ให้บริจาควัคซีนช่วยโครงการ COVAX อย่างเร่งด่วน
    ยูนิเซฟ (Unicef) มองว่า ตามข้อมูลที่จัดหามาพบว่า ประเทศ G7 เหล่านี้ สามารถบริจาควัคซีนได้ราว 153 ล้านโดส โดยไม่กระทบต่อโครงการฉีดวัคซีนในประเทศตนเองแน่นอน ดังนั้นจึงน่าจะบริจาควัคซีนให้โครงการ COVAX

• COVAX เดินงานไม่ตามแผน

ข้อมูลเมื่อเดือนเมษายน เผยให้เห็นว่า  มีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ตามเป้า เช่น มอลโดว่า, ตูวาลู, นาอูรู และโดมินิกัน ส่วนประเทศอื่นๆ ได้วัคซีนไปเพียงไม่ถึง 1 ใน 3 ของเป้าหมายที่วางไว้เท่านั้น อาทิ ในทวีปแอฟริกา รวันดา ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนไปมากที่สุดในภูมิภาค ได้วัคซีนไปเพียงแค่ 32%
    ตามกำหนดแล้ว สถาบันเซรุมแห่งอินเดีย มีกำหนดจัดส่งวัคซีน 1 พันล้านโดส จากที่ COVAX สั่งซื้อไป 2 พันล้านโดส  แต่กลายเป็นว่า ไม่ได้ส่งออกเลยทั้งในเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม
    แปลว่า หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ถึงเดือนมิถุนายน หมายความว่า COVAX มีวัคซีนติดค้างส่งจากอินเดียถึง 190 ล้านโดสเลยทีเดียว  และที่สำคัญ มีการเปิดเผยจาก ผู้ประสานงาน COVAX ของ Unicef ว่า ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนเลยว่า อินเดียจะพร้อมส่งวัคซีนเมื่อไร...นี่คือเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ของการดำเนินงาน COVAX

viruscovid

• บทบาทไทยกับ COVAX

เป็นที่ทราบกันดีว่า ไทยไม่ได้เข้าร่วมโครงการ COVAX   แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ชี้แจงผ่านในกรณีนี้ว่า ไทยได้เจรจากับโครงการ COVAX มาตลอด แต่ไม่อยู่เกณฑ์ที่ได้รับวัคซีนฟรี เนื่องจาก COVAX  ให้สิทธิแก่ประเทศยากจนที่องค์การอนามัยโลกและ พันธมิตรวัคซีน Gavi ให้การสนับสนุนจำนวน 92 ประเทศ แต่ไทยเป็นประเทศฐานะปานกลาง หากจะร่วมกับ COVAX ไทยต้องซื้อราคาแพงกว่า และไม่สามารถเลือกวัคซีนจากผู้ผลิตรายใดได้ มีความไม่แน่นอนทั้ง ชนิด จำนวน และราคา รวมทั้งต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ดังนั้นไทยจึงไม่ได้อยู่ในโครงการ COVAX

• ประเทศในแอฟริกาเดือดร้อน

จากการที่โครงการ  COVAX  ดำเนินแผนงานสะดุดนั้น ส่งผลกระทบต่อประเทศในแอฟริกาอย่างมากเพราะประเทศอย่าง   บอตสวาน่า กาน่า รวันดา และเซเนกัล พึ่งพาฝากชีวิตไว้กับ วัคซีนโควิด-19 จาก COVAX เกือบ 100%
    ขณะที่ เคนย่า และมาลาวี ใช้วัคซีน COVAX เกือบ 90%  จากการเปิดเผยของ องค์การอนามัยโลก

นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกยอมรับว่า วัคซีน 18 ล้านโดสที่แจกจ่ายไปก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่มาจากอินเดีย แต่ ณ ปัจจุบัน เมื่ออินเดียจัดส่งวัคซีนไม่ได้ ก็ถึงเวลาที่ประชาคมโลกจะสามัคคีกันช่วยเหลือ เพื่อให้มีวัคซีนไปถึงประเทศยากจนเหล่านี้

    ...ในเมื่อไม่สามารถออกแบบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตและท่ามกลางวิกฤตโควิด-19ได้  แต่ทุกฝ่ายสามารถออกแบบทัศนคติที่ดีต่อสถานการณ์นั้นได้ ... ดังนั้น เมื่อ COVAX ร้องขอวัคซีนโควิด-19 จากประเทศชั้นนำแล้ว  ประเทศชั้นนำต่างๆ ที่มีวัคซีนอย่างเหลือเฟือก็ควรจะสนองตอบ เพราะนี่คือเรื่องของความเป็นความตายของคนทั้งโลก...

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด