5มิ.ย. ‘วันสิ่งแวดล้อมโลก’ ทำไมธุรกิจยุคนี้ต้องรักษ์โลก เอาใจลูกค้า

05 มิ.ย. 2564 เวลา 5:13 น.

กระแสหนึ่งของโลกที่กำลังมาแรงคือ กระแสรักษ์โลก เพราะคนหันใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมมาก ๆ วันนี้ 5มิ.ย. ‘วันสิ่งแวดล้อมโลก’ แต่แง่ธุรกิจ ทำไมธุรกิจยุคนี้ต้องรักษ์โลก ลูกค้าถึงจะภักดีซื้อสินค้า วันนี้มีคำตอบ

5มิ.ย. ‘วันสิ่งแวดล้อมโลก’ ทำไมธุรกิจยุคนี้ต้องรักษ์โลก เอาใจลูกค้า

หลายธุรกิจปรับมารักษ์โลก

กระแสรักษ์โลกยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง และกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกเรา ขนาดโลกแห่งธุรกิจยุคใหม่ก็ยังคงต้องเกาะกระแสรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคม CSR CSV แบบรัว ๆ กันเลยทีเดียว เพื่อประจักษ์แก่ตาสังคม ให้ลูกค้าภักดีซื้อสินค้าของเรา เนื่องจากลูกค้ายุคใหม่จะชื่นชอบอย่างมากหากแบรนด์ใดที่รักษ์โลก จนถึงขั้นมีบางแบรนด์ที่ที่ใช้สัตว์ทดลองจำเป็นต้องเลิกการทารุณสัตว์ วันนี้ 5 มิ.ย. ‘วันสิ่งแวดล้อมโลก’ เชื่อว่ากระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยังคงมีการพูดถึงต่อเนื่อง

ไหน ๆ วันนี้ ก็เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก #SPRiNG จะพามาอัพเดทความเคลื่อนไหวเรื่องสิ่งแวดล้อมในไทย และกระแสของภาคธุรกิจที่มีความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเพื่อเอาใจลูกค้ากลุ่มรักษ์โลกที่มีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการรวบรวมปัญหาสิ่งแวดล้อมในไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมพบว่าปัญหาหลัก ๆ ที่ไทยต้องเผชิญ ได้แก่

1.ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate change)

2.ปัญหาเพิ่มขึ้นของระดับ นํ้าทะเล (Rising sea level)

3.ปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ (Deforestation)

4.ปัญหาการเพิ่มขึ้นของมลพิษทางอากาศ (Air pollution)

5.ปัญหาการเพิ่มขึ้นของนํ้าเสีย (Water pollution)

6.ปัญหาขยะล้นประเทศ (Waste management)

อสังหาริมทรัพย์ยังต้องหันมารักษ์โลก อสังหาริมทรัพย์ยังต้องหันมารักษ์โลก

 

ปัญหาขยะในทะเลยังพุ่ง

สำหรับปัญหาขยะในทะเล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เผยว่า ปี2563 ที่ผ่านมามีขยะลอยไปติดถุงอวนขนาดปากกว้าง 5 เมตร ลึก 2 เมตร เฉลี่ย 25,741 ชิ้น/วัน (น้ำหนัก 398 กก./วัน) หรือคิดเป็น 9,395,465 ชิ้น/ปี (น้ําหนัก 145 ตัน/ปี) โดยพลาสติกยังคงเป็นแชมป์สูงสุดที่คนทิ้งลงสู่ทะเล จากปัญหาดังกล่าวจะเห็นได้ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่ปรับตัวเองเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนสินค้าที่รักษ์โลก

โดยมีข้อมูลจาก คันทาร์ บริษัทวิจัยการตลาด ได้ทำการสำรวจร่วมกับ GfK และ Europanel ศึกษาผู้บริโภคใน 19 ประเทศ จำนวน 80,000 คน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2020 ที่ผ่านมา ในหลายประเทศ โดยพบว่า“ผู้บริโภครักษ์โลก” เพิ่มขึ้นเป็น 20% โดยส่วนใหญ่จะให้ความใส่ใจโลกร้อน ปัญหาขยะพลาสติก ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ผู้บริโภครักษ์โลกใส่ใจมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ โลกร้อน 16.9% ขยะพลาสติก 14.8% มลพิษทางน้ำ 9.7% ภาวะขาดแคลนแหล่งน้ำ 8.5%  มลพิษทางอากาศ 8.4%

ลูกค้าชอบแบรนด์ที่รักษ์โลก ลูกค้าชอบแบรนด์ที่รักษ์โลก

แบรนด์หันปรับรับลูกค้ายุคใหม่

ทั้งนี้กลุ่มรักษ์โลกยังชอบทำอาหารเอง ใส่ใจสุขภาพ เลือกสิ่งแวดล้อมมาก่อนตนเอง พร้อมกันนี้ยังต้องการให้ผู้ผลิตควรเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงเท่านี้ผลสำรวจยังพบว่า ผู้บริโภครักษ์โลก 5 อันดับแรกที่ผู้บริโภคมองว่าเป็นทางเลือกที่ใช้ได้จริง แพ็กเกจจิ้งที่รีไซเคิลได้ 100% (52.2%)  แพ็กเกจจิ้งผลิตจากพลาสติก bio-degradable (46.2%) ใช้วัสดุแพ็กเกจจิ้งอื่นที่ไม่ใช่พลาสติก (40.5%) ระบบ “รีฟิล” สินค้าหรืออนุญาตให้นำบรรจุภัณฑ์มาเอง (37.3%) และ ระบบคืนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้หมดแล้ว (30.5%)

ทั้งหมด คือเรื่องราวของการทำธุรกิจยุคใหม่บนวิถีรักษ์โลก ในวันที่ผู้บริโภคเปลี่ยนไปใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้ามาก ๆ หากแบรนด์ใดทำได้ในอนาคตก็จะครองใจลูกค้ากลุ่มรักษ์โลกได้ เพราะเทรนด์นี้กำลังมาแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด