อนุทิน เผย เซ็นสัญญาซื้อวัคซีนโควิด "ไฟเซอร์" 20 ล้านโดส ส่งมอบภายในปีนี้

10 มิ.ย. 2564 เวลา 9:43 น.

"อนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เซ็นสัญญาซื้อขายวัคซีนโควิด-19 "ไฟเซอร์" เรียบร้อย 20 ล้านโดส ยืนยันประเทศไทยไม่ขาดวัคซีนแน่นอน แย้มเล็งหาเพิ่มอีก

วันที่ 10 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยความคืบหน้าการจัดซื้อวัคซีนโควิดของ บริษัทไฟเซอร์ ว่า นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคเซ็นสัญญาซื้อขาย วัคซีนไฟเซอร์ กับ บริษัทไฟเซอร์เรียบร้อย หลังจากบรรลุข้อตกลงในการซื้อขาย โดยจะมีเวลา 4 สัปดาห์ในการพิจารณาราคาและเงื่อนไขต่างๆ แต่การเซ็นสัญญาในวันนี้จะทำให้ บริษัทไฟเซอร์สามารถมายื่นจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เบื้องต้นจะมีการจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ทั้งหมด 20 ล้านโดส 

ส่วนความคืบหน้า วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอหน์สัน ขณะนี้รอเอกสารสัญญาจากทางฝั่ง บริษัทจอห์นสัน ตอบกลับมา โดยฝั่งไทยไม่มีปัญหา 

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้จัดส่งบันทึกข้อตกลงสัญาญจัดซื้อ-ขาย วัคซีนกับบริษัทต่างชาติให้กับสำนักงานอัยการสูงสุดในการขอความเห็นเพิ่มเติมในเนื้อหาโดยทางอัยการสูงสุดได้ตอบกลับมาหมดแล้ว โดยมีเงื่อนไข ทางไทยได้แจ้งกลับไปบริษัทคู่สัญญาหมดแล้ว 

โดยภายในปีนี้จะได้วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส ซึ่งเป็นการฉีด 2 เข็ม เป็นการฉีดให้กับประชาชน 10 ล้านคน และ วัคซีนจอห์นแอนด์จอห์น 5 ล้านโดส เป็นการฉีดเข็มเดียว ในการฉีดให้ประชาชน 5 ล้านคน 

นายอนุทิน ยืนยันว่า ประเทศไทยจะไม่ขาดวัคซีน เนื่่องจาก รัฐบาลมีความพยายามในการจัดหาวัคซีนเข้ามาเพิ่มเติม ทุกวันนี้เราไม่ได้ขาดแคลนวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย อย่างเช่น แอสตร้าเซเนก้าหรือซิโนแวค 

ส่วนการเจราจา ซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติม 5 ล้านโดส ยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูลตอนนี้

นายอนุทิน ระบุอีกว่า ทุกวันนี้เรายังมีการเจรจากับผู้ผลิตทุกเจ้า เพื่อจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติม เพราะคิดว่าโรคโควิดอยู่กับเราอีกนาน ทั่วโลกยังมีอยู่ และถึงแม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีผลทางวิชาการอย่างชัดเจนว่าคนที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว เมื่อผ่านไป 9-12 เดือน ภูมิคุ้มกันจะตกหรือไม่ 

ดังนั้นจึงพิจารณาว่าสำหรับคนที่ได้รับวัคซีนในช่วงก.พ.ที่ผ่านมา ควรจะได้รับวัคซีนซ้ำ เพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิฯ” นายอนุทิน ระบุว่าอย่างไรก็ตาม ในการเริ่มปูพรมฉีดวัคซีนของเราตอนนี้ เชื่อว่าถึงปลายเดือนนี้ จะสามารถฉีดวัคซีนได้มากกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ และจะฉีดต่อไปเรื่อยๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด