Spring News

เก็บ 10 ประเด็นเด่น ยูโร 2020 ฝรั่งเศสร่วงจุดโทษ - สเปนเบียดโครเอเชีย 5-3

29 มิ.ย. 2564 เวลา 2:27 น.

ยูโร 2020 นับว่าเป็นเกม 2 คู่ในรอบ 16 ทีมที่เข้มข้นมาก และฝรั่งเศส ต้องกระเด็นตกรอบด้วยน้ำมือ สวิตเซอร์แลนด์ หลังจากตราไก่พ่ายการดวลจุดโทษ ขณะที่ สเปน กับ โครเอเชีย บี้กันสนุก ก่อนจบลงใน 120 นาที ด้วยสกอร์ 5-3 และนี่คือ 10 ประเด็นเด่นจากเกมทั้งสองคู่ที่ถูกพูดถึงไปอีกนาน

1) ฟุตบอลยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนที่ผ่านมา กลายเป็นรอบน็อกเอาท์ที่ยิงประตูกันกระจุยกระจายที่สุด โดยเริ่มกันที่คู่ที่พลิกล็อก ฝรั่งเศส แชมป์โลก 2018 ต้องกระเด็นตกรอบเพราะแพ้จุดโทษต่อสวิตเซอร์แลนด์ 4-5 หลังจากที่ในเวลา 120 นาที เสมอกันแบบสุดเดือดไปแล้ว 3-3

2) คนที่ยิงจุดโทษพลาดตัดสินเกม คนสุดท้ายของฝรั่งเศสคือ  คีเลียน เอ็มบัปเป้ กองหน้าจากเปแอสเช  โดยทัวร์นาเมนต์นี้ เอ็มบัปเป้ ยังทำสถิติ ลงเล่น 390 นาที ยิงไปอีก 14 ช็อต แต่ไร้ประตูในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ด้วย เรียกได้ว่า ดับสนิทโดยแท้

3) การร่วงตกรอบของฝรั่งเศส ในยุคของดิดิเยร์ เดส์ช็องป์ พลาดการเข้ารอบ 8 ทีมเป็นอย่างน้อยในการแข่งขันฟุตบอลเมเจอร์ระดับชาติเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010  และใน 3 ครั้งหลังที่พวกเขาต้องเล่นต่อเวลาเป็นอย่างน้อยในรายการระดับยูโรและฟุตบอลโลก ฝรั่งเศสต้องพบกับความพ่ายแพ้ทั้งหมด (นัดชิงฯ ฟุตบอลโลก 2006 แพ้อิตาลี , นัดชิงฯ ยูโร 2016 แพ้โปรตุเกส และนัดนี้แพ้สวิตเซอร์แลนด์)

4) แม้จะไม่สามารถเซฟลูกที่จุดโทษในช่วงการดวลจุดโทษได้เลย แต่ อูโก้ ยอริส กัปตันทีมฝรั่งเศสในยูโร 2020  ก็กลายเป็นผู้รักษาประตูคนแรกนับจากฟาเบียน บาร์เตซ ในปี 2004 ที่เซฟลูกที่จุดโทษในเกมให้ฝรั่งเศสได้ ในการเซฟในช่วงเวลาปกติจากลูกยิงของริคาร์โด้ โรดริเกวซ ในช่วงต้นครึ่งหลัง

jan sommer

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5) ฮาริส เซเฟโรวิช กองหน้าตัวแสบของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นนักเตะคนที่ 2 เท่านั้นของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ยิงประตูได้ 2 เกมติดต่อกันในฟุตบอลยูโรรายการเดียว ซึ่งทำได้ในครั้งนี้ยูโร 2020 โดยอีกคนคือ ฮาคาน ยาคิน ที่ทำได้ในยูโร 2008

6) สวิตเซอร์แลนด์ ก็สามารถเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลรายการใหญ่ระดับชาติได้เป็นครั้งแรกในรอบ 67 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นก็ต้องย้อนไปในฟุตบอลโลก 1954 โดยพวกเขายังยิงประตูได้ 3 ลูกขึ้นไปติดกัน 2 นัดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ในปีดังกล่าวด้วย

switzerland

7) ย้อนกลับไปดูคู่แรกของค่ำคืนที่ผ่านมา ก็สนุกดราม่าเร้าใจเช่นกัน  สเปน ของหลุยส์ เอ็นริเก้ เอาชนะ โครเอเชีย 5-3 สกอร์รวมกัน 8 ประตู ซึ่งเกมนี้ กลายเป็นเกมที่ทำประตูสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 ในฟุตบอลยูโรตลอดกลาย เป็นรองเพียงแค่เกมระหว่าง ฝรั่งเศส พบกับ ยูโกสลาเวีย ในปี 1960 ที่ยิงกันไป 9 ประตู โดยสเปนกระทิงดุ ถือเป็นยังเป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลยูโร ที่มีการยิง 5 ประตูติดต่อกันมากกว่า 1 แมตช์ด้วย (นัดที่แล้ว ชนะ สโลวะเกีย 5-0)

8) ประตูของ อัลบาโร โมราต้า กองหน้าสเปนในแมตช์นี้ ทำให้เขายิงประตูที่ 5 ในการแข่งขันฟุตบอลยูโรในนามทีมชาติสเปน ซึ่งกลายเป็นนักเตะที่ยิงในยูโรสูงสุดของทัพ ‘กระทิงดุ’ ร่วมกับ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ไปแล้ว

9) ด้าน เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า กองหลังจากสโมสรเชลซี ทำประตูแรกกับทีมชาติสเปน ในการลงสนาม 27 นัด และกลายเป็นนักเตะสเปนที่แก่ที่สุดที่ทำประตูได้ในฟุตบอลยูโร ด้วยวัย 31 ปี 304 วันเป็นที่เรียบร้อย  

การทำเข้าประตูตัวเองของ เปดรี ในช่วงต้นเกม กลายเป็นการทำเข้าประตูตัวเองที่มีระยะไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ยูโร ด้วยระยะถึง 49 หลา และประตูนี้ยังนับเป็นการทำเข้าประตูตัวเองลูกที่ 9 ในทัวร์นาเมนต์ ซึ่งมากที่สุดกว่าทุกการแข่งขันยูโรก่อนหน้านี้รวมกันเสียอีก

ขณะเดียวกันในเกมนี้ ในยูโร 2020  เปดรี ก็ทำสถิติเป็นนักเตะที่ อายุน้อยที่สุดตลอดกาลที่ลงเล่นยูโรรอบน็อกเอาท์ ด้วยวัย 18 ปี 215 วัน ทุบสถิติเก่าของเวย์น รูนี่ย์ ที่เคยลงสนามรอบน็อกเอาท์ด้วยอายุที่สุด ตอนยูโร 2020

ทั้งนี้ สเปน เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปชนกับ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ เตะที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ที่รัสเซีย

10) ค่ำคืนนี้ โปรแกรมฟุตบอลยูโร 2020 มีรอบ 16 ทีมสุดท้าย 2 คู่สุดท้าย และถือเป็นบิ๊กแมตช์ด้วย โดยถ่ายทอดสดทางช่อง NBT2HD
23.00 น. อังกฤษ พบ เยอรมนี
02.00 น.  สวีเดน พบ ยูเครน

ขอบคุณภาพจากขอบสนาม

SPain

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด