svasdssvasds

สมาคมผู้ค้าปลีก เสนอ 3 แผนใหญ่เพิ่มเติม ช่วยปั๊มหัวใจ SME ผละกระทบล็อกดาวน์

สมาคมผู้ค้าปลีก เสนอ 3 แผนใหญ่เพิ่มเติม ช่วยปั๊มหัวใจ SME ผละกระทบล็อกดาวน์

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เดินหน้าเสนอมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการค้าปลีก บริการ ให้รัฐมีมาตรการจัดการวัคซีนที่รวดเร็ว ลดค่าน้ำค่าไฟ 50% เป็นเวลา 6 เดือน พักชำระหนี้ และหยุดดอกเบี้ยเงินกู้ 6 เดือน เป็นการอต่อลมหายใจ SME และบริการ

เรียกได้ว่าตอนนี้ลำบากกันไปหมดทั้งภาคธุรกิจ ชีวิตผู้คน เพราะสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่มีทีท่าที่จะลดลงเลย ห้างสรรพสินค้า คือ หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากล็อกดาวน์ และปิดพื้นที่บางส่วน ล่าสุด ‘นายญนน์ โภคทรัพย์ ‘ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย  ออกมาเปิดเผยว่า มาตรการที่รัฐช่วยเหลือเบื้องต้นยังไม่เพียงพอ และควรครอบคลุมผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทุกกลุ่มจึงอยากให้ขยายระยะเวลาในการเยียวยาให้ยาวขึ้นพร้อมทั้งเร่งดำเนินการให้เงินเยียวยาถึงมือทันที

ค้าปลีกไทยได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ค้าปลีกไทยได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

• สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ประกาศ ปิดห้างสรรพสินค้า-ศูนย์การค้า 3 ทุ่ม

• นายกฯ สั่ง ยกระดับ ล็อกดาวน์ ปิดสถานที่เพิ่ม ออกกฎทำงานที่บ้านอย่างสูงสุด

• หมอธีระ ชี้ล็อกดาวน์แบบครึ่งๆกลางๆ อาจผิดหวัง แนะควรล็อกทั้งประเทศ 1 เดือน

ทั้งนี้สมาคมผู้ค้าปลีกไทยขอเสนอ 3 มาตรการ ใหม่เพิ่มเติมดังนี้

สมาคมผู้ค้าปลีก เสนอ 3 แผนใหญ่เพิ่มเติม ช่วยปั๊มหัวใจ SME ผละกระทบล็อกดาวน์

1. มาตรการจัดหา และกระจายวัคซีนโควิด-19 ที่ชัดเจนขึ้น

-ใช้พื้นที่จุดฉีดวัคซีนที่ภาคค้าปลีกและบริการได้เตรียมไว้ทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

-เร่งฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรของกลุ่มการค้าปลีกและบริการให้ทั่วถึง

-สนับสนุนชุดตรวจ Rapid Antigen Test ให้กับธุรกิจในภาคค้าปลีกและบริการเพื่อนำไปตรวจเชิงรุกให้กับบุคลากรในบริษัท เป็นการลดความเสี่ยงของการระบาด

2.มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการค้าปลีก บริการ

-ลดค่าน้ำ ค่าไฟ เพิ่มเป็น 50% เป็นระยะเวลา 6 เดือน

-เพิ่มมาตรการพักหนี้ ช่วยลูกหนี้ในพื้นที่ล็อกดาวน์ จาก 2 เดือน เป็น 6 เดือน พร้อมหยุดคิดดอกเบี้ยเงินกู้

-สนับสนุนให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่เป็นผู้รับสินเชื่อ Soft Loan จากสถาบันการเงิน เพื่อนำไปให้กับผู้ประกอบการ SME

3. มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจเร่งด่วน

-ปรับกลไกโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ให้เหมือนกับ โครงการ “ช้อปดีมีคืน” และเพิ่มวงเงินเป็น 100,000 บาท เพื่อกระตุ้นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง

-ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมโดยจัดเก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ตั้งแต่บาทแรกและห้ามขายสินค้าต่ำกว่าทุน

-ปลดล็อกขั้นตอนการออกใบอนุญาตเหลือเพียง 1 ใบ (Super License) จากเดิมที่ต้องขอใบอนุญาตกว่า 43 ใบจาก 28 หน่วยงาน

-ขยายเวลาโครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับนักศึกษาจบใหม่ (Co-payment) ซึ่งจะสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2564 ออกไปอีก 1 ปี

-ทดลองใช้ระบบการจ้างงานประจำเป็นรายชั่วโมง เพื่อสอดคล้องกับช่วงฟื้นฟูธุรกิจและเกิดการจ้างงานใหม่เพิ่มขึ้น

related