Spring News

"หมอธีระ" ชี้ถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลไกนโยบาย-วิชาการ แบบเร่งด่วน

19 ก.ค. 2564 เวลา 5:24 น.

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยการระบาดระดับรุนแรงที่เราเผชิญอยู่ หากยังใช้มาตรการไล่จากเบาไปหาหนัก ยากที่จะไล่ตามโรคได้ทัน และสุดท้ายจะไม่มีทางเลือกที่จะต้องทำล็อกดาวน์ทั้งประเทศในที่สุด

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ประเด็น กลไกการบริหารจัดการนโยบายสาธารณสุข โดยระบุว่า

 ดูข่าวเช้านี้ ผู้ประกาศข่าวสื่อสารทำนองว่า "ย้อนกลับไป ถ้าหากบอกว่าไทยเราจะมีคนติดเชื้อหลายแสน ตายกับหลายพันแบบนี้ ใครจะไปเชื่อ"

ประโยคดังกล่าวทำให้ฉุกคิดไปถึงอดีตที่ผ่านมา และเป็นเหตุผลหนึ่งในการอธิบายปรากฏการณ์วิกฤตที่เราเจออยู่ในปัจจุบัน หลายคนคงทราบกันดี

กลไกการบริหารจัดการนโยบายสาธารณสุข มาตรการต่างๆ ทั้งเรื่องการควบคุมป้องกันโรค ทรัพยากรที่จำเป็น รวมถึงวัคซีนนั้นมีปัญหา และส่งผลให้ไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ และขยายวงจนเป็นวิกฤตในปัจจุบันที่หนักขึ้นเรื่อยๆ

สัจธรรมคือ "ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานใดๆ นั้น จะออกมาดีได้ ต้องมาจากการใช้ยุทธศาสตร์ที่มาจากความรู้ที่ถูกต้อง มีฝีมือในการจัดการดำเนินงาน และยึดมั่นตามหลักคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

• หมอธีระ ชี้หากตนเป็นผู้บริหารประเทศ จะเลือกเฟ้นคนดี มีคุณธรรม ละอายต่อบาป

• หมอธีระ ชี้ล็อกดาวน์แบบครึ่งๆกลางๆ อาจผิดหวัง แนะควรล็อกทั้งประเทศ 1 เดือน

• "หมอธีระ" แนะล็อกดาวน์ทั้งประเทศ 1 เดือน ควรปรับ ครม.เปิดทางประเทศฝ่าวิกฤต

 ในสถานการณ์ระบาดที่หนักเช่นนี้ เรื่องในอนาคตอันใกล้ที่ไทยเราจำเป็นต้องระวังและเตรียมแผนรับมือให้ดี เพราะมีบทเรียนจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ได้แก่

หนึ่ง การระบาดหนักในโรงพยาบาล ทั้งในหมู่บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน และผู้ป่วยในที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล จนต้องปิดโรงพยาบาล ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเคร่งครัด, หากเกิดการตรวจพบการติดเชื้อขึ้นมา มาตรการแบบเข้มจะดีกว่ามาตรการแบบไล่ตาม ให้ตระหนักไว้ว่าทำ over จะดีกว่า under...Mindset นี้สำคัญมากครับ

สอง การเปิดพื้นที่รับให้มีการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามา จะนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดการระบาดในพื้นที่ และมีโอกาสที่จะกลายเป็นพื้นที่ที่มีโรคชุกชุม หรือแดนดงโรคได้หากไม่ป้องกันอย่างเคร่งครัด ดังนั้นจึงอยากให้ช่วยกันกระตุ้นเตือนคนในพื้นที่เหล่านั้นให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิต ทั้งชีวิตส่วนตัวและระหว่างการทำงานประกอบอาชีพ ป้องกันตัวอย่างเต็มที่

สาม การระบาดระดับรุนแรงที่เราเผชิญอยู่นั้น หากยังมัวใช้มาตรการไล่จากเบาไปหาหนัก ยากนักที่จะไล่ตามโรคได้ทัน และสุดท้ายจะไม่มีทางเลือกที่จะต้องทำ Full national lockdown ในที่สุด และควรตระหนักไว้ว่า ยิ่งปล่อยให้ยืดยาวไปนานมากขึ้น ประชาชนในสังคมจะไม่สามารถอดทนยืนหยัดต่อสู้ได้ เพราะทรัพยากรร่อยหรอจนหมดไป หากถึงจุดนั้นจะเกิดความโกลาหลในสังคม และยากที่จะประกาศใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ครึ่งปีที่ผ่านมา ผลลัพธ์ที่เห็นย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่า นโยบายและมาตรการด้านสาธารณสุขของไทยนั้นมาถูกทางจริงหรือไม่

หากเปิดใจยอมรับความจริง มองเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องคนป่วย คนตาย คนฆ่าตัวตาย รอตรวจ รอเตียงจนเสียชีวิต และผลกระทบที่เกิดกับเศรษฐกิจวงกว้าง ที่หนักหนาและยาวนานเช่นนี้

คงพอจะทราบว่า ถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลไกนโยบายและกลไกวิชาการอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้มีแรงกายแรงใจป้องกันตัวเองและครอบครัวอย่างเต็มที่

ใส่หน้ากากนะครับ สำคัญมาก สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า

เราจะต้องอยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน

ด้วยรักและห่วงใย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด