กยศ. ปรับโครงสร้างหนี้สู้ภัยโควิด-19 ช่วยลูกหนี้ผ่อนยาว 30 ปี

22 ก.ค. 2564 เวลา 10:14 น. 20

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. มีข่าวดีสำหรับลูกหนี้ที่ต้องเผชิญปัญหาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีแนวทางในการปรับโครงสร้างหนี้ โดยลูกหนี้สามารถหักเงินเดือนขั้นต่ำ 10 บาท ผ่อนระยะยาวได้ถึง 30 ปี

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เผยถึงมติเห็นชอบแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้  ปรับเปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้ และเปลี่ยนเงื่อนไขสำหรับผู้กู้ยืมในกลุ่มก่อนฟ้องคดี แนวทางการปรับโครงสร้างหนี้นี้ก็เป็นไปเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ค้างชำระและลดปัญหาหนี้ค้างชำระของกองทุนด้วย รายละเอียดจะเป็นอย่างไร? ยื่นเรื่องอย่างไร? มาดูกันได้เลย

กยศ.

รายละเอียดการผ่อนชำระหนี้ ของ กยศ.

1. ปรับโครงสร้างหนี้ 

สำหรับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระหนี้ที่ยังไม่ถูกฟ้องคดี หากไม่สามารถผ่อนชำระเงินคืนตามสัญญา กองทุนจะให้ผู้กู้ยืมทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้โดยขยายระยะเวลาผ่อน และเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อให้มีระยะเวลาในการผ่อนชำระมากขึ้น สามารถผ่อนได้สูงสุด 30 ปี แต่ในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ และมีส่วนลดเบี้ยปรับโดยให้ชำระในงวดสุดท้าย โดยผู้กู้ยืมสามารถแจ้งความประสงค์ขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ที่ Application กยศ.Connect หรือทางเว็บไซต์ https://wsa.dsl.studentloan.or.th ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

เนื้อหาที่น่าสนใจ :

2. ปรับเปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้ 

สำหรับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระเงินคืนกองทุนที่ยังไม่ถูกฟ้องคดี จากเดิมที่ใช้วิธีการตัดเบี้ยปรับ ดอกเบี้ย และเงินต้น กองทุนจะปรับเปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้ใหม่ โดยจะนำเงินที่ได้รับชำระไปตัดเงินต้น ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับ

3. ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนชำระเงินคืน 

สำหรับผู้กู้ยืมรายใหม่ และผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างปลอดหนี้และยังไม่ครบกำหนดชำระหนี้ จากเดิมที่ผ่อนชำระเป็นรายปี กยศ. จะปรับให้ผ่อนชำระเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน และเพิ่มระยะเวลาการผ่อนชำระจากเดิมไม่เกิน 15 ปี เป็นไม่เกิน 30 ปี ขึ้นอยู่กับยอดหนี้ของผู้กู้ยืมแต่ละราย ทั้งนี้ในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์

นอกจากนี้ กยศ. ยังมีแนวทางแบ่งเบาภาระของผู้ที่ถูกหักเงินเดือน โดยสามารถขอปรับลดจำนวนเงินที่หักเหลือเพียง 10 บาทต่อเดือน มีผลตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 - มิถุนายน 2565 ผู้กู้ยืมสามารถแจ้งความประสงค์ขอปรับจำนวนเงินดังกล่าวผ่าน Application กยศ.Connect แต่ยังคงมีหน้าที่ไปชำระส่วนต่างตามจำนวนเงินงวดที่ต้องชำระตามเงื่อนไขของสัญญา และหากผู้กู้ยืมยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ในช่วงนี้ได้ กยศ. ได้ลดเบี้ยปรับให้เหลือเพียง 0.5% รวมทั้งชะลอการฟ้องคดี บังคับคดี ยกเว้นคดีที่จะขาดอายุความ และงดการขายทอดตลาดไว้จนถึงสิ้นปีนี้

Cr. กยศ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด