Spring News

เปิดใจ ศรีสุวรรณ จรรยา ไม่แคร์ถูกแซะว่า นักร้อง ลั่น “ถ้าไม่ถูกต้อง ผมซัดหมด”

07 ก.ย. 2564 เวลา 18:23 น. 1.3k

ศรีสุวรรณ จรรยา เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ SpringNews ในการทำหน้าที่ร้องเรียนอย่างแข็งขัน จนถูกแซะว่าเป็น “นักร้อง” เจ้าตัว ลั่น “ไม่แคร์ ถ้าไม่ถูกต้อง ผมซัดหมด”

หลายครั้งเมื่อเกิดประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ชื่อของ ศรีสุวรรณ จรรยา ก็มักจะพ่วงมาด้วย ในรูปแบบการร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สอบสวน ทำให้การชูนิ้วชี้ของเขา กลายเป็นภาพจำที่สังคมคุ้นเคย ซึ่งมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและเห็นต่าง จนเป็นที่มาของฉายา “นักร้อง”

และล่าสุดจากกรณีที่เขาร้องเรียนมหาเถรสมาคม ให้สอบสวนกรณีไลฟ์สดของ 2 พส. พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ กับพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ก็ก่อให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ตามมามากมาย  

แต่ถ้าดูปูมหลังความเป็นมา ศรีสุวรรณ จรรยา สร้างชื่อขึ้นมาจากการร้องเรียนรัฐบาล คสช. จนเขาเองก็เคยถูกเรียกปรับทัศนคติ แต่ไฉนวันนี้ เป้าหมายการร้องเรียนส่วนใหญ่ จึงมักเป็นฝั่งที่แสดงตัวว่าเห็นต่างกับรัฐบาล ?

รวมถึงข้อสงสัยที่ว่า อะไรเป็นแรงผลักดันให้เขาทำหน้าที่ร้องเรียนอย่างแข็งขัน ? รวมถึงอาชีพที่แท้จริงของเขาคืออะไร ? พบคำตอบได้จากบทสัมภาษณ์พิเศษนี้   

ศรีสุวรรณ จรรยา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตผู้นำนักศึกษา อดีตเอ็นจีโอ

ศรีสุวรรณ จรรยา เล่าว่า เขาเริ่มสนใจปัญหาสังคมตั้งแต่ตอนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต่อมาก็ทำงานด้านเอ็นจีโอ ก่อนก่อตั้งสมาคมด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการเมือง ขึ้นมาตามลำดับ

“จุดเริ่มต้น (ในความสนใจปัญหาสังคม) ของผม น่าจะมาจากการมีโอกาสไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ผมได้เป็นผู้นำนักศึกษา เป็นนายกฯ องค์การนักศึกษา มีวีรกรรมค่อนข้างเยอะ นำนักศึกษาปิดถนนประท้วง ขับไล่ผู้ว่าฯ เพื่อปกป้องสิทธิ์ให้กับนักศึกษาและชาวบ้าน

“เมื่อจบการศึกษาจาก ม.แม่โจ้ ผมก็ทำงานเป็นเอ็นจีโอ ของมูลนิธิป้องกันควันพิษและพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อมามีโอกาสไปช่วยงานสภาทนายความ ในคดีด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ

“หลังจากนั้นผมก็แยกตัวออกมาก่อตั้งสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และได้มีโอกาสไปอบรมหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า ทำให้มีพรรคพวกเพื่อนฝูงที่สนใจการเมืองค่อนข้างเยอะ จึงชักชวนกันก่อตั้งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

“สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ผมใช้เป็นองค์กรช่วยเหลือประชาชนด้านสิ่งแวดล้อม ฟ้องคดีให้กับชาวบ้านด้านสิ่งแวดล้อม มลพิษ โรงงานอุตสาหกรรม น้ำเสีย ฯลฯ ทั่วประเทศ

“ส่วนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ใช้เป็นองค์กรด้านการเมือง เพื่อตรวจสอบนักการเมือง ข้าราชการ ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน ผมก็ทำควบคู่กันมา จนถึงปัจจุบัน

“แต่ช่วงหลังๆ มีประเด็นการเมืองค่อนข้างเยอะ ผมก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน สตง. ฯลฯ หากมีอะไรที่สมาคมเห็นว่าไม่ถูกต้อง หรืออาจผิดกฎหมาย ผมก็จะทำหน้าที่ร้องเรียน”

โดยศรีสุวรรณได้เล่าเพิ่มเติมว่า เขาจบปริญญาทั้งหมด 6 ปริญญา ดังนี้

  • ปริญญาตรี

1. ด้านเกษตรจาก ม.แม่โจ้

2. ด้านสารสนเทศจาก ม.สุโขทัยธรรมาธิราช  

3. ด้านกฎหมายจาก ม.รามคำแหง

  • ปริญญาโท

1. ด้านรัฐศาสตร์ จาก ม. รามคำแหง

2. ด้านสิ่งแวดล้อม จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

  • ปริญญาเอก

ด้าน Public Policy การจัดการนโยบายสาธารณะ จาก ม.เกษมบัณฑิต

เผย ซัดมาแล้วทุกฝ่าย ทั้งฝั่งรัฐบาล และฝั่งต้านรัฐบาล

แม้ในเวลานี้ ชื่อของเขามักปรากฏการณ์ในการร้องเรียนฝั่งที่ต่อต้านรัฐบาล แต่เขายืนยันว่าที่ผ่านมา ฝั่งรัฐบาล ก็มีบุคคลจำนวนมากที่เคยถูกเขาร้องเรียน ไม่เว้นแม้กระทั่งนายกฯ

“ที่ผ่านมาผมร้องเรียนหมด ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เวลาเราไปร้องเรียนฝ่ายรัฐบาล คนที่เชียร์รัฐบาลก็จะตำหนิติเตียน แต่เวลาเราไปร้องฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ก็ถูกคนที่เชียร์ฝ่ายนั้น ตำหนิติเตียน มันเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งผมไม่ได้ซีเรียส ใครอยากจะตำหนิติเตียนอะไร ก็เป็นเรื่องของเขา ห้ามกันไม่ได้

“แต่ประเด็นสำคัญก็คือว่า คนที่ตำหนิติเตียนผมเนี่ย ทำไมไม่ลุกขึ้นมาทำอย่างผมดูบ้าง ถ้าคุณคิดว่าถูกหรือไม่ถูก ใครทำผิดหรือไม่ผิด คุณก็มาใช้มาตรการอย่างที่ผมทำ ไม่ใช่มัวแต่ไปคอมเมนต์ตำหนิคนอื่นอยู่หน้าคอมฯ แต่ตัวเองก็ไม่ทำอะไร... ผมจึงไม่ค่อยแคร์นักกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล

“ช่วงรัฐบาล คสช. ผมก็ไปร้องเรียน คสช. ค่อนข้างเยอะ จนถูก คสช.เรียกไปปรับทัศนคติหลายครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียส เรียกปรับก็ปรับไปซิ จุดยืนของผมยังเหมือนเดิม

“ผมมีตัวตน มีจุดยืนของผมอย่างนี้ ใครจะกล่าวหาเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายโจมตีรัฐบาล ก็เรื่องของเขา เพราะทัศนคติ หรือการรับรู้ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน และเขาไม่รู้จักผมดีพอ เขาก็อาจจะคิดว่าผมเป็นฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ แต่ว่าลองไปเสิร์ชกูเกิลดูจะโอ้โห สิ่งที่ผมร้องเรียน มีทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ เยอะแยะเต็มไปหมด”

ทำไมช่วงหลังๆ มักร้องเรียนฝั่งที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐบาล

ช่วงแรกๆ ศรีสุวรรณได้สร้างชื่อขึ้นมาจากร้องเรียนรัฐบาล ทั้งบิ๊กตู่ น้องชายบิ๊กตู่ ฯลฯ ต่างเคยโดนมาถ้วนหน้า แต่ทำไมช่วงหลังการร้องเรียนของเขามักพุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐบาล ? โดยศรีสุวรรณได้ชี้แจง ดังนี้

“ถ้ารัฐบาลทำผิด ผมไม่พลาดแน่ แต่ ณ เวลานี้ ส่วนใหญ่คนที่ทำผิดคือคนที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล แล้วสิ่งที่เขาทำผิดมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว เช่น การชุมนุมประท้วง ใครจะมาเถียงผมว่า ไม่ผิดล่ะ เพราะว่าวันนี้มันมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มันมีโรคระบาด มันมีโควิด คนทั้งประเทศก็พยายามเฝ้าระวัง ปกป้องตัวเองกันอยู่ แต่กลับมีคนที่ออกมาประท้วง สร้างความเดือดร้อนรำคาญ สร้างปัญหาการจราจรให้กับผู้คนเยอะแยะมากมาย แต่เขาไม่ได้ออกมาร้องแรกแหกกระเชอ

“แต่ผมเป็นนักกฎหมาย ผมก็จำเป็นที่จะต้องร้องเรียนจัดการกับคนกลุ่มนี้ ภาพจึงออกมาว่า ศรีสุวรรณเข้าข้างฝ่ายรัฐบาลมากเกินไปหรือเปล่า แต่จริงๆ ไม่ใช่ครับ ถ้าฝ่ายรัฐบาลทำผิด ผมก็คงต้องจัดการรัฐบาลเช่นกัน จุดยืนผมเหมือนเดิม ถ้าไม่ถูกต้อง ผมซัดหมด”

ศรีสุวรรณ จรรยา

ถูกโจมตีหนัก กรณีร้องเรียน มส. ให้เอาผิด 2 พส.

ส่วนกรณีล่าสุด ที่ทำให้ศรีสุววรรณ จรรยา ถูกกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ก็คือการร้องเรียนให้มหาเถรสมาคมตรวจสอบ 2 พส. พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ กับพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

“ก็เป็นเรื่องธรรมดา ลองคิดดูครับ มันมีคนที่ตำหนิติเตียนผมก็เยอะ คนที่ชื่นชมยินดีก็แยะ สังคมมีขาวมีดำ มีมืด ก็มีสว่าง เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่ผมเข้าใจมาโดยตลอดอยู่แล้ว ฉะนั้นการตรวจสอบพระเนี่ย ก็เนื่องจากผมเห็นว่าพฤติกรรม หรือการกระทำอย่างนี้ไม่เหมาะสม

“ถามว่า ถ้าเราบอกว่าไม่เหมาะสม แล้วเราไม่ทำอะไร การอยู่เฉยก็เท่ากับเรายอมรับการกระทำของพระทั้งสองรูป ฉะนั้นการที่ผมออกมายื่นเรื่องให้ตรวจสอบ มันก็สะท้อนให้เห็นว่า ยังมีคนอย่างศรีสุวรรณ และมีคนที่มีแนวคิดเหมือนศรีสุวรรณอีกเยอะ ที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมการแสดงออกของพระทั้งสองรูป

“อย่างน้อยๆ ก็เป็นการส่งสัญญาณไปยังพระผู้ใหญ่ หรือพระทั้งสองรูปว่า จะทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้ ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เราต้องแสดงออก หรือส่งสัญญาณ ให้กับพระ หรือพระรูปอื่นๆ อย่าลอกเลียนแบบ

“ส่วนแฟนคลับของพระ ซึ่งมีเป็นหมื่นเป็นแสน ผมไม่สนใจหรอกครับ แฟนคลับเหล่านั้นไม่ได้มาหุงข้าวให้ผมกิน ทุกคนต่างดิ้นรนทำมาหากินด้วยตัวเอง ฉะนั้นการคอนเม้นต์ การถล่มผมในโซเชียล อยากถล่มก็ถล่มไป ผมไม่อ่าน ผมไม่ดู มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ที่จะมาแสบร้อนหรือแสบคัน”

และเมื่อ SpringNews ถาม “รู้สึกอย่างไรกับฉายา นักร้อง ?” คำตอบของศรีสุวรรณก็เป็นไปดังนี้   

“ไม่ยินดียินร้าย เขาตั้งให้เราว่า เป็นนักร้อง มันก็เป็นสิทธิ์ที่เขาอยากจะตั้ง เราไม่ยินดียินร้ายอะไร ก็รู้สึกเฉยๆ มากกว่า แต่ก็ไม่ได้โกรธเคือง หรือตำหนิติเตียนอะไร อยากจะเรียก อยากจะให้ฉายอะไรก็แล้วแต่ แต่ละคนที่จะเรียกกันไปครับ ผมก็ยังคงทำหน้าที่ของผมอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนหมดแรง สิ้นลมหายใจ”

ศรีสุวรรณ จรรยา

อาชีพหลักของศรีสุวรรณ ?

จากการทำหน้าที่ร้องเรียนอย่างแข็งขันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้หลายคนสงสัยว่า เขาทำมาหากินในอาชีพอะไร ? ศรีสุวรรณก็ได้ไขข้อข้องใจให้หายสงสัยว่า  

“ผมเป็นนักกฎหมาย งานหลักผมคือฟ้องคดีให้กับชาวบ้าน นี่คือรายได้หลัก เมื่อฟ้องคดีให้ชาวบ้าน เขาก็จะให้ค่าตอบแทนผม มากบ้างน้อยบ้างคละเคล้ากันไป ผมก็ไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์ว่า คดีแต่ละคดีต้องจ่ายเท่านั้นเท่านี้ อยู่ที่น้ำใจของแต่ละคน มีมากก็ให้มามาก มีน้อยก็ให้มาน้อย แต่ไม่เคยไม่มีใครที่จะไม่มีน้ำใจกับผม นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้

"แล้วผมทำคดีให้ตั้งแต่ยาจก จนถึงอัครมหาเศรษฐี ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง คนจนก็อาจจะช่วยผมนิดๆ หน่อย ๆ ซึ่งงผมก็ยินดี แต่ว่าคนรวยเวลาเราช่วยเขาเนี่ย เขาก็สามารถจ่ายให้เราได้เยอะ ก็ถัวเฉลี่ยกันไป”

ศรีสุวรรณ จรรยา

การตรวจสอบ ทำให้สังคมดีขึ้นได้  

สุดท้ายนี้ ศรีสุวรรณ จรรยา กล่าวว่า เขาเชื่อมั่นว่าการตรวจสอบ จะสามารถทำให้สังคมดีขึ้นได้ และสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิทธิ์ เป็นหน้าที่ ของทุกๆ คน

“ผมคิดว่าสังคมจำเป็นต้องมีการตรวจสอบ เราอย่าปล่อยให้การตรวจสอบเป็นหน้าที่ของนักการเมือง หรือหน้าที่ของข้าราชการ หรือฝ่ายรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว ในเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นสิทธิ์ เป็นหน้าที่ของประชาชน ในการตรวจสอบผู้มีอำนาจ หรือไม่ว่าฝ่ายใดก็แล้วแต่ เราต้องช่วยกัน ไม่อยู่เฉย ไม่ใช่เก่งเฉพาะตอนอยู่หน้าคอมฯ

“ผมไม่สามารถทำได้ครอบคลุมทุกประเด็น แต่ถ้าคนไทยทั้งประเทศมาช่วยกัน แม้ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่ผมทำ แต่ก็สามารถช่วยเก็บข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลมาให้ผม ผ่านทางเฟซบุ๊ก ทางอินบอกซ์ ซึ่งมันก็จะเป็นประโยชน์ในการช่วยกันดูแลสังคม ไม่ให้ใครเอารัดเอาเปรียบ หรือละเมิดกฎหมาย นี่คือสิ่งที่ผมคาดหวังจากสังคมไทยครับ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ