Spring News

iPhone 13 เปิดตัว ในงาน Apple Event ราคาเท่าไหร่ไปดูกัน

14 ก.ย. 2564 เวลา 19:56 น. 1.4k

Apple จัด Apple Event เปิดตัว iPhone 13 ทั้ง 4 รุ่น พร้อม iPad ใหม่ , iPad Mini ใหม่ที่น่าจับตามอง และ Apple Watch ซีรี่ย์ 7

ทิม คุก Apple's CEO

Apple Event งานเปิดตัว iPhone 13 นำโดยทิม คุก ซีอีโอ Apple มาในธีม California Streaming

A15 Bionic

iPhone 13 จะมาด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ iPhone 13 Mini , iPhone 13 , iPhone 13 Pro และ iPhone 13 ProMax โดยทั้งหมดจะใช้ชิปตัวเดียวกัน A15 Bionic ที่เร็วและแรงที่สุดของสมาร์ทโฟนตั้งแต่เคยมีมา พร้อมดีไซน์หน้าจอใหม่ให้บากน้อยลง 20% มีพื้นที่จอมากขึ้น

A15 Bionic

iPhone 13 ทั้ง 4 รุ่น ใช้หน้าจอ Super Retina XDR สว่างกว่าเดิม 28% และหน้าจอได้รับการป้องกันจากจอเซรามิค ทนทานกว่าจอสมาร์ทโฟนไหนๆ กันน้ำผ่านระดับ IP68

iPhone 13 ถ่ายรูปในที่มืด หรือ แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะโหมดถ่ายรูปกลางคืนที่ได้รับการอัพเกรดใหม่ นอกจากนี้ในการถ่ายคลิปวีดิโอ iPhone 13 มี Cinematic Mode หรือ โหมดภาพยนตร์ ช่วยให้การถ่ายวีดิโอสวยงามยิ่งขึ้นในการปรับเปลี่ยนโฟกัสภาพที่ลื่นไหล ไม่ต่างจากทำหนังมืออาชีพ

iPhone 13 Mini และ iPhone 13 หน้าตาคล้ายกับ iPhone 12 เพียงแต่กล้องหลังจะมาในรูปแบบทะแยงมุม ไม่เหมือนใน iPhone 11 และ iPhone 12 ที่เลนซ์คู่วางในแนวตั้ง ใน 5 สี โดยมีสีใหม่อย่างสีชมพู , น้ำเงิน , มิดไนท์ (ดำ) , สตาร์ไลท์ (ขาว) และ โปรดักเรด (แดง)

iPhone 13

iPhone 13 Mini มีแบตที่อึดขึ้น 1 ชั่วโมงครึ่งเมื่อเทียบกับ iPhone 12 Mini และ iPhone 13 อึดขึ้น 2 ชั่วโมงครึ่งเมื่อเทียบกับ iPhone 12

iPhone 13 Mini และ iPhone 13 มาพร้อมความจุ 128GB , 256GB และ 512GB ราคาเริ่มต้น สำหรับ iPhone 13 Mini อยู่ที่ $699 (23,000 บาท) และ iPhone 13 เริ่มต้นที่ $799 (26,300 บาท)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สำหรับมือถือเรือธงตัวท็อปอย่าง iPhone 13 Pro หน้าจอกว้าง 6.1 นิ้ว และ iPhone 13 ProMax หน้าจอกว้าง 6.7 นิ้ว แต่รูปลักษณ์ภายนอกโดยรวมแทบไม่ต่างจาก iPhone 12 Pro มีเพียงจอบากที่เล็กลง 20% อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

iPhone 13 Pro

iPhone 13 Pro ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อม 4 สีให้ได้จับจอง อย่าง ดีปแกรไฟต์ (ดำ) , กอร์เจียสโกลด์ (ทอง) , บิวตีฟูลซิลเวอร์(เงิน) และสีใหม่อย่าง เซียร์ร่าบลู (ฟ้า)

ฟีเจอร์ใหม่ของ iPhone 13 รุ่น Pro คือ ProMotion ที่จะช่วยเปลี่ยนอัตรารีเฟรชหน้าจอ หรือ รีเฟชรเรต จากต่ำสุด 10Hz เพื่อประหยัดแบตเตอร์รี่ สู่สูงสุดที่ 120Hz เมื่อมีการเคลื่อนไหวของหน้าจอด้วยความเร็วสูง เพื่อภาพการแสดงผลที่ไหลลื่นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

iPhone 13 Pro มีแบตเตอร์รี่ที่อึดขึ้น 1 ชั่วโมงครึ่งเมื่อเทียบกับ iPhone 12 Pro และ iPhone 13 ProMax อึดขึ้น 2 ชั่วโมงครึ่งเมื่อเทียบกับ iPhone 12 ProMax เรียกได้ว่ามีแบตเตอร์รี่ที่อึดที่สุดตั้งแต่เคยมี iPhone มา

iPhone 13 ราคา

iPhone 13 Pro และ iPhone 13 ProMax มาด้วยความจุ 128GB , 256GB , 512GB และ 1TB ราคาเริ่มต้นสำหรับ iPhone 13 Pro อยู่ที่ $999 (33,000 บาท) และ iPhone 13 ProMax เริ่มต้นที่ $1,099 (36,200 บาท)

iPad ใหม่ มาพร้อมหน้าจอกว้าง 10.2 นิ้ว และชิป A13 Bionic ที่ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้นกว่า 20% กว่าในทุกๆ ด้าน CPU , GPU และ Neutral Engine

ปัจจุบันนี้มีแอพลิเคชั่นมากกว่า 1 ล้านแอพฯ ที่รองรับหน้าจอขนาดใหญ่สำหรับ iPad โดยเฉพาะ ช่วยให้ยอดขาย iPad โตขึ้นกว่า 40% ในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ iPad ใหม่ได้ปรับปรุงกล้องหน้า อัลตราไวด์ 12 ล้านพิกเซล มุมกว้างถึง 122 องศา เพื่อรองรับการใช้ทำงาน/การเรียน ทางไกลมากยิ่งขึ้น คมชัดยิ่งขึ้น และแน่นอนว่ามาพร้อมฟีเจอร์ Center Stage ที่จะช่วยให้คุณอยู่ตรงกลางจออย่างพอดิบพอดี ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นไม่ตกขอบ

iPad มีฟีเจอร์ใหม่อย่าง True Tone ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานมองจอง่ายขึ้น สบายตามากขึ้น ด้วยการปรับแสงและโทนหน้าจอเทียบกับอุณหภูมิห้อง

iPad ใหม่ มาใน 2 สี อย่าง สเปซเกรย์ และ ซิลเวอร์ ราคาเริ่มต้นที่ $329 (10,800 บาท) และราคาสำหรับนักศึกษาเพียงแค่ $299 (9,800 บาท) เท่านั้น

All-New iPad Mini

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามองคือ iPad Mini ใหม่ มาในขนาด 8.3 นิ้ว บางและเบา สามารถถือได้ในมือเดียวอย่างสบายๆ ช่วยให้การพกพาเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น

iPad Mini ใหม่ ได้รับการอัพเกรดครั้งใหญ่ CPU เร็วขึ้น 40% GPU แรงขึ้น 80% สามารถเล่นเกมได้อย่างไหลลื่นทุกเกม พร้อม Wifi 6 เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกการเชื่อมต่อจะดีที่สุด

iPad Mini ใหม่ มาพร้อมที่ชาร์จ USB-C ช่วยให้ทุกการเชื่อมต่อง่ายยิ่งขึ้น เร็วขึ้นกว่าเดิม 10 เท่า และที่สำคัญอีกอย่างของ iPad Mini คือการรองรับ Apple Pencil เจน 2 ด้วย

iPhone 13 เปิดตัว ในงาน Apple Event ราคาเท่าไหร่ไปดูกัน

ราคาเริ่มต้นสำหรับ iPad Mini ใหม่ ทั้ง 4 สี อย่าง ม่วง , ชมพู , สตาไลท์ (ทอง) , สเปซเกรย์ (ดำ) อยู่ที่ $499 (16,400 บาท)

เปิดตัว Apple Watch ซีรี่ย์ 7 มีจอที่ใหญ่ยิ่งขึ้น 20% เมื่อเทียบกับ Apple Watch ซีรี่ย์ 6 ขอบที่บางเพียง 1.7 ม.ม. ซึ่งบางกว่า Apple Watch ซีรี่ย์ 6 ถึง 40% ด้วยขอบที่โค้งมนทำให้รู้สึกไร้รอยต่อ และจอสว่างขึ้น 70% ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ในที่แดดจ้า

ด้วยขนาดหน้าจอที่กว้างกว่าเดิม ทำให้การพิมพ์ตอบผ่าน Apple Watch ซีรี่ย์ 7 เป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญสำหรับ Apple Watch ซีรี่ย์ 7 คือ ความทนทาน ถือเป็น Apple Watch รุ่นแรกที่ผ่านมาตรฐาน IP6X หมดห่วงเรื่องฝุ่นเข้าไปได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถส่วมใส่ว่ายน้ำได้อย่างสบายๆ ด้วยมาตรฐานกันน้ำ WR50 และแบตเตอร์รี่ที่อยู่ได้นานถึง 18 ชั่วโมง ชาร์จเร็วขึ้น 66% ด้วยสายชาร์จ USB-C จาก 0-80% ใน 45 นาที มั่นใจได้ว่า Apple Watch สามารถไปได้ทุกที่ ทุกกิจกรรม ด้วย 5 สีพื้นฐานอย่าง มิดไนท์ (ดำ) , สตาร์ไลท์ , น้ำเงิน , เขียว และแดง รวมถึงสแตนเลซอีก 3 สี อย่าง เงิน , แกรไฟท์ และ ทอง อีก 2 สีไทเทเนียมอย่าง สีไทเทเนียมธรรมชาติ และ สีแบล็คไทเทเนียม ในราคา $399 (13,100 บาท)

Apple Watches Alluminium Apple Watches Stainless Steel Apple Watches Titanium

ราคาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะ iPhone 13 ทั้ง 4 รุ่น iPad , iPad Mini และ Apple Watch ต้องรอราคาไทยเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าน่าจะรู้ราคาที่แน่นอนในเร็วๆ นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด