ศบค. เตรียมเรียกนักท่องเที่ยวตรวจหาเชื้อซ้ำ เข้มมาตรการพร้อมเปิดประเทศ

01 ธ.ค. 2564 เวลา 4:16 น. 214

โฆษก ศบค.​ เตรียมเรียกนักท่องเที่ยวจากประเทศเสี่ยงสูง กว่าร้อยคน เข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซ้ำ หลังโควิดสายพันธุ์โอไมครอน​ระบาดหนัก​ ยัน เดินหน้าเปิดประเทศต่อ เร่งเข้มมาตรการขึ้น

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. ระบุว่า เป็นนโยบาย​ของรัฐบาลและกระทรวง​สาธารณสุข​ที่มีเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ ที่ถือว่าทำได้ใกล้เคียงและย้ำว่ามีวัคซีนเพียงพอ ซึ่งยังต้องวิเคราะห์​การเข้าถึงวัคซีน ที่ยังมีอีกหลายปัจจัย อาทิ ชุดข้อมูลความเชื่อ, ระยะทางการเดินทางมารับวัคซีน และการเลือกชนิดวัคซีน ทุกข้อที่เป็นประเด็นอุปสรรค​ปัญหา

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข​ได้ทำแผนงานสร้างชุดข้อมูลเพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว เพื่อให้คนไทยได้รับวัคซีนได้มากที่สุด​และยืนยันว่า ทั้งภาครัฐและเอกชน​ช่วยกันเต็มที่​แต่ต้องขอความร่วมมือกับประชาชน​ โดยเฉพาะทางภาคอีสาน​ ที่มีตัวเลขการฉีดวัคซีนเพียงร้อยละ 50​ โดยย้ำว่าขณะนี้ไทยมีวัคซีนที่หลากหลายจึงอีกทั้งยังมีสถิติ​ออกมาว่าการฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกัน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่สถานการณ์​ การแพร่ระบาดโควิด-19 กลายพันธุ์ตัวใหม่ B.1.1.529 โอไมครอน นั้นนพ.ทวีศิลป์ได้​เปิดเผยว่าทางกระทรวง​สาธารณสุข​มีการนำเสนอกับ​พลเอกประยุทธ์​จันทร์​โอชา​นายก​รัฐมนตรี​ในฐานะ​ ผอ.ศบค.​ ว่าขอคงมาตราการการตรวจรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมาในลักษณะ ​RT-PCR อีกสักระยะ แทน ATK ที่เล็งจะปรับแผนก่อนหน้านี้​ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน​ 

ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าจากประเทศเสี่ยงสูงมาก่อนหน้านี้จะมีการติดตามเพื่อตรวจซ้ำที่ได้รับรายงานว่า​ได้มีการติดตามกว่าประมาณ100คน​ 

ส่วนกรณีที่​ นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า​วัคซีนสูตรไขว้สู้โควิดกลายพันธุ์​โอไมครอนได้​นั้น นพ.ทวีศิลป์ ระบุว่า คงต้องใช้เวลาในการศึกษา แต่ในฐานะที่​ นพ.ยง​ เป็นผู้เชี่ยวชาญ​ในด้านดังกล่าวก็ถือว่าเป็นข่าวดี ​แต่อย่างไรก็ต้องรอการศึกษาเป็นทางการซึ่งจะต้องเกิดขึ้นในหลายประเทศ​ 

ขณะที่อาการของโอไมครอนนั้นมีข้อมูลว่ามีอาการปวดเมื่อย, จมูกไม่ได้กลิ่นและลิ้นไม่รับรส​ แต่อย่างไรก็ได้รับรายงานว่าเสียชีวิตซึ่งชุดข้อมูลยังไม่ชัดเจนว่ามีอาการหนักหรือเบากว่าสายพันธุ์​อื่น​ หรือคล้ายไข้หวัด​หรือไม่​ 

อย่างไรก็ตามแต่ขอให้ประชาชนยังคงรักษามาตรการ และการ์ดอย่าตก​ เพื่อไม่ให้ส่งกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและการท่องเที่ยวมากเกินไป​ ยืนยันว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้การดูแลอย่างเต็มที่​ 

ส่วนแผนการเดินหน้าเปิดประเทศในระยะต่อไปยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง​ แต่จะมีการเพิ่มมาตรการให้เข้มข้นขึ้นโดยนายกรัฐมนตรีได้มีการเกาะติดสถานการณ์​อย่างใกล้ชิด​ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ